วันอังคารที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ปกครองนราธิวาสเข้ม รปภ.หลังมีข่าวคาร์บอมบ์เข้ามาก่อเหตุในเขตเมือง

ฝ่ายปกครอง อ.เมือง นราธิวาส คุมเข้มพื้นที่ หลังพบแนวร่วมใช้รถยนต์เก๋ง ขนระเบิดจาก อ.ระแงะ เข้ามาเขตเมือง ส่งปลัดฝ่ายความมั่นคงตรวจเยี่ยมความพร้อมกำลัง อส.ชรบ.สกัดรถยนต์ทุกมุมเมือง...

วันที่ 10 ต.ค.60 นายสาโรจน์ กาญขนพงศ์ นายอำเภอเมืองนราธิวาส ได้สั่งการให้นายอัมรัน บากา ปลัดอำเภอหัวหน้าฝ่ายความมั่นคง อ.เมืองนราธิวาส ลงพื้นที่รับผิดชอบเข้าตรวจเยี่ยมให้กำลังใจกำลังอาสาสมัครรักษาดินแดน (อส.) และกำลังภาคประชาชน กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และ ชรบ.ตามจุดตรวจต่างๆ ในพื้นที่ที่ออกปฏิบัติหน้าที่รักษาความปลอดภัยตามหมู่บ้านต่างๆ รวมทั้งมอบนโยบายและกำชับให้ตั้งตนอยู่ในความไม่ประมาท และให้จัดกำลังรักษาความปลอดภัยตามหลักสูตรที่ได้ฝึกมาอย่างเคร่งครัด ทั้งการเข้าและออกเวรยามต้องเน้นความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินเป็นหลัก โดยเฉพาะกำลังที่รักษาความปลอดภัยโรงเรียน สถานที่ราชการต่างๆ ต้องเพิ่มความเข้มงวดเป็นพิเศษ เนื่องจากอยู่ในพื้นที่อันตราย ซึ่งคนร้ายอาจจะแอบแฝงเข้ามาทำร้ายได้ทุกเมื่อ และหากมีเหตุร้ายเกิดขึ้นสามารถรับสถานการณ์ได้ทุกเมื่อ และพร้อมจะตอบโต้เพื่อรักษาชีวิตและทรัพย์สินของทางราชการอย่างเต็มความสามารถ

โดยได้กำชับให้กองกำลัง อส.กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ชรบ.และกำลังภาคประชาชนที่ตั้งด่านตรวจประจำจุดตรวจในพื้นที่ทุกแห่งสังเกตรถยนต์เก๋ง ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นวีออส สีบรอนซ์เงิน ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน เนื่องจากรถยนต์คันดังกล่าวได้ขนวัตถุระเบิดมาจากพื้นที่ อ.ระแงะ เพื่อนำไปก่อเหตุในพื้นที่ใกล้เคียง โดยมีเป้าหมายในเขตแหล่งชุมชน เขตเศรษฐกิจ และจุดรวมตัวของเจ้าหน้าที่ ซึ่งหาดตรวจพบให้จับและแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร ในพื้นที่ทันทีเพื่อสกัดวัตถุระเบิดดังกล่าวไม่ให้มีโอกาสเข้ามาก่อเหตุในพื้นที่ พร้อมทั้งกำลังกำนัน ผู้ใหญ่บ้านให้แจ้งลูกบ้านช่วยกันสอดส่องดูแลในหมู่บ้านของตนเอง หากพบสิ่งผิดปกติให้แจ้งเจ้าหน้าที่ทันที

ส่วนบนถนนสายหลักและสายรองให้กำลัง อส.ร่วมกับกำลังภาคประชาชนร่วมกันตั้งด่านตรวจจุดสกัด เน้นตรวจรถจักรยานยนต์อย่างละเอียดทุกคัน โดยเปิดเบาะเพื่อตรวจวัตถุระเบิดทุกคัน พร้อมทั้งตรวจบัตรประชาชนหากสงสัยบุคลใดให้ทำประวัติไว้เพื่อง่ายต่อการเรียกตัวมาสอบสวนได้ทันทีหากมีการวางระเบิด จักรยานยนต์บอมบ์ในพื้นที่ขึ้น และมีการทำประวัติบุคลต่างถิ่นที่เข้ามาในพื้นที่อย่างละเอียดว่าเข้ามาในพื้นที่เพื่ออะไร พักที่ไหน บ้านใคร เพื่อตรวจสอบบุคคลที่มีหมายจับที่อาจจะแฝงตัวเข้ามาหลบซ่อนในพื้นที่อีกด้วย

ส่วนการแบ่งมอบภารกิจรักษาความปลอดภัยร่วมกันทั้ง 4 ฝ่าย ประกอบด้วย ทหาร ตำรวจ ปกครอง อส. และกำลังภาคประชาชน ซึ่งในบางจุดมีการปฏิบัติร่วมกัน และบางจุดทหารได้ปรับลดกำลัง เพื่อไปรับผิดชอบในเขตพื้นที่รอบนอก แล้วใช้กำลังของ ตำรวจ อส. และกำลังภาคประชาชนแทน ตั้งจุดตรวจ/จุดสกัด ประจำที่และไม่ประจำที่ บนถนนสายหลัก/รอง ที่เป็นเส้นทางเข้า-ออกเขตชุมชนเมือง จัดชุดเคลื่อนที่เร็ว และลาดตระเวนในเขตเทศบาล/ชุมชนเมือง ที่มีความเสี่ยงต่อการก่อเหตุ โดยกำลังภาคประชาชนร่วมในการตั้งจุดตรวจ/จุดสกัด ไม่ประจำที่ ในเขตชุมชน รวมทั้งมีบทบาทสำคัญในการสอดส่องดูแลบุคคลแปลกหน้า ยานพาหนะต้องสงสัย หรือสิ่งบอกเหตุอื่นๆ ซึ่งปัจจุบันกำลังภาคประชาชนได้เข้ามามีส่วนร่วมรักษาความปลอดภัยในเขตชุมชนเมืองเป็นอย่างมาก และสามารถแจ้งเตือน/เหตุ ได้อย่างรวดเร็วด้วยระบบการติดต่อสื่อสาร ทั้งทางวิทยุมือถือและทางโทรศัพท์

การจัดวางกำลังสมาชิก อส. รักษาความปลอดภัยในเขตชุมชนเมือง โดยเฉพาะเขตเทศบาลเมืองนราธิวาส ทำให้สามารถจัดกำลังรักษาความปลอดภัยร่วมกับตำรวจ/ทหาร จำกัดเสรีกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงตลอด 24 ชม. ครอบคลุมพื้นที่เขตชุมชนและชานเมือง พร้อมกันนี้ยังได้ประชาสัมพันธ์ให้ผู้ประกอบการร้านค้าและประชาชน สังเกตรถยนต์หรือรถจักรยานยนต์ที่มาจอด แล้วไม่ทราบเจ้าของ หรือต้องสงสัย ให้แจ้งเจ้าหน้าที่โดยด่วน รวมทั้งขอความร่วมมือผู้ประกอบการติดตั้งระบบโทรทัศน์วงจรปิด

ในบางพื้นที่ ได้กำหนดเป็นพื้นที่เสี่ยงที่จะเกิดเหตุเพลิงไหม้ ส่วนใหญ่เป็นอาคารไม้ของชุมชนไทยพุทธและชุมชนคนไทยเชื้อสายจีน ซึ่งเป็นเป้าหมายของกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรง ได้มีการจัดกำลังสมาชิก อส.และรถกู้ภัย เฝ้าระวังป้องกัน ประสานการปฏิบัติร่วมกัน 3 ฝ่าย ปกครอง ตำรวจ ทหาร บูรณาการด้านการข่าว และสนธิกำลังกดดันพื้นที่เสี่ยงที่คาดว่ากลุ่มผู้ก่อเหตุจะใช้เป็นที่ซ่องสุมเข้ามาก่อเหตุในเขตเมือง รวมทั้งการจัดระเบียบบ้านเช่า หอพัก ซึ่งกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงอาจเข้ามาเคลื่อนไหวเตรียมการก่อเหตุ.