วันอังคารที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

น้ำเหนือทะลัก เขื่อนเจ้าพระยา เร่งระบายออก สรรพยาจ่ออ่วมหลายตำบล

เขื่อนเจ้าพระยา ระบายน้ำออกเพิ่มขึ้นตามแผนให้ได้ ถึง 2,600 ลบ.ม.ต่อวินาที หลังมีน้ำเหนือไหลเข้าเขื่อนมาก ทำให้ชาวบ้านท้ายน้ำใน อ.สรรพยา ต้องขนของหนีน้ำกะทันหัน จ่อท่วมในหลายตำบล... 

เวลา 13.00 น. วันที่ 10 ต.ค. 60 นายสุชาติ เจริญศรี ผู้อำนวยการสำนักชลประทานที่ 12 เปิดเผยว่า จากการที่ ดร.สมเกียรติ ประจำวงษ์ อธิบดีกรมชลประทาน ลงพื้นที่เขื่อนเจ้าพระยา และสั่งการให้ทางสำนักชลประทานที่ 12 ปรับการระบายน้ำท้ายเขื่อนเจ้าพระยา เพิ่มจาก 2,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เป็น 2,600 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที โดยจะปรับเพิ่มขึ้นเป็นระยะ เนื่องจากต้องเร่งพร่องน้ำเหนือเขื่อน รองรับปริมาณน้ำจากทางภาคเหนือ และฝนที่จะตกหนักทางภาคเหนือและภาคกลาง ระหว่างวันที่ 13-15 ต.ค.นี้ ซึ่งคาดการณ์ว่าจะมีน้ำไหลเข้าเขื่อนเจ้าพระยาในอัตราสูงสุดประมาณ 3,100 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ในวันที่ 15 ต.ค. 2560 นั้น

ขณะนี้ ปริมาณน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา ที่เหนือเขื่อนเจ้าพระยา อยู่ที่ระดับ 16.80 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง พร้อมเพิ่มการระบายน้ำท้ายเขื่อนจาก 2,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เป็น 2,269 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ทำให้ระดับน้ำท้ายเขื่อนที่ อ.สรรพยา มีปริมาณเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ จนขณะนี้อยู่ที่ 15.08 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง ส่งผลทำให้น้ำที่ท่วมบ้านเรือนริมตลิ่งนอกคันกั้นน้ำใน อ.สรรพยา ขยายวงกว้างมากขึ้น และมีบ้านเรือนถูกน้ำท่วมแล้วกว่า 400 หลังคาเรือน

ผู้สื่อขาวรายงานว่า ชาวบ้าน ม.4 และ ม.5 ต.โพนางดำออก อ.สรรพยา จ.ชัยนาท ต้องรีบขนย้ายสิ่งของอย่างกะทันหัน เพราะว่าช่วงสายที่ผ่านมา ระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ทำให้กระสอบทรายที่ทำการกั้นไว้เกิดเสียหาย มวลน้ำไหลเข้าท่วมบ้านเรือนทั้งชุมชน กว่า 70 หลังคาเรือน ซึ่งแต่ละบ้านนั้น บางรายยังไม่ได้ทำการขนของขึ้นที่สูง ระดับน้ำสูงเกือบถึงเข่า หรือประมาณ 60 ซม. ชาวบ้านต้องรีบขนของกันจ้าละหวั่น โดยมีกองกำลังทหาร จำนวน 80 นาย จากกองบิน 4 ตาคลี มาช่วยชาวบ้านขนของ และทำการกรอกกระสอบทรายเพื่อนำมากั้นบริเวณที่น้ำยังท่วมไม่ถึง เพื่อป้องกันพื้นที่สำคัญในชุมชน

อย่างไรก็ตาม หากทางกรมชลประทาน ระบายน้ำถึงระดับ 2,600 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ตามแผน ชาวบ้านท้ายเขื่อนอย่าง อ.สรรพยา หลายตำบล จะต้องเผชิญปัญหาอุทกภัย อย่างแน่นอน ในระยะนี้ ประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณท้ายเขื่อนเจ้าพระยาลงไป ต้องระวังสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด หากต้องการความช่วยเหลือสามารถติดต่อไปที่ อบต. หรือเทศบาล และอำเภอใกล้บ้านทันที.