วันเสาร์ที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

นครบาล เรียก รองผู้การ 5 ทราบข้อหา ผิดวินัยร้ายแรง ระบุไม่ช่วยคดีอาญา

เรียก รอง ผบก.น.5 ช่วย "ยิ่งลักษณ์" หนี เข้าพบ "ภาณุรัตน์" รับทราบข้อหาผิดวินัยร้ายแรง ยืนยันการทำคดี ไม่มีช่วยเหลือ หลัง DNA ไม่ชัด เอาผิดอาญาไม่ได้ 


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.ต.ต.ภาณุรัตน์ หลักบุญ รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ในฐานะประธานสอบข้อเท็จจริง กรณี พ.ต.อ.ชัยฤทธิ์ อนุฤทธิ์ รองผู้บังคับการตำรวจนครบาล 5 (ช่วยราชการ ศปก.บก.น.5) ถูกกล่าวหาช่วย น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีหลบหนี ไม่เข้าฟังการพิจารณาตัดสินคดีจำนำข้าว เปิดเผยว่า ในเวลา 10.00 น. วันนี้ (10 ต.ค.) ได้เรียก พ.ต.อ.ชัยฤทธิ์ มารับทราบข้อกล่าวหาในความผิดวินัยร้ายแรง หลังมีพฤติการณ์นำรถยนต์ไม่ชอบด้วยกฎหมายมาใช้ และการนำ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ไปที่ อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว

"ในทางวินัย พฤติการณ์ทั้งสองถือว่าไม่ปฏิบัติตามระเบียบแบบแผนของทางราชการ ก่อให้เกิดความเสียหาย มีความผิดวินัยร้ายแรง ตาม พ.ร.บ.ตำรวจฯ มาตรา 78 (1)ประกอบมาตรา 79(6) ซึ่ง พ.ต.อ.ชัยฤทธิ์ จะชี้แจงอย่างไรก็ได้ แต่ทางคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงจะดำเนินการสรุปผลการสอบสวนทั้งหมดให้ พล.ต.ต.ชาญเทพ เสสะเวช รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ในวันพุธนี้ (11 ต.ค.) เพื่อตั้งคณะกรรมการดำเนินการพิจารณาโทษทางวินัยต่อไป ส่วนคดีอาญา ขณะนี้ยังไม่ถือว่ามีความผิด เนื่องจากเป็นเพียงการยอมรับสารภาพของ พ.ต.อ.ชัยฤทธิ์ เท่านั้นว่าคนที่นั่งไปในรถคัมรี เป็นอดีตนายกรัฐมนตรี แต่ผลตรวจพิสูจน์ดีเอ็นเอ ไม่สามารถตรวจพิสูจน์ยืนยันได้ ยกเว้นจะมีพยานหลักฐานใหม่ที่มีน้ำหนักเพียงพอจึงจะมีการพิจารณาแจ้งข้อกล่าวหาในภายหลัง" 

พล.ต.ต.ภาณุรัตน์ บอกด้วยว่า ได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงไปตามพยานหลักฐานอย่างตรงไปตรงมา ยึดระเบียบแบบแผนและแสวงหาข้อเท็จจริงอย่างครบถ้วน ไม่ได้ลบหรือบิดเบือนข้อเท็จจริง จึงขอให้ประชาชนมั่นใจในกระบวนการสอบสวนของตำรวจว่าไม่มีฮั้วกันแน่นอน โดยเฉพาะประเด็นผลตรวจดีเอ็นเอที่ไม่สามารถเอาผิดคดีอาญาได้ ซึ่งหากประชาชนติดใจสงสัยผลการสอบสวน สามารถยื่นคำร้องขอตรวจสอบตาม พ.ร.บ.ข้อมูลข่าวสารได้.