วันศุกร์ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ไม่คอนเฟิร์ม ปู สถานะลี้ภัยในอังกฤษ แจงประกาศ ลต.ไม่ใช่แถลงการณ์ร่วม

รมว.กต. ไม่คอนเฟิร์ม "ยิ่งลักษณ์" ได้สถานะผู้ลี้ภัยอังกฤษแล้ว ตอนนี้มีแต่ข่าวตามสื่อเท่านั้น แจง “บิ๊กตู่” บอก “ทรัมป์” ประกาศเลือกตั้งปีหน้า แค่แจ้งให้ทราบเป็นแถลงข่าวร่วม ไม่ใช่แถลงการณ์ร่วมสองประเทศ

เมื่อวันที่ 10 ต.ค.60 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายดอน ปรมัตถ์วินัย รมว.ต่างประเทศ กล่าวถึงข่าว น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้สถานะผู้ลี้ภัยในประเทศอังกฤษ ว่า ตนยังไม่ทราบ เพราะตอนนี้มีแต่ข่าวที่ออกมาจากสื่อ ตนจึงยังไม่ใช้คำว่าลี้ภัย เพราะยังไม่แน่ใจ ต้องไปตรวจสอบก่อน อย่างไรก็ตามเรื่องนี้กระทรวงการต่างประเทศยังไม่ได้คุยอะไรกันมาก เพราะมีเรื่องอื่นๆ อีก ส่วนความคืบหน้าเรื่องเพิกถอนหนังสือเดินทาง (พาสปอร์ต) ของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ นั้น ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการพิจารณาของฝ่ายปฏิบัติ ยังไม่มีการรายงานขึ้นมา และที่ผ่านมาถ้าไม่มีเรื่องเร่งด่วนหรือคอขาดบาดตายอะไร เขาจะไม่มารายงาน เนื่องจากต้องการให้ตนทำงานเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ

เมื่อถามว่า หากทางอังกฤษให้สถานะลี้ภัยแก่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ จริง ทางไทยสามารถคัดค้านได้หรือไม่ นายดอน กล่าวว่า ไม่ทราบ เรื่องนี้ยังไม่ได้คุยกัน อย่าเพิ่งไปกระโดดไปถึงจุดนั้น เพราะตอนนี้มีแต่เพียงข่าวออกมา

นอกจากนี้ นายดอน ยังกล่าวถึงกรณีพรรคการเมืองเรียกร้องให้ พล.อ.ประยุทธ์ เลือกตั้งในปี 61 ตามที่มีการแถลงการณ์ร่วมกับสหรัฐอเมริกา ว่า ตอนที่นายกฯ ไปสหรัฐฯ  เวลามีการเจรจาหรือประชุมไม่ได้คุยเรื่องเลือกตั้งเลย เป็นการคุยเรื่องอื่น นอกจากนี้ยังไม่ใช่แถลงการณ์ร่วม แต่เป็นการแถลงข่าวร่วมกันของผู้นำสองประเทศ โดยนายกฯ ได้พูดให้ นายโดนัลด์ ทรัมป์ รับทราบเท่านั้นเองว่าทุกอย่างเป็นไปตามโรดแม็ป เมื่อกฎหมายลูกเสร็จแล้วจะใช้เวลา 150 วัน ในการจัดการเลือกตั้ง ส่วน นายโดนัลด์ ทรัมป์ ไม่ได้ถามอะไร อย่างไรก็ตามการที่นายกฯ ไปพูด ไม่ได้มีข้อผูกมัดใดๆ ทั้งสิ้น ที่นายกฯ พูด คือพูดในฐานะเพื่อนที่เจอกัน อยากจะเล่าความคืบหน้าและพัฒนาการต่างๆ ในประเทศไทย

เมื่อถามว่า พรรคการเมืองเรียกร้องว่านายกฯ แถลงการณ์ร่วมแล้ว จะผิดสัญญาไม่ได้ นายดอน กล่าวว่า ไม่ได้มีการแถลงการณ์เรื่องนี้ระหว่างไทยกับสหรัฐฯ มีแต่แถลงข่าวร่วมกัน และในการคุยกันเป็นการคุยแบบแลกเปลี่ยนเท่านั้น อย่างไรก็ตาม ในการเยือนสหรัฐฯ ครั้งนี้มีหลายประเด็นที่เป็นเรื่องน่ายินดีด้วยซ้ำ.