วันจันทร์ที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

"อาทิมา ยศะทัตต์" สาวมั่นสู้ชีวิตไม่ถอย

กัดฟันหางานหาเงินใช้เอง ไม่แบมือขอพ่อ

สาวมั่น มากไอเดีย “อาทิมา ยศะทัตต์” เริ่มชีวิตการทำงาน จากการลองผิดลองถูกด้วยตัวเอง พร้อมกับเรียนรู้การทำงานจากประสบการณ์ พร้อมนำข้อผิดพลาดมาแก้ไข เพื่อก้าวต่อไปจะไม่พลาดพลั้ง

อาทิมา หรือ “ไอ” สาววัย 26 ปี ทายาทคนดัง ทิพาภรณ์-วรพจน์ ยศะทัตต์ หรือ “เสี่ยเช” อดีตผู้จัดการฟุตบอลทีมชาติไทย (ชุดใหญ่) และเจ้าของบริษัท แพทริออต บิสซิเนส คอนซัลแตนท์ จำกัด เล่าว่า ไอ เป็นลูกสาวคนโต มีน้องชายอีกคน ไอ เรียนจบจากโรงเรียน ISB-International School Bangkok ที่จริงอยากไปเรียนต่อที่ต่างประ เทศแต่ที่บ้านไม่อยากให้ไป เลยไปสมัครเรียนคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย หลักสูตรนานา ชาติ พอเรียนจบยังไม่อยากทำงาน พ่อเลยใช้วิธีตัดเงิน ไม่ให้เงินใช้ ทำให้ ไอ ต้องหางานหาเงินใช้เอง ลองหางานอยู่ 2 อาทิตย์ มีเจ้าของบริษัทรับซ่อมแซมเครื่องเพชรจากอังกฤษมาซื้อโรงงานที่เมืองไทย มาติดต่อให้เข้าไปดูการปรับปรุงโรงงาน ทำสัญญาว่าจ้างการทำงาน 2 เดือน ได้เงินเดือนดีมากเดือนละ 90,000 บาท ซึ่งตอนนั้นภูมิใจมาก แต่ทำทุกอย่างเลย เสมือนเป็นหุ้นส่วน ทำทั้งเรื่องเอกสาร ดีลกับคนงาน พอจบงานก็ไปรับทำงานสปอร์ต อีเว้นท์ แต่ไม่โอเค เลยออกมาทำโมเดลลิ่ง เอเจนซี่ โดยตั้งบริษัทเอง สุดท้ายกลายมาทำเรื่องถ่ายภาพ ทำโฆษณา ในชื่อบริษัท ไอเวอรี่ กรุ๊ป ซึ่งตั้งมา 1 ปีแล้ว ตอนนี้ยังไม่รับงาน เพราะยังอยากที่จะเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับการถ่ายภาพ

“พอทำมาสักพัก “ไอ” ก็อยากจะศึกษาเรื่องการถ่ายภาพ แม้จะไม่ได้เป็นคนถ่ายเอง แต่ถ้าเราไม่รู้เรื่องแล้วจะไปคุย หรือบอกช่างภาพได้อย่างไร เลยขอยังไม่รับงานสักพัก ไม่ได้รับงานตรงนี้ก็ใช่ว่าจะว่างนะคะ ยังทำแบรนด์แฟชั่นเสื้อผ้าผู้หญิงกับเพื่อนๆ ชื่อ Love me knots ขายผ่านทางไอจี lovemeknotsbrand และกำลังทำแบรนด์แฟชั่นของตัวเองในแนว unisex และกำลังดูเรื่องธุรกิจ innovation อีกค่ะ” ไอบอกเล่าถึงเรื่องราวของเธอ

แม้จะผ่านชีวิตการทำงานมาไม่นานนัก แต่ ไอ บอกว่า ได้เรียนรู้และซึ้งกับการหาเงินเองอย่างแท้จริง “ที่จริงถ้าไม่มีเงิน ขอพ่อพ่อก็ให้นะคะ แต่ ไอ ไม่ชอบขอ เลยหางานหาเงินเอง ก็รู้ว่าลำบากทีเดียวกว่าจะได้ตังค์ ทำให้ตัวเองประหยัดขึ้นเยอะ การทำงานที่ผ่านมา ไอ รู้เลยล่ะค่ะว่า “พลาด” ตรงที่ ไอ ไม่เคยผ่านชีวิตการทำงานออฟฟิศมาก่อน ก็จะเหมือนคนรุ่นใหม่ทั่วไป จบมาด้วยความมั่นใจเกินไป ถ้าย้อนเวลาได้ ไอ จะกลับไปทำงานออฟฟิศสักปี- 2 ปีก่อน แต่ตอนนี้คงสายไปแล้ว การได้เรียนรู้งานที่อยู่ในระบบ คงจะทำให้ ไอ ทำงานได้ง่ายกว่าที่จะมาเรียนรู้ด้วยตัวเอง ผิดบ้างถูกบ้างกว่าจะประสบความสำเร็จ แต่ถึงวันนี้ ไอ ก็ยังสู้ต่อ เคยท้อบ้าง แต่รู้สึกว่าท้อไปก็ไม่ได้มีอะไรดีขึ้นมา ลุกขึ้นมาสู้ต่อดีกว่า ไอ ชอบทำงานอะไรที่ไม่เครียด สนุกกับงาน แล้วก็ชอบทำงานที่เปลี่ยนมุมมองคนค่ะ”

นี่เป็นหนึ่งในสาวรุ่นใหม่ที่มีไฟ พร้อมที่จะขับเคลื่อนไปข้างหน้าอย่างไม่ท้อถอย.