วันจันทร์ที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

สั่งปิดจราจร 5 จุด ให้เดินเท้า สู่พื้นที่พระราชพิธี (คลิป)

จัดที่จอดรถรวม 20 แห่ง เปิดให้คนเข้า 25 ต.ค.ตี 5 ห้ามสื่อแพร่สดผ่านเฟซ

กอร.พระราชพิธีฯกำหนดเส้นทางประชาชนเดินเท้าเข้าพื้นที่สนามหลวง 5 จุดในวันงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ “ในหลวงรัชกาลที่ 9” จัดที่จอดรถส่วนตัว 13 แห่ง รถบัส 7 แห่ง เริ่มเปิดเข้าพื้นที่ตี 5 วันที่ 25 ตุลาคม ใครมาก่อนเข้าก่อน หากออกจากจุดที่จองไว้นั่งเสียสิทธิ์ ให้เตรียมพร้อมอาหาร น้ำดื่ม ยาประจำตัว คาดคนกว่า 4 หมื่น ได้เห็นริ้วขบวนในบริเวณมณฑลพิธี ห้ามสื่อมวลชนเฟซบุ๊กไลฟ์ ให้ใช้ภาพสดจากทีวีพูล

รัฐบาลและทุกฝ่ายเตรียมความเรียบร้อย งานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เพื่อให้งานออกมาสมพระเกียรติอย่างที่สุด โดยเมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 9 ต.ค. ที่กระทรวงกลาโหม พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ พล.ต.อ.เดชณรงค์ สุทธิชาญบัญชา รอง ผบ.ตร. พล.ต.ต.จิรสันต์ แก้วแสงเอก รอง ผบช.น. และนายนิสิต จันทร์สมวงศ์ รองปลัดกระทรวงมหาดไทย แถลงหลังการประชุมกองอำนวยการร่วมพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพล อดุลยเดช (กอร.พระราชพิธีฯ)

พล.ท.สรรเสริญกล่าวว่า การเตรียมงานทุกฝ่ายมีความพร้อมสมบูรณ์ 98-99 เปอร์เซ็นต์ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและ รมว.กลาโหม ได้สรุปสาระสำคัญ 6 ข้อ คือ 1.ความพร้อมของเจ้าหน้าที่ในการเข้าปฏิบัติงาน การซักซ้อมริ้วขบวนในวันที่ 7 ต.ค. ถือว่ามีความพร้อมสมบูรณ์ ยังมีการซ้อมริ้วขบวนในวันที่ 15 ต.ค. วันซ้อมใหญ่วันที่ 21 ต.ค. และวันงานพระราชพิธีจริงวันที่ 26 ต.ค. ขอให้ทุกคนช่วยรักษาระดับความพร้อมไว้จนถึงวันงานพระราชพิธีฯ 2.สั่งการให้เจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วนดูแลรักษาความปลอดภัย ทั้งตำรวจและทหารตามจุดเส้นทางต่างๆ ทั้งเส้นทางริ้วขบวน เส้นทางของประชาชนและเส้นทางขบวนเสด็จที่ต้องกำหนดจุดชัดเจน

3.ข้อควรปฏิบัติของประชาชน ข้อแนะนำทั้งประชาชนและสื่อมวลชน กรมประชาสัมพันธ์ประสานงานกับทุกภาคส่วนให้รับรู้และเข้าใจ โดยเฉพาะการเชิญชวนประชาชน เข้าร่วมพิธีถวายดอกไม้จันทน์ตามพื้นที่ที่ตนเองอยู่ บรรยากาศในพื้นที่ต่างจังหวัดและ กทม.จะเหมือนกัน หากใครจะเดินทางเข้ามา กทม.ต้องรับทราบข้อมูลการเตรียมตัวเรื่องการเดินทางและจุดจอดรถ 4.วันที่ 13 ต.ค. ให้ทุกส่วนราชการเตรียมความพร้อมจัดกิจกรรม เพราะเป็นวันคล้ายวันสวรรคต 5.ระบบการติดต่อสื่อสารทั้งในวันที่ 15 ต.ค. 21 ต.ค. และวันที่ 26 ต.ค. ต้องมีความต่อเนื่องและสอดคล้องไม่เกิดอุปสรรค เพราะจะมีหน่วยงานที่เข้ามาปฏิบัติภารกิจในพื้นที่สนามหลวงและมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ต้องมีแผนสำรองกรณีฉุกเฉินด้วย 6.ให้ทุกฝ่ายตั้งใจปฏิบัติภารกิจเพื่อถวายในหลวง ร.9 และ ร.10 เต็มกำลังความสามารถ

พล.ท.สรรเสริญกล่าวต่อว่า มีพื้นที่ทั้งหมด 150,000 ตารางเมตร บรรจุคนได้กว่า 200,000 คน จะมีประชาชนเพียง 40,000 คน ที่อยู่ในพื้นที่รอบในได้เห็นริ้วขบวนเพียงเล็กน้อย แบ่งเป็นพื้นที่ทางเท้าฝั่งตรงข้ามพระบรมมหาราชวัง ด้านถนนมหาราช ตั้งแต่แยกท่าช้างถึงท่าเตียน จุคนได้ประมาณ 6,500 คน พื้นที่ทางเท้าบริเวณถนนมหาราช ตั้งแต่แยกท่าเตียนถึงสามแยกเชตุพน ประมาณ 2,500 คน พื้นที่ทางเท้าถนนราชดำเนินในฝั่งศาลฎีกา ตั้งแต่แยกหลักเมือง ถึงแยกสะพานผ่านพิภพฯ จุคนได้ประมาณ 15,500 คน พื้นที่ทางเท้า ถนนหน้าพระธาตุตั้งแต่แยกพระจันทร์ถึงหน้าโรงละครแห่งชาติประมาณ 6,000 คน

พล.ท.สรรเสริญกล่าวอีกว่า ส่วนประชาชนที่เหลือได้ชมเพียงบรรยากาศรอบนอก ในเวลา 04.00 น. วันที่ 24 ต.ค. จะขอให้ประชาชนออกจาก พื้นที่ เป็นการรักษาความปลอดภัยตามหลักสากล ส่วนวันที่ 25 ต.ค. เวลา 05.00 น. จะมีการเปิดให้ คนเข้านั่งกับพื้นประจำจุดได้ถึงวันที่ 26 ต.ค. โดยไม่กางเต็นท์ ปูเสื่อนอน หากใครออกก่อนก็จะเสียสิทธิ์ จึงขอให้ประชาชนเตรียมตัวให้พร้อมทั้งอาหาร น้ำดื่ม ยาประจำตัว จะมีเจ้าหน้าที่แจ้งข้อมูลว่าจะเติมประชาชนเข้าไปได้อีกเท่าไหร่ เพื่อคนที่เฝ้าดูประมาณการว่าจะเดินทางมา หรือไปที่พระเมรุมาศจำลองที่เตรียมไว้

อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์กล่าวอีกว่า สำหรับการถ่ายทอดริ้วขบวนพิธีทางเฟซบุ๊กไลฟ์นั้น ถ้าเป็นประชาชนที่เฝ้ารับเสด็จฯทำได้ รวมถึงถ่ายภาพ นิ่ง หรือถ่ายภาพเคลื่อนไหวได้ แต่บางพื้นที่จะมีการตัดสัญญาณโทรศัพท์เพื่อความปลอดภัย แต่ถ้าเป็นสื่อมวลชนที่อยู่บนอัฒจันทร์ ไม่สามารถเฟซบุ๊กไลฟ์ได้ ทำได้แค่ถ่ายภาพนิ่งและถ่ายภาพเคลื่อนไหวอย่างใดอย่างหนึ่งตามที่แจ้งไว้ ถ้าต้องการภาพปัจจุบันที่เป็นเหตุการณ์สด สามารถทำได้วิธีเดียว คือการเกี่ยวสัญญาณของโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจเท่านั้น กรณีที่มีประชาชนเฟซบุ๊กไลฟ์แล้วสำนักข่าว ต่างๆไปแชร์เฟซบุ๊กไลฟ์ ทำไม่ได้เช่นกัน เพราะการที่ต้องถ่ายทอดสดผ่านโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจ เนื่องจากไม่ต้องการให้ต่างคนต่างถ่าย ซึ่งจะควบคุมคุณภาพไม่ได้ ทั้งนี้ จะไม่อนุญาตให้สื่อมวลชนไปทำหน้าที่อยู่นอกอัฒจันทร์ สื่อมวลชนจะอยู่ได้แค่ 2 แห่ง คือ อัฒจันทร์และศูนย์ประชุมมหาวิทยาลัย ธรรมศาสตร์ ทั้งวันซักซ้อมวันที่ 15 ต.ค. ซ้อมใหญ่เสมือนจริงวันที่ 21 ต.ค. รวมถึงวันที่ 25-30 ต.ค. สื่อมวลชนต้องอยู่บนอัฒจันทร์ทั้งหมด ส่วนจะมีการ เปิดให้ประชาชนเข้ามาซึมซับบรรยากาศก่อนวันจริงได้หรือไม่ กอร.พระราชพิธีฯจะหารือกันอีกครั้ง

ด้าน พล.ต.ต.จิรสันต์ แก้วแสงเอก รองผบช.น. ดูแลด้านการจราจร กล่าวชี้แจงถึงเส้นทางทางที่ประชาชนเดินทางมาร่วมพระราชพิธีฯ ว่า จะมีการปิดการจราจรบริเวณโดยรอบพระราชพิธีฯ ตั้งแต่เวลา 05.00 น. วันที่ 25 ต.ค. ตั้งแต่ถนนราชดำเนินนอก ราชดำเนินกลาง และถนนราชดำเนินใน ทิศเหนือจะปิดการจราจรตั้งแต่แยกลานพระราชวังดุสิต ทิศใต้ตั้งแต่แยกปากคลองตลาด หน้าสถานีตำรวจนครบาลพระราชวัง ทิศตะวันออกตั้งแต่แยกสะพานขาว ถนนหลานหลวง ทิศตะวันตกตั้งแต่แยกอรุณอัมรินทร์ ถนนบรมราชชนนี บริเวณ

ทั้งหมดนี้จะไม่อนุญาตให้ประชาชนนำรถเข้ามา ยกเว้นขบวนเสด็จ ขบวนอาคันตุกะ ขบวนเจ้าหน้าที่เส้นทางฉุกเฉิน พล.ต.ต.จิรสันต์กล่าวต่อว่า ประชาชนสามารถเดินเท้าเข้ามาในพื้นที่ได้ 3 ช่องทาง 1.ประชาชนที่มาโดยรถยนต์ส่วนตัว นำไปจอดในพื้นที่ที่เจ้าหน้าที่ได้จัดเตรียมไว้ให้ 13 แห่ง รอบกรุงเทพมหานคร ทิศเหนือ ฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต, เมืองทองธานี, ศูนย์ราชการ ถ.แจ้งวัฒนะ สนามกีฬาธูปะเตมีย์ สโมสรตำรวจ ถนนวิภาวดีฯ ทิศใต้ เซ็นทรัล ศาลาแดง เซ็นทรัล พระราม 2 ทิศตะวันออก เมกาบางนา ไบเทค บางนา และอิเกีย บางนา และทิศตะวันตก เซ็นทรัล เวสต์เกต บางบัวทอง

รอง ผบช.น.กล่าวอีกว่า ทั้งหมดนี้สามารถรองรับรถยนต์กว่า 3 หมื่นคัน จะมีรถชัตเติลบัสของ ขสมก. มารอรับที่จุดดังกล่าว นำเข้าไปในพื้นที่ ที่ปิดการจราจรที่กำหนดไว้ทั้ง 5 จุด 1.สนามม้านางเลิ้ง 2.บ้านมนังคศิลา 3.สน.พระราชวัง 4.แยกอรุณอัมรินทร์ และ 5.แยกวิสุทธิกษัตริย์ จากนั้นประชาชนจะต้องเดินเท้าเข้ามาในพื้นที่พระราชพิธีฯ สำหรับผู้ที่เดินทางมาเป็นหมู่คณะด้วยรถตู้ หรือรถบัส ให้นำประชาชนมาส่งได้ที่ 5 จุดพื้นที่ที่ปิดการจราจรได้เช่นกัน และนำรถไปจอดย่านฝั่งธนบุรี ที่ได้จัดพื้นที่จอดรถไว้ 7 แห่งคือ ถนนพุทธมณฑล สาย 1-สาย 4, ถนนกาญจนาภิเษก, ถนนสามแยกไฟฉายตัดกาญจนาภิเษก รองรับรถบัสได้ 3,400 คัน

พล.ต.ต.จิรสันต์กล่าวอีกว่า เส้นทางที่ 2 ประชาชนที่เดินทางมาโดยรถไฟ ทางทิศเหนือสถานี รถไฟอยุธยา, ทิศตะวันออก สถานีรถไฟฉะเชิงเทรา มาลงที่สถานียมราช ก่อนเดินเท้าเข้ามาในงานพระราชพิธีฯส่วนทิศใต้ สถานีรถไฟนครปฐมมาลงที่สถานีรถไฟธนบุรี เดินเท้าข้ามสะพานพระปิ่นเกล้า หรือนั่งเรือข้ามฟากเข้ามาในพื้นที่พระราชพิธีฯ

การรถไฟจะจัดที่จอดรถให้กับประชาชนที่นำรถส่วนตัวมาจอดที่สถานี ก่อนขึ้นรถไฟเข้ามาใน กทม. ส่วนประชาชนที่เดินทางมาทางรถไฟฟ้าบีทีเอส จะมีรถชัตเติลบัส มารับที่สถานีรถไฟฟ้าอนุสาวรีย์ สถานีรถไฟฟ้าบางหว้า สถานีรถไฟฟ้าบางใหญ่ นำมาส่งในพื้นที่ที่ปิดการจราจร 5 จุดเช่นเดียวกัน

สำหรับประชาชนที่เดินทางมาทางเรือทางแม่น้ำเจ้าพระยา พล.ต.ต.จิรสันต์กล่าวว่า จะต้องลงท่าเรือปิ่นเกล้าและท่าเรือยอดพิมานเท่านั้น แล้วเดินเท้าเข้ามาในงานพระราชพิธีฯ ส่วนประชาชนที่เดินทางผ่านคลองแสนแสบขึ้นที่ท่าเรือผ่านฟ้า คลองผดุงกรุงเกษมขึ้นที่ท่าเรือมัฆวานและท่าเรือเทเวศร์ ก่อนจะเดินเท้าเข้ามาเช่นกัน ภายในบริเวณพิธีฯที่ปิดการจราจร มีการจัดแบ่งพื้นที่ไว้เป็นระเบียบเพื่อป้องกันการสับสนเส้นทางเสด็จ เส้นทางเดินของประชาชน และเส้นทางฉุกเฉิน

พล.ต.ต.จิรสันต์กล่าวต่อว่า ในส่วนของเส้นทางสายสำคัญ ถนนราชดำเนินนอกตั้งแต่ลานพระราชวังดุสิต ถนนสายกลางจะเป็นถนนสำหรับขบวนเสด็จ ถนนคู่ขนานฝั่งขวามือ ที่ติดกับกระทรวงศึกษาฯเป็นถนนของประชาชนที่ใช้เดิน ถนนคู่ขนานฝั่งซ้ายมือที่ติดกับทำเนียบรัฐบาล เป็นเส้นทางส่งกลับกรณีฉุกเฉิน จะเป็นเช่นนี้ไปถึงสะพานแยกผ่านฟ้า และจากแยกสะพานผ่านฟ้าจนถึงแยกผ่านพิภพ ถนนจะแบ่งออกเป็น 3 ลำดับ ตามความเร่งด่วน แต่ช่องการจราจรที่อยู่ฝั่งซ้ายมือจะเป็นเส้นทางขบวนเสด็จ ส่วนทางขวามือแบ่งเป็น 2 เลน คือเลนขวาสุดเป็นช่องทางของประชาชน เลนซ้ายเป็นเส้นทางส่งกลับฉุกเฉิน จึงขอให้ประชาชนใช้ช่องทาง ตามที่เจ้าหน้าที่แนะนำ ขณะที่ พล.ต.อ.เดชณรงค์กล่าวเสริมว่า พล.อ.ประวิตรได้สั่งการให้กระทรวงคมนาคมจัดทำป้ายบอกทิศทาง จาก 5 จุดที่ต้องลงเดินจนถึงที่หมายตลอดเส้นทางจะมีเจ้าหน้าที่อำนวยความสะดวกให้กับประชาชน

ขณะที่นายนิสิตกล่าวว่า ขอให้ ผวจ.ทุกจังหวัด อำนวยความสะดวกประชาชนที่จะมาร่วมงานพระราชพิธีสำคัญครั้งนี้ ในเรื่องความปลอดภัย จุดจอดรถ อาหารและน้ำดื่ม สถานที่ถวายดอกไม้จันทน์ทั่วทุกภูมิภาคมีทั้งหมด 878 จุด แบ่งเป็นพระเมรุมาศจำลอง 76 แห่ง ขณะที่ซุ้มวางดอกไม้จันทน์ 802 จุด ทุกจุดจะมีการติดตั้งจอแอลอีดีขนาดใหญ่เพื่อให้เห็นภาพประวัติศาสตร์เหมือนเหตุการณ์จริง สำหรับดอกไม้จันทน์รวมทุกจังหวัดจำนวน 61 ล้านดอก และยังปรับภูมิทัศน์ปลูกดอกดาวเรืองในสถานที่สำคัญของทางราชการและโดยรอบพระเมรุมาศจำลอง แต่ละจังหวัดได้เตรียมการเก็บภาพนิ่งและภาพเคลื่อนไหว เพื่อทำสมุดภาพประวัติศาสตร์