วันจันทร์ที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

รถยนต์พระที่นั่ง RANGE ROVER CLASSIC MK1

ตลอดรัชสมัยของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร  รัชกาลที่ 9 นับตั้งแต่เสด็จขึ้นครองราชย์ เมื่อปีพุทธศักราช 2498 พระองค์ทรงยึดมั่นในพระราชปณิธานและทรงงานอย่างหนักเพื่อความอยู่ดีกินดีของคนไทยทั้งชาติ เป็นเวลากว่า 70 ปี ที่ในหลวง รัชกาลที่ 9 ได้เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเยี่ยมราษฎรในท้องถิ่นทุรกันดารทุกภูมิภาคทั่วประเทศ

เป็นประจักษ์พยานยืนยันถึงพระราชหฤทัยที่ทรงห่วงใยพสกนิกรผู้อยู่ใต้เบื้องพระบรมโพธิสมภาร พระราชกรณียกิจงานพัฒนาประเทศในด้านต่างๆ ถึงกว่า 4,000 โครงการ พระราชทานแนวทางหรือแนวพระราชดำริแก่หน่วยราชการหรือหน่วยงานต่างๆ ล้วนสำเร็จลุล่วงบังเกิดผลสูงสุด ด้วยเดชะพระบารมี ยังความร่มเย็นผาสุกแก่ปวงประชาราษฎรโดยทั่วหน้าตลอดมา

ทุกครั้งที่เสด็จฯ เยี่ยมเยียนราษฎร ไม่ว่าแห่งหนตำบลหรือภูมิภาคใด มิได้ทรงคำนึงถึงความยากลำบากของเส้นทางที่จะเสด็จพระราชดำเนินหรือภยันตรายใดๆ ต้องทรงรถพระที่นั่งด้วยพระองค์เองบ่อยครั้ง ต้องทรงพระดำเนินเป็นระยะทางหลายกิโลเมตรตามเส้นทางที่ขรุขระ บางครั้งต้องทรงพระดำเนินขึ้นเขาลงห้วย ต้องบุกป่าฝ่าดง เนื่องจากบางหมู่บ้านในสมัยนั้นยังไม่มีเส้นทางหรือถนนที่สามารถเข้าถึง พระองค์ก็มิได้ทรงย่อท้อหรือเหนื่อยหน่ายพระราชหฤทัย

แม้ขุนเขาจะสูงชัน สภาพอากาศไม่เอื้ออำนวย ตามเส้นทางที่จะเสด็จพระราชดำเนินผ่านไปนั้น บางแห่งเต็มไปด้วยโคลนตมหลุมบ่อ หรือตัดผ่านทางน้ำในป่าลึก ก็ไม่ทรงถือเป็นอุปสรรคกีดขวางการเสด็จฯ ไปให้ถึงตัวราษฎรที่ทรงห่วงใย ประชาชนที่ทราบข่าวต่างเฝ้ารอรับเสด็จด้วยใจจดจ่อ ทรงเยี่ยมเยียนประชาชนจนกลายเป็นภาพที่คนไทยได้เห็นตลอดระยะเวลากว่า 70 ปีที่ผ่านมา

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 จะเสด็จพระราชดำเนินเคียงข้างด้วยสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ พระราชโอรสและพระราชธิดา ประทับอยู่ท่ามกลางราษฎร ทรงมีพระราชดำรัสซักถามถึงปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนด้วยความสนพระราชหฤทัย ด้วยน้ำพระทัยที่เปี่ยมด้วยพระเมตตา ยังความชื่นชม โสมนัสในหมู่ราษฎรที่กำลังเผชิญกับความทุกข์ยาก ทรงปรารถนาที่จะหาทางช่วยเหลือพสกนิกรของพระองค์ให้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ด้วยพระราชอัธยาศัยและพระราชจริยวัตรอันงดงาม ทรงวางพระองค์เป็นคนไทยคนหนึ่ง ทำให้ไม่เหลือช่องว่างระหว่างพระมหากษัตริย์กับประชาชนอีกต่อไป

Land Rover Range Rover Classic MK1หนึ่งในรถยนต์พระที่นั่งของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 ซึ่งทรงใช้เป็นพระราชพาหนะในการเสด็จพระราชดำเนินไปยังพื้นที่ห่างไกลเพื่อเยี่ยมเยียนพสกนิกร Range Rover Classic MK1 เป็นรถยนต์อเนกประสงค์ยุคแรกที่เคยได้รับความนิยมสูงสุดในประวัติศาสตร์ของการขับขี่รถยนต์แบบออฟโรด จากความสามารถและประสิทธิภาพในการลุยพื้นที่ทุรกันดาร Range Rover Classic นับเป็นรถขับเคลื่อน 4 ล้ออเนกประสงค์รุ่นแรกของโลกยนตรกรรมที่สามารถขับขี่ใช้งานสองรูปแบบ

ทั้งการขับใช้งานบนถนนปกติ รวมถึงการขับลุยทางวิบากแบบออฟโรดในพื้นที่ที่รถยนต์อื่นๆ ไม่สามารถเข้าถึงได้ ในฐานะยานยนต์อเนกประสงค์ off-road ยุคเริ่มต้น นับเป็นครั้งแรกที่มีการใช้ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อเต็มรูปแบบหรือ 4x4 ซึ่งต่อมากลายเป็นก้าวสำคัญในการพัฒนารถยนต์อเนกประสงค์แบบ SUV (Sport Utility Vehicle) ที่กำลังได้รับความนิยมอย่างมากในปัจจุบัน

Range Rover Classic คันแรกสุดถูกผลิตออกจำหน่ายในปี พ.ศ. 2513 เป็นรถ SUV ขับเคลื่อนสี่ล้อ 4x4 ผลิตโดยบริษัทผู้ผลิตรถยนต์สัญชาติอังกฤษ Land Rover ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มบริษัท British Leyland รถรุ่นแรกที่ผลิตภายใต้ชื่อ Range Rover เป็นรุ่น 2 ประตู ตามด้วยรุ่น 4 ประตู ในปี พ.ศ. 2524 Land Rover ประกาศใช้คำว่า "Range Rover Classic" ในรถรุ่นแรกเพื่อแยกแยะความแตกต่างระหว่างรุ่นที่สองรหัส P38A 

เช่นเดียวกับยานพาหนะออฟโรดของค่าย Land Rover ตัวถังของ Range Rover Classic ทำจากอลูมิเนียมน้ำหนักเบา การออกแบบโครงสร้างหลักมีการปรับปรุงในด้านความแข็งแกร่งทนทานต่อการบิดตัวเมื่อขับลุยทางวิบาก Range Rover Classic ใช้ตัวถังอลูมิเนียมยึดติดกับแชสซีเหล็กกล้าเพื่อความปลอดภัย โดยออกแบบเพื่อการใช้งานในพื้นที่ทุรกันดาร โครงสร้างของรถมีความแข็งแกร่งมากยิ่งขึ้นด้วยโครงแชสซีเหล็กหล่อ

ขณะเดียวกันก็รักษามาตรฐานเดิมของงานผลิตตัวถังด้วยวัสดุน้ำหนักเบาอลูมินัมอัลลอย เปลือกตัวถังขึ้นรูปด้วยอลูมิเนียมที่มีความทนทานต่อการกัดกร่อน โดยสามารถซ่อมแซมได้ง่ายหากเกิดอุบัติเหตุ

ในขณะที่โครงแชสซีเหล็กได้รับการออกแบบโดยทีมวิศวกรเพื่อเน้นในเรื่องความปลอดภัย รถ Classic MK1 คันต้นแบบนั้น วิศวกรของ Land Rover ได้ออกแบบแผ่นผนังด้านข้างรอบห้องโดยสารให้มีความหนามากขึ้นเพื่อปกป้องผู้โดยสารหากเกิดอุบัติเหตุ และเพื่อให้ยานพาหนะรุ่นนี้ผ่านกฎเกณฑ์ด้านความปลอดภัยของทางการ  สามารถขับขี่บนถนนได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย

อย่างไรก็ตาม การออกแบบตัวถังและการทำงานของระบบขับเคลื่อนในรถต้นแบบถือว่าทำออกมาได้ดีมากในยุคนั้น มีการเปลี่ยนแปลงรายละเอียดปลีกย่อยเพียงเล็กน้อยเพื่อให้รถคันผลิตจริงมีความสมบูรณ์ เช่น การออกแบบกระจังด้านหน้าและไฟหน้าทรงกลม เสาท้ายหรือเสา C ในบางรุ่นมีการหุ้มด้วยไวนิลเพื่อเพิ่มความหรูหรา

มิติตัวถังของ Range Rover Classic มีความยาวรวม 4,470 มิลลิเมตร กว้าง 1,778 มิลลิเมตร สูง 1,778 มิลลิเมตร ฐานล้อ 2,540 มิลลิเมตร ความกว้างล้อหน้า-หลัง เท่ากันที่ 1,486 มิลลิเมตร ความสูงจากพื้นถึงใต้ท้อง 190 มิลลิเมตร น้ำหนัก 1,760 กิโลกรัม ถังเชื้อเพลิงจุ 86 ลิตร 

เครื่องยนต์เบนซินของ Buick แบบ V8 ขนาด 3.5 ลิตร ปริมาตรความจุ 3,528 ซีซี จ่ายเชื้อเพลิงด้วยคาร์บูเรเตอร์ Zenith-Stromberg 175CD อัตราส่วนกำลังอัด 8.5:1 กำลังสูงสุด 135 แรงม้า ที่ 4,750 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 185 ปอนด์-ฟุต (250 นิวตันเมตร) ที่ 2,500 รอบต่อนาที ระบบส่งกำลังใช้เกียร์ธรรมดา 4 สปีด ต่อพ่วงกับระบบขับเคลื่อนสี่ล้อด้วยเกียร์ทดกำลัง integrated transfer case LT95 เฟืองท้ายแบบ Central differential lockable เกียร์ธรรมดาแบบ 4 สปีดใน Range Rover Classic MK1 ส่งกำลังลงไปในล้อขับเคลื่อนทุกล้อ

ซึ่งเป็นบรรทัดฐานสำหรับรถ Land Rover ทั้งหมด ชุดเกียร์ออกแบบให้มีคันโยกเล็กๆสำหรับเปลี่ยนอัตราทดของเกียร์ขับเคลื่อนสี่แบบ Low/ High เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการขับใช้งานทั้งบนถนนปกติรวมถึงการขับแบบออฟโรด สมรรถนะ เร่งจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงใน 14.2 วินาที ความเร็วสูงสุด 154 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ระบบรองรับหรือช่วงล่างของ Range Rover Classic ใช้คอยล์สปริง โช็คอัพและกันโคลงเหล็ก ล้ออัลลอยขนาด 5.5x16 นิ้ว ยาง 205/80R16.


อาคม รวมสุวรรณ
E-Mail chang.arcom@thairath.co.th
Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom
https://www.facebook.com/ARCOM-CHANG-Thairath-Online-525369247505358/