วันพุธที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

บิ๊กตู่-บิ๊กป้อม ปัดตอบ คสช.ถกปมปลดล็อกการเมือง

"บิ๊กตู่-บิ๊กป้อม" ปัดตอบ คสช.ถกปมปลดล็อกการเมือง หลัง พ.ร.บ.พรรคการเมืองประกาศใช้ หลังประชุม "ผบ.ตร.-มีชัย" บอกนายกฯ จะเป็นผู้ชี้แจงเอง

เมื่อเวลา 08.30 น. วันที่ 10 ต.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้เดินลงมาจากตึกไทยคู่ฟ้า เพื่อเป็นประธานการประชุม คสช. ก่อนเป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ต่อไป ทั้งนี้ระหว่างเดินขึ้นตึกบัญชาการ 1 ผู้สื่อข่าวได้สอบถึงการปลดล็อกพรรคการเมือง หลัง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง ประกาศใช้เมื่อวันที่ 7 ต.ค. จะมีการนำเข้าหารือในที่ประชุม คสช.ด้วยหรือไม่ ซึ่งนายกฯ ได้แต่ยิ้มและส่ายหน้า โดยไม่ได้ตอบคำถามแต่อย่างใด

ทางด้าน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ตอบเพียงสั้นๆ ในเรื่องเดียวกันว่า ไม่มีๆ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ต่อมาเวลา 09.40 น. ภายหลังการประชุม คสช.เสร็จสิ้น บรรดาผู้บัญชาการเหล่าทัพ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. รวมถึงนายมีชัย ฤชุพันธ์ุ ประธาน กรธ. ต่างปฏิเสธให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุม เมื่อถูกถามถึงที่ประชุม คสช.ได้มีการหารือถึงการปลดล็อกพรรคการเมือง หรือไม่ โดยต่างพูดว่า นายกฯ จะเป็นผู้ชี้แจงเอง

ทั้งนี้การประชุมฝ่ายความมั่นคงในครั้งนี้ คาดจะหารือถึงการเตรียมความพร้อมมาตรการรักษาความปลอดภัย การดูแลความเรียบร้อยช่วงงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทั้งการจัดระเบียบพื้นที่ และการจราจร พร้อมกำหนดจุดพื้นที่อำนวยความสะดวกประชาชนที่เข้าร่วมพิธีอย่างเหมาะสม รวมถึงการหารือถึงการผ่อนปรนคำสั่ง คสช. เพื่อเปิดช่องให้พรรคการเมืองสามารถดำเนินกิจกรรมพรรคได้หรือไม่ หลัง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมืองมีผลบังคับใช้แล้ว เมื่อวันที่ 7 ต.ค. ที่ผ่านมา

ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาลว่า สำหรับการประชุม ครม.วันที่ 10 ต.ค. วาระสำคัญ อาทิ สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) เตรียมเสนอเรื่องนโยบายและแผนงานระดับชาติว่าด้วยความมั่นคงแห่งชาติ (พ.ศ. 2560-2564) เข้าสู่การพิจารณา ประกอบด้วย 16 นโยบาย 19 แผนงาน อาทิ แผนการเสริมสร้างความมั่นคงของมนุษย์ ในการส่งเสริมประชาชนเข้าถึงกระบวนการยุติธรรม, แผนการข่าวกรองและประเมินสถานการณ์ความมั่นคงระยะยาว, แผนการเสริมสร้างความมั่นคงของสถาบันหลักของชาติภายใต้การปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ว่าด้วยการเสริมสร้างความเข้าใจถึงเหตุผลและความจำเป็นในการบังคับใช้กฎหมายที่เกี่ยวกับการหมิ่นสถาบันฯ ควบคู่ไปกับการติดตามและเฝ้าระวังการเผยแพร่ข้อมูลที่กระทบต่อความมั่นคงเกี่ยวกับสถาบัน, แผนการสร้างความสามัคคีปรองดอง ว่าด้วยการกำหนดองค์กร กลไกบริหารจัดการความขัดแย้งแบบบูรณาการภายใต้นวทางสันติวิธี, แผนการเสริมร้างความมั่นคงของชาติจากภัยทุจริต และแผนการป้องกันและแก้ไขปัญหาความมั่นคงทางไซเบอร์ เป็นต้น.