วันพุธที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ซาอุฯจะย้ายค่าย?

กรณีสมเด็จพระราชาธิบดีซัลมาน แห่ง ราชวงศ์ซาอุดีอาระเบีย เสด็จเจรจากับรัฐบาลรัสเซีย ที่กรุงมอสโก เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา กลายเป็นประเด็นน่าจับตาในแวดวงความมั่นคงอย่างใกล้ชิด เนื่องจากมีรายละเอียดการดีลอาวุธสงคราม และแต่ก่อนเป็นที่รับรู้กันว่าซาอุฯใช้อาวุธ “ค่ายอเมริกัน” มาช้านาน

จากการเปิดเผยของเครือรัฐวิสาหกิจอุตสาหกรรมทหารซาอุดีอาระเบียหรือซามี ระบุว่า แผนการจัดหาอาวุธ “ค่ายรัสเซีย” ที่หารือกัน มีทั้งระบบยิงจรวดเพลิงบูราติโน TOS–1A จรวดต่อต้านรถถังคอร์เน็ต เครื่องยิงลูกระเบิดอัตโนมัติขนาด 30 มม. ปืนกลจู่โจม AK–103 ซึ่งทางรัสเซียให้การรับรองว่าอาวุธเหล่านี้จะมีการถ่ายทอดโนว์ฮาวในอนาคตให้ซาอุฯผลิตซ่อมบำรุงเองได้

และที่เป็นพระเอกของงาน คือการจัดหาระบบต่อต้านอากาศยาน “S–400” ของรัสเซีย มาไว้ในครอบครอง ที่ว่ากันว่าเป็นระบบเหนือชั้น สกัดได้ทั้งขีปนาวุธ จรวดร่อน และเครื่องบินรบ

พิสัยทำการ 400 กิโลเมตร (แล้วแต่รุ่นของจรวดที่นำมาบรรจุท่อยิง) สมมติฐานตั้งที่กรุงเทพฯ ก็สามารถตรวจจับได้ไกลถึง จ.ตาก จ.ขอนแก่น และ จ.ชุมพร ที่สำคัญระบบยังทำงานประสานกับหน่วยเรดาห์เคลื่อนที่อื่นๆได้ กลายเป็นตาข่ายตรวจจับที่กว้างขึ้นไปอีก และรัสเซียเคยอวดศักยภาพว่า จรวดที่ยิงออกไปทำงานได้อย่างแม่นยำแม้ในสภาวะถูกแจมมิ่ง หรือกวนสัญญาณ

นับตั้งแต่ปี 2558 นานาประเทศเล็งที่จะได้ระบบนี้มาเสริมความแข็งแกร่งการป้องกัน ทางอากาศ ไม่ว่าจีน ตุรกี อินเดีย รวมถึงเพื่อนบ้านเรา “เวียดนาม” ที่สื่อท้องถิ่นวีเอ็นไทม์เคยรายงานว่า สนใจ 4-6 ระบบ

มีการวิเคราะห์ตั้งคำถามว่าการขยับตัวของซาอุฯครั้งนี้ เป็นความต้องการที่จะย้ายค่ายอาวุธในระยะยาว หรือเป็นการจัดความสมดุลของอิทธิพลระหว่างขั้วมหาอำนาจ เนื่องจากเริ่มมีการคาดคะเนกันว่าหลังจบสงครามซีเรียแล้ว รัสเซียจะเข้ามาปักหมุดในภูมิภาคตะวันออกกลางอย่างเหนียวแน่น

หรือเป็นการกระตุ้นให้อเมริกาอย่าเล่นตัวนัก เพราะหลังหารือรัสเซียแล้ว รัฐบาลสหรัฐฯก็ประกาศอนุมัติการขายระบบป้องกันขีปนาวุธธาด “THAAD” มูลค่า 15,000 ล้านดอลลาร์ ให้ซาอุฯในไม่กี่วันต่อมา.

ตุ๊ ปากเกร็ด