วันศุกร์ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ขอให้จริงเถอะ...นายกฯลุงตู่

เปลี่ยนตัวเล่น ไม่ต้องปะทะ

พลันที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯเดินทางกลับจากการไปเยือนสหรัฐอเมริกา นอกจากส่งสัญญาณว่าจะประกาศวันเลือกตั้งในปี 2561

ยังมีอีกประเด็นหนึ่งคือ จากนี้ไปจะไม่ตอบโต้ประเด็นการเมือง

ผมก็อยากเอาใจช่วยเหมือนกัน แต่ไม่รู้ว่าท่านนายกฯจะทำได้อย่างที่พูดได้หรือไม่ เนื่องจากเป็นคนชอบพูด

พูดไปพูดมากลายเป็นเรื่องรํ่าไปทุกที

มีสิ่งที่น่าสังเกตชัดเจนในตัว “พี่ใหญ่” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯฝ่ายความมั่นคง ระยะหลังนี้จะค่อนไปทางเล่นเอาแสดงเอง โดยเฉพาะประเด็นทางการเมือง

ไม่ว่าจะเป็นกรณีการกำหนดวันเลือกตั้งที่ พล.อ.ประวิตรยืนยันการันตีเองว่า การที่น้องเล็กกล่าวกับผู้นำสหรัฐฯว่าจะประกาศวันเลือกตั้งในปี 2561 นั้น

“พี่ใหญ่” ขยายความให้ทันควันว่า ไม่ได้หมายว่าจะต้องเลือกตั้งในปี 2561 แต่ความหมายจะประกาศวันเลือกตั้งเท่านั้น

มาอีกเรื่องหนึ่ง หลังจาก พ.ร.บ.ว่าด้วยพรรคการเมืองคลอดออกมาอย่างเป็นทางการ บรรดานักการเมืองต่างก็ออกมาขอให้รัฐบาลยกเลิกคำสั่งห้ามพรรคการเมืองจัดกิจกรรมทางการเมือง

พูดง่ายๆว่า ต้องการเคลื่อนไหวทางการเมืองคือการประชุมพรรค

เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมในการเลือกตั้งที่แม้ว่ายังไม่มีกำหนดการที่แน่นอนก็ตาม แต่เพราะกฎหมายพรรคการเมืองใหม่นั้นมีการเปลี่ยนแปลงหลายอย่าง จึงมีความจำเป็นที่จะต้องเตรียมตัวให้พร้อม

แต่ “พี่ใหญ่” ยืนยันว่า เมื่อกฎหมายลูกที่เกี่ยวกับการเลือกตั้งยังไม่เสร็จ จึงยังไม่สามารถปลดล็อกให้พรรคการเมืองจัดกิจกรรมได้

ก็เป็นอันว่าชัดเจน พี่ตอบแทนน้องเรียบร้อยไปแล้ว

ว่าไปแล้ว หากนายกฯไม่พูดตอบโต้ทางการเมืองน่าจะเป็นเรื่องที่ดี เพราะไม่ต้องไปทะเลาะเบาะแว้งให้เกิดความวุ่นวายทางการเมืองขึ้นมา

เพราะที่ผ่านมาก็บ่นอยู่ตลอดเวลาว่างานเยอะ เหนื่อย แต่พร้อมที่จะทำงานต่อไปอย่างเต็มที่ หากพูดเรื่องการเมือง หรือโต้แย้งให้เสียเวลา เสียอารมณ์ ก็น่าจะไม่ต้องไปเหนื่อยมากขึ้น และไม่รกสมองอีกด้วย

น่าจะรู้และทราบกันดีว่านักการเมืองบางคนบางพรรคนะครับ...ไม่ได้หมายว่านักการเมืองทุกคนล้วนอยากปะมือกับนายกฯอยู่แล้ว

ยิ่งรู้อีกเช่นกันว่านายกฯนั้นอารมณ์ขึ้นได้ง่ายๆ เปรี้ยงมาก็เปรี้ยงไปจนสร้างความดังให้ฝ่ายนักการเมืองได้เป็นอย่างดี

ที่สำคัญก็คือในฐานะผู้นำประเทศ พูดอะไรออกไปถ้าดีก็ดีไป ตรงกันข้ามถ้าผิดพลาด พลาดพลั้งก็เรียบร้อย

เพราะเมื่อพูดไปแล้วต้องแสดงความรับผิดชอบด้วย

หากนายกฯหยุดได้จริงๆ น่าจะเป็นประโยชน์ต่อตัวท่านเอง และรัฐบาลเพราะไม่น่าจะเกิดประโยชน์อันใด

ปล่อยให้พูดกันว่ากันไป เดี๋ยวประชาชนเขาก็หน่ายกันเอง

เอาเป็นว่าให้ “พี่ใหญ่” แสดงบทเองก็ไม่น่าเสียหายอะไร เพราะยังเป็นแค่พระรอง ถ้าผิดพลาดอะไรไปบ้าง “พระเอก” ก็ยังช่วยแก้ตัวได้

ก่อนหน้านี้ดูเหมือนว่า พล.อ.ประวิตรนั้นดูโรยแรงไปมากคงเนื่องจากวัย และมีโรคประจำตัวที่พูดจาไม่กระฉับกระเฉงเท่าที่ควร

ครั้นพอ...ได้แสดงบทเต็มๆ ดูฟิตแอนด์เฟิร์มเห็นมั้ยล่ะ!?!

“สายล่อฟ้า”