วันพฤหัสบดีที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ชัยฤทธิ์รอด 157 ผิดวินัยร้ายแรง

บิ๊กป้อมไม่ปลดล็อก ‘มีชัย’ สวนรอลุ้น2วัน

แม่น้ำ 5 สายประสานเสียงแย้มข่าวดี ปลดล็อกพรรคการเมืองทำกิจกรรมเร็วๆนี้ “มีชัย” คาดอีก 1-2 วันปรับคำสั่ง คสช.ให้สอดรับ ก.ม.ลูกพรรคการเมือง “วิษณุ” เผย คสช.อาจประชุมปลดล็อก แต่ “บิ๊กป้อม” ดับฝันพรรคการเมือง บอกยังไม่ถึงเวลา ก.ม.ลูกยังไม่สะเด็ดน้ำ “พีระศักดิ์” ชี้ต้องรอให้ผ่านงานพระราชพิธีก่อน พท.ตามบี้ปลดล็อก หวั่นปรับตัวไม่ทัน ชี้กระตุกเชื่อมั่นประเทศได้ ยังคาใจปมวันเลือกตั้ง งัดแถลงการณ์ร่วมไทย-สหรัฐฯ เค้นถาม “มาร์ค” ดักคอ สนช.คว่ำ ก.ม.ลูก ส่อมีเกมตุกติก “บิ๊กตู่” ฉุนพวกบิดเบือนภาษีน้ำ-แวต-บัตรคนจน ลั่นสิ่งดีๆกำลังจะเกิดขึ้น “ศรีวราห์” เผยคว้าน้ำเหลวตรวจดีเอ็นเอปู วืดแจ้งข้อหา 157 หัวหน้าทีมพาหนี “ภาณุรัตน์” เผยผลสอบ “ชัยฤทธิ์” ผิดวินัยร้ายแรง

ภายหลัง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญ หรือ กฎหมายลูกว่าด้วยพรรคการเมือง ประกาศบังคับใช้ ฝ่ายการเมืองก็เรียกร้องให้ปลดล็อกคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่ชาติ (คสช.) ทันที เพื่อเปิดโอกาสให้พรรคการเมืองทำกิจกรรมได้ทันเวลาตามเงื่อนไขที่รัฐธรรมนูญกำหนด

“สุรชัย” ชี้มีข่าวดีปลดล็อกเร็วๆนี้

เมื่อวันที่ 9 ต.ค. เวลา 10.20 น. ที่รัฐสภา นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) กล่าวถึงการเรียกร้องให้คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ปลดล็อกพรรคการเมืองดำเนินกิจกรรมเคลื่อนไหวได้ ภายหลัง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมืองมีผลบังคับใช้ว่า เชื่อว่า คสช.กำลังพิจารณาอยู่ เพื่อให้สอดคล้องกับกฎหมายพรรคการเมือง การประชุม ครม. ในวันที่ 10 ต.ค. ไม่แน่อาจมีวาระดังกล่าว เข้าพิจารณาหรือไม่ กำลังติดตามอยู่ อยากรู้ว่ามติ ครม.จะออกมาอย่างไร เมื่อถามว่า ขณะนี้ คสช.ยังไม่ ปลดล็อกให้พรรคการเมืองทำกิจกรรม แต่กรอบเวลาของพรรคการเมืองเดินแล้วจะมีผลอย่างไร นายสุรชัยตอบว่า เป็นเรื่องนโยบายที่ไปผูกกับความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง คสช.คงกำลังพิจารณาอยู่ น่าจะมีข่าวดีเร็วๆนี้

ยันไม่มีใบสั่ง สนช.คว่ำ ก.ม.ลูก

นายสุรชัยกล่าวว่า สำหรับร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. และร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่ง ส.ว.นั้น สนช.ตั้งคณะกรรมการพิจารณาศึกษาร่างกฎหมายลูกทั้ง 2 ฉบับดังกล่าวจะนัดประชุมสัปดาห์นี้ เพื่อทำงานควบคู่ไปกับคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) เมื่อส่งมายัง สนช.จะได้พิจารณาปรับปรุงไม่ให้เกิดความล่าช้า เมื่อถามว่า นายกฯจะประกาศวันเลือกตั้งปลายปี 61 มีการส่งสัญญาณให้ สนช.คว่ำกฎหมายลูก เพื่อให้การเลือกตั้งช้าออกไปหรือไม่ นายสุรชัยตอบว่า ไม่มี เหตุการณ์ปกติ เดินเป็นไปตามขั้นตอน อาจบวกลบบ้างเล็กน้อย ขึ้นอยู่กับรายละเอียดหลักเกณฑ์กฎหมาย และความเห็นพ้องต้องกันหรือไม่ เช่น กฎหมายการเลือกตั้ง ส.ส. ต้องฟังความคิดเห็นจากนักการเมืองว่าเกณฑ์ใดที่คิดว่าก่อให้เกิดการเสียเปรียบได้เปรียบในการเลือกตั้งหรือไม่ สิ่งที่นายกฯพูดเป็นการพูดในฐานะผู้รับผิดชอบภาพรวมประเทศ หลักคิดของคนทำงานและหลักคิดคนที่จะลงเลือกตั้งในอนาคตอาจไม่เหมือนกัน จึงต้องรับฟังทุกฝ่ายให้เห็นพ้องต้องกันมากที่สุด

“มีชัย”แย้มอีก 1–2วันปรับคำสั่ง คสช.

นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ(กรธ.)และสมาชิก คสช. ให้สัมภาษณ์ถึงข้อเรียกร้องให้ปลดล็อกพรรคการเมืองทำกิจกรรมพรรค หลัง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรค การเมืองมีผลบังคับใช้ว่า คำสั่ง คสช.ยังอยู่ ศักดิ์ของคำสั่ง คสช.เท่ากับกฎหมายพรรคการเมือง เพราะเป็นกฎหมายเหมือนกัน แต่เมื่อกฎหมายออกมาเดาว่าไม่น่าเกิน 1-2 วันคงจะต้องไปปรับคำสั่ง คสช.ให้สอดคล้องกัน สิ่งที่พรรคการเมืองสามารถทำได้ในตอนนี้ เช่น การหาสมาชิก ส่วนการจดทะเบียนพรรคการเมืองสามารถทำได้ แต่จะไปติดคำสั่ง คสช.ที่ห้ามชุมนุมทางการเมือง ยืนยันว่าจะไม่ส่งผลให้ได้เปรียบเสียเปรียบระหว่างพรรคการเมือง เนื่องจากทุกพรรคก็ทำไม่ได้เหมือนกัน

“วิษณุ” ชี้ คสช.อาจประชุมปลดล็อก

นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ให้สัมภาษณ์ ขอให้พรรคการเมืองรออีกหน่อยเดี๋ยวก็ทำได้ พ.ร.บ.พรรคการเมืองกำหนดให้พรรคการเมืองเดิมต้องทำกิจกรรมต่างๆ ภายในกรอบเวลาที่กำหนด ส่วนพรรคการเมืองใหม่ให้หาสมาชิก 500 คน แล้วจดทะเบียนตั้งพรรค แม้เวลานี้อาจติดขัดคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ห้ามพรรคการเมืองทำกิจกรรม รัฐบาลรับทราบถึงปัญหานี้ ขณะนี้อยู่ในช่วงเดือน ต.ค. จะมีพระราชพิธีสำคัญ ขอให้อดกลั้นอีกหน่อย เชื่อว่าคงไม่ถึงขนาดก่อให้เกิดความเสียหายอะไร อีกทั้งขณะนี้ กกต.คงไม่พร้อมในบางอย่าง จึงต้องใช้ช่วงเดือนนี้เตรียมการ ก่อนที่ คสช.จะพิจารณาดำเนินการเรื่องนี้ ยืนยันว่าไม่กระทบกรอบเวลาที่พรรคการเมืองจะดำเนินการเรื่องต่างๆแน่นอน เพราะกรอบเวลาที่ใกล้สุดคือ 90 วัน ไม่มีอะไรยุ่งยาก ดูแล้วทำทัน ส่วนที่นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธาน สนช.ระบุว่าการประชุมร่วมคณะรัฐมนตรีกับ คสช.ในวันที่ 10 ต.ค. จะมีวาระพิจารณาปลดล็อกพรรคการเมือง นั้น เบื้องต้นตนไม่ทราบ เพราะไม่มีในวาระการประชุมคณะรัฐมนตรี แต่อาจเป็นไปได้ เพราะมีการประชุม คสช. ถ้าจะปลดล็อกต้องเป็นมติ คสช.

“บิ๊กป้อม” ดับฝันบอกยังไม่ถึงเวลา

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กล่าวถึงกรณีพรรคการเมืองเรียกร้องให้ คสช.ปลดล็อกพรรคการเมืองภายหลัง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมืองบังคับใช้แล้วว่า ยืนยันว่าตอนนี้ยังไม่ปลดล็อกให้พรรคการเมืองสามารถทำกิจกรรมทางการเมือง เพราะการจัดทำกฎหมายลูกยังไม่เสร็จ จึงอยากถามว่าจะปลดล็อกให้ได้อย่างไร อีกทั้งยังไม่รู้ว่าจะเลือกตั้งเมื่อไหร่ เพราะเรายังมีเวลาอีกปีกว่า

ขอให้รอผ่านงานพระราชพิธีก่อน

นายพีระศักดิ์ พอจิต รองประธาน สนช. โพสต์เฟซบุ๊กว่า ขณะนี้ยังไม่อยากให้ฝ่ายการเมืองออกมาเรียกร้องเรื่องการขอปลดล็อก เนื่องจากยังอยู่ในช่วงพระราชพิธีสำคัญของคนไทย อยากให้ฝ่ายการเมืองใจเย็นๆอย่าเพิ่งกังวล รอให้ผ่านพ้นพระราชพิธีสำคัญของคนไทยไปก่อน จากการลงพื้นที่พบประชาชนเท่าที่คุยกับชาวบ้าน ทุกคนก็ไม่ได้โฟกัสเรื่องเลือกตั้งในตอนนี้ ทุกคนให้ความสำคัญกับพระราชพิธีสำคัญมากกว่า ยืนยันว่ากระบวนการที่จะดำเนินไปสู่การเลือกตั้งต้องเกิดขึ้นแน่นอน ช่วงที่ผ่านมา สนช.ดำเนินการตามโรดแม็ปในเรื่องของการพิจารณากฎหมายลูกตามขั้นตอนมาตลอด โดย พ.ร.บ. 2 ฉบับแรกที่เกี่ยวกับการเลือกตั้ง คือ พ.ร.บ.กกต. และ พ.ร.บ.พรรคการเมือง มีผลบังคับใช้ไปแล้ว ส่วนร่าง พ.ร.บ.การเลือกตั้ง ส.ส. และร่าง พ.ร.บ.การได้มาซึ่ง ส.ว.นั้น กรธ.เตรียมส่งให้ สนช.พิจารณาช่วงปลายเดือน พ.ย.นี้ จึงถือว่าเดินไปตามโรดแม็ปที่วางไว้

พท.บี้ปลดล็อกหวั่นปรับตัวไม่ทัน

ด้านนายอำนวย คลังผา อดีต ส.ส.ลพบุรี พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมืองฉบับใหม่ กำหนดให้พรรคการเมือง ดำเนินกิจกรรมต่างๆ ในกรอบระยะเวลาที่กำหนด เช่น ยื่นบัญชีสมาชิกที่มีการเปลี่ยนแปลงภายใน 90 วัน จัดประชุมพรรคภายใน 180 วัน แต่พรรคการเมืองยังไม่สามารถทำกิจกรรมอะไรได้ เพราะคำสั่ง คสช.ห้ามไว้ วันนี้สถานการณ์ต่างๆในบ้านเมืองไม่มีความวุ่นวายอะไร จึงไม่เข้าใจว่าจะปิดล็อกกิจกรรมทางการเมืองไว้ทำไม ถ้าปลดล็อกในเวลาที่กระชั้นแล้วพรรคการเมืองทำกิจกรรมที่กำหนดไว้ไม่ทัน จนกระทบกับโรดแม็ปใครจะเป็นผู้รับผิดชอบ จะเป็นพรรคการเมืองที่ทำไม่ทันตามกรอบ หรือ คสช.ที่ไม่ยอมปล่อยให้พรรคการเมืองทำกิจกรรม ฉะนั้นเมื่อกฎหมายลูกมีผลใช้ก็ควรปลดล็อกพรรคการเมืองได้แล้ว เราจะได้ทำกิจกรรมตามที่กฎหมายกำหนด และหารือเกี่ยวกับการวางนโยบายสำหรับการเลือกตั้งเพื่อช่วยเหลือประชาชน

ปลดล็อกกระตุกเชื่อมั่นประเทศได้

นายวรชัย เหมะ อดีต ส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ขณะนี้กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมืองเสร็จแล้ว โดยตามกฎหมายนี้การจดทะเบียนพรรคไม่ง่าย การเป็นสมาชิกพรรคการเมืองต้องเสียเงิน ที่สำคัญพรรค การเมืองต้องทำความเข้าใจให้ประชาชนเป็นสมาชิก จึงต้องมีกิจกรรมกับประชาชน เสนอนโยบาย ทำให้ประชาชนตัดสินใจสมัครเป็นสมาชิก ในกรอบเวลาที่ว่าหลังจากจดทะเบียนพรรคแล้ว ใน 1 ปี ต้องมีสมาชิก 5,000 คน จึงต้องรีบ มันยากสำหรับพรรคที่ประชาชนไม่รู้จัก จึงต้องเปิดให้พรรคการเมืองทำกิจกรรมทางการเมือง ต้องให้ความเป็นธรรมกับพรรคการเมืองใหม่ และการเปิดให้พรรคการเมืองทำกิจกรรมสร้างความเชื่อมั่นได้มากกว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เยือนทำเนียบขาว เพราะนักลงทุนไม่ได้เชื่อมั่นว่า บ้านเมืองสงบ บนพื้นฐานของประชาธิปไตยจริง นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดี สหรัฐฯไม่สามารถไปพูดดึงนักลงทุนมาไทยได้ พล.อ.ประยุทธ์ก็ทำไม่ได้ มีอย่างเดียวคือสร้างความเชื่อมั่นในตัวของประเทศเราเอง ทั้งนี้ ขอสนับสนุนให้เลือกตั้งปี 61 พล.อ.ประยุทธ์จะลงอย่างวีรบุรุษ แต่ถ้าโลเลไม่แน่นอน ก็จะลำบากต่อไป

งัดแถลงการณ์ไทย-สหรัฐฯเค้นวัน ลต.

นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รักษาการรองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณี พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ระบุแถลงการณ์ร่วมของรัฐบาลไทยและสหรัฐฯตรงกับที่พูดคุยกับผู้นำสหรัฐฯว่า ไม่ใช่ฝ่ายการเมืองทึกทักหรือตั้งข้อสังเกตเอาเองโดยไม่ได้ดูรายละเอียด ในทางการทูตแถลงการณ์ร่วมเป็นเอกสารสำคัญที่ใช้สรุปและยืนยันในสารัตถะที่ได้พูดคุยกัน ประเด็นจะจัดให้มีการเลือกตั้งในปี 2561 ที่อยู่ในแถลงการณ์ร่วม ถ้ารัฐบาลจะดำเนินการเป็นอย่างอื่น จะต้องไปขอแก้ไขแถลงการณ์ร่วม ไม่ใช่ไปตกลงไว้แบบหนึ่ง กลับมาประกาศอีกแบบหนึ่ง ความน่าเชื่อถือของผู้นำประเทศอยู่ตรงไหน เรื่องนี้ไม่ใช่ความขัดแย้งระหว่างฝ่ายการเมืองกับรัฐบาล แต่เป็นเรื่องของอนาคตเรื่องของความเชื่อมั่นของประเทศ จะประกาศจัดการเลือกตั้งปีใด เดือนใด ก็ประกาศไป ดีกว่าปล่อยให้คลุมเครืออึมครึม ประชาชนคาดเดากันเอาเอง

“สุณิสา” วอนอย่าใช้ฝ่าเท้าลบ รธน.

ร.ท.หญิง สุณิสา เลิศภควัต อดีตรองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ถ้า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. รวมทั้ง สนช.ยังดึงดันจะจัดการเลือกตั้งในปี 2562 เท่ากับมีเจตนาจะละเมิดเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ มาตรา 268 ที่ระบุไว้ชัดเจนว่า ให้ดำเนินการเลือกตั้งแล้วเสร็จภายในหนึ่งร้อยห้าสิบวัน นับแต่วันที่ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญที่เกี่ยวกับการเลือกตั้ง 4 ฉบับ มีผลบังคับใช้ พวกท่านจะมาอ้างได้อย่างไรว่าต้องรอดูเงื่อนไขโน่นนี่ก่อน หรือต้องดูพฤติกรรมนักการเมืองก่อน การที่ผู้มีอำนาจออกมาตีความเรื่องการเลือกตั้งต่างๆนานา สะท้อนว่าขาดความเข้าใจเรื่องรัฐธรรมนูญ พล.อ.ประยุทธ์น่าจะรู้ดีว่ารัฐธรรมนูญเขียนไว้ว่าอย่างไร จึงได้รับปากเป็นลายลักษณ์อักษรกับประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ว่าจะจัดการเลือกตั้งภายในปี 2561 ท่านคงกลัวฝรั่งจนหัวหดเลยไม่กล้าบิดพลิ้ว แต่กับคนไทย พล.อ.ประยุทธ์คงไม่ได้มีความยำเกรงเลยทำท่าจะเบี้ยวการเลือกตั้ง คงคิดว่าตัวเองมีอำนาจล้นฟ้า ถ้าพวกท่านไม่ทำตามรัฐธรรมนูญ หรือเตรียมใช้อำนาจพิเศษในการฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญ แสดงว่าท่านกำลังใช้ฝ่าเท้าลบรัฐธรรมนูญ

ชทพ.ขอปลดล็อกหลัง 26 ต.ค.

นายวราวุธ ศิลปอาชา อดีต ส.ส.สุพรรณบุรี พรรคชาติไทยพัฒนา กล่าวถึงกรณีข้อเรียกร้องให้ คสช.ปลดล็อกประชุมพรรคการเมืองได้ภายหลัง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญพรรคการเมือง พ.ศ.2560 บังคับใช้ว่า ช่วงเดือน ต.ค. ถือเป็นช่วงเดือนที่ชาวไทยทุกคน รวมใจเป็นหนึ่งเพื่อพระราชพิธีสำคัญ ตนจึงขอไม่พูดถึงเรื่องการเมือง หลังจากเสร็จสิ้นพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพฯ แล้วค่อยมาว่ากันอีกครั้งน่าจะเหมาะสมกว่า

นายนิกร จำนง ผอ.พรรคชาติไทยพัฒนา กล่าวว่าการเตรียมความพร้อมของพรรคตาม พ.ร.บ.พรรคการเมืองกำหนดไว้ในบทเฉพาะกาล ยอมรับว่ามีรายละเอียดมาก และช่วงระยะเวลาที่กำหนดไว้เป็นไปอย่างกระชั้นชิด หลังจากวันที่ 26 ต.ค. ควรทบทวนคำสั่ง คสช. เพื่อผ่อนปรนให้พรรคการเมืองสามารถดำเนินการตามกรอบที่บทเฉพาะกาลของ พ.ร.บ.พรรคการเมืองกำหนดไว้ได้โดยไม่เกิดปัญหา

“มาร์ค” ดักคอ สนช.คว่ำ ก.ม.ลูก

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกฯ และหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ผ่านรายการ “ต้องถาม” ถึงกรณีนายกฯ จะประกาศวันเลือกตั้งในปี 61 ว่า ในช่วงเดือน ต.ค.นี้ เป็นเดือนแห่งพระราชพิธี สังคมไม่ค่อยอยากฟังว่าจะเลือกตั้งเมื่อไหร่ แต่ทั้งหมดก็มีกฎหมายกำหนดอยู่ กรอบระยะเวลาในการทำกฎหมายลูกเกี่ยวกับการเลือกตั้งจะกำหนดกว้างๆ โดยใช้คำว่าไม่เกินกี่วัน หรือหมายความว่าใช้ไม่ถึงกรอบที่กำหนดก็ได้ อีกทั้งขั้นตอนการทูลเกล้าฯ ทรงพระบรมราชวินิจฉัย ทรงลงพระราชปรมาภิไธย และประกาศในราชกิจจานุเบกษา ซึ่งไม่มีใครกำหนดได้ ดังนั้นการคาดคั้นให้คำนวณเวลาเป็นสิ่งที่น่าจะเลิกพูดได้แล้ว ส่วนจะมีการยื้อเลือกตั้งหรือไม่นั้น เราต้องดูว่าเหตุในแต่ละครั้งมีอะไรบ้าง อย่างไรก็ตามรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันมีช่องว่างว่าหาก สนช.คว่ำกฎหมายลูกจะต้องทำอย่างไร ถ้ามีการคว่ำจะเป็นเรื่องค่อนข้างผิดปกติ เพราะสามปีเศษที่ผ่านมา สนช.ไม่เคยคว่ำกฎหมาย

กกต.แนะพรรคขยายเวลาได้

นายศุภชัย สมเจริญ ประธานกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กล่าวถึงกรณี พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมืองมีผลบังคับใช้ว่า พรรคการเมืองต้องเร่งทำหลายเรื่องที่บทเฉพาะกาลของกฎหมายนี้กำหนดไว้ อาทิ จะต้องแจ้งการเปลี่ยนแปลงจำนวนสมาชิกภายใน 90 วัน และภายใน 180 วันต้องมีสมาชิกไม่น้อยกว่า 500 คน ให้มีทุนประเดิมจำนวน 1 ล้านบาท ให้สมาชิกชำระเงินค่าบำรุงพรรค จัดประชุมใหญ่เพื่อแก้ไขข้อบังคับพรรค และจัดทำ คำประกาศอุดมการณ์ทางการเมือง เลือกหัวหน้าพรรค เลขาธิการพรรค และกรรมการบริหารพรรคการเมือง จัดตั้งสาขาและตัวแทนพรรคซึ่งมีผลต่อการส่งผู้สมัครรับเลือกตั้ง ส่วนผู้ที่จะจัดตั้งพรรคการเมืองใหม่ที่ยังไม่สามารถประชุมเพื่อทำในขั้นตอนต่างๆ ได้ มาตรา 18 เปิดให้บุคคลไม่น้อยกว่า 15 คน แจ้งเตรียมการจัดตั้งพรรคต่อนายทะเบียนไว้ก่อนได้ ทราบว่า คสช.กำลังพิจารณาปลดล็อกประกาศ คสช.ฉบับที่ 57/2557 ให้พรรคการเมืองสามารถทำกิจกรรมทางการเมืองได้ ถ้าพรรคการเมืองทำเรื่องต่างๆ ที่กำหนดนี้ไม่ทัน ก็สามารถยื่นขอขยายระยะเวลาต่อนายทะเบียนพรรคการเมือง คือเลขาธิการ กกต.ได้

“สมชัย” ยันติเพื่อก่อสรรหา กกต.

นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต. กล่าวว่า ได้ตรวจสอบรายชื่อคณะกรรมการสรรหา กกต.ที่ได้ประชุมนัดแรกเมื่อวันที่ 6 ต.ค. เห็นว่า ตัวแทนองค์กรอิสระที่ส่งคนเข้ามาเป็นกรรมการสรรหา มีปัญหาในเรื่องคุณสมบัติ พบว่า นายเจริญศักดิ์ โรจนฤทธิ์พิเชษฐ์ ที่ศาลรัฐธรรมนูญแต่งตั้งมา มีชื่อเป็นที่ปรึกษา รมว.เกษตรและสหกรณ์ พ้นจากตำแหน่งข้าราชการการเมืองมาไม่เกิน 10 ปี รวมถึงที่คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) เสนอชื่อนายธีรภัทร สันติเมทนีดล ซึ่งเคยเป็นรองปลัดสำนักนายกฯ แต่ต้องถูกตีกลับเพราะไม่ได้เทียบเท่าอธิบดี ทราบว่า กสม.จะมีการประชุมเพื่อเลือกบุคคลที่จะเป็นตัวแทนไปทำหน้าที่กรรมการสรรหา ที่ตนทักท้วงไม่ใช่ต้องการให้กระบวนการหยุดชะงัก แต่อยากให้ทุกอย่างถูกต้อง เกรงว่าจะทำให้การสรรหาต้องเสียเปล่า

“บิ๊กตู่” แนะตั้งเป้ากำจัดขยะในใจ

วันเดียวกัน เมื่อเวลา 10.40 น. ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายก รัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. เป็นประธานพิธีมอบรางวัลการบริหารจัดการขยะมูลฝอยชุมชน “จังหวัดสะอาด” ระดับประเทศ ประจำปี 2560 โดยมี พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย นายฉัตรชัย พรหมเลิศ ปลัดกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วยผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศเข้าร่วม พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า จากนี้ต้องตั้งเป้าหมายลดขยะให้เพิ่มมากขึ้น ต้องเริ่มจากในบ้านเราก่อน เป็นการระเบิดจากข้างใน ต้องกำจัดขยะในจิตใจของตัวเองก่อน จากนั้นไปดูนอกบ้าน ไม่ใช่ในบ้านสะอาด นอกบ้านสกปรก ในรถหอมฟุ้งเพราะโยนออกมาข้างนอกหมดแล้ว หากเราคิดกำจัดขยะทุกหน่วยงานต้องช่วยกัน ทั้งกระทรวงมหาดไทย กระทรวงคมนาคม ร่วมกันสร้างจิตสำนึก ขอฝากให้ศึกษาการนำขยะมาใช้ใหม่ให้เกิดประโยชน์ด้วย ตนเคยคุยกับต่างประเทศบอกว่าขยะเมืองไทยถือว่ามีคุณค่า สามารถนำมาใช้เป็นพลังงานไฟฟ้าได้อย่างร้อนแรง หลายพื้นที่มีโครงการนำขยะไปสร้างเป็นพลังงานไฟฟ้าอยู่แล้ว ผู้ว่าราชการจังหวัดต้องขับเคลื่อนนโยบายของรัฐบาล รู้ว่ามีงานเยอะ แต่การทำงานไม่ต้องกลัวผิดพลาด ถ้าเราคิดว่าทำถูกต้อง ไม่ต้องกลัว ตนดูที่ความตั้งใจ ขออย่าทอดทิ้งในวันที่ตนไม่อยู่ เจอที่ไหนสามารถทักได้ทุกที่

อัดพวกบิดเบือนภาษีน้ำ–แวต

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ค่าขยะขณะนี้อยู่ครัวเรือนละ 60 บาท ไม่ได้เก็บเพิ่ม แต่มีพวกไม่หวังดีชอบบิดเบือน อย่างพระราชกฤษฎีกาเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มก็ไม่ได้ขึ้น แต่พระราชกฤษฎีกาออกมาแบบนั้นหลายปีแล้ว ค่าน้ำก็ไม่เก็บ ตนไปสหรัฐอเมริกามาก็มีอยู่ 2 เรื่องนี้มีการบิดเบือนแบบนี้ แสดงว่ามันมีผู้ไม่หวังดี ยังมีขยะในจิตใจอยู่ รัฐบาลพร้อมทำทุกอย่าง ยิ่งทำเยอะปัญหายิ่งเยอะ ถ้าทุกคนรวมทั้งสื่อเข้าใจและให้ความร่วมมือก็จะเป็นไปได้ด้วยดี แม้กระทั่งเรื่องบัตรช่วยเหลือคนจนที่ในระยะแรกย่อมมีปัญหา ทำเพื่อคนกี่ล้านและบัตรทำตั้งกี่ล้านใบ ถ้ามีปัญหาสักพันใบก็ต้องแก้ปัญหากันไป จบแค่นั้น แล้วก็มาติติงกันทั้งหมดว่าล้มเหลว ทำแบบนี้ไม่ได้ ขออย่าไปขยายความกัน เพราะยังไม่เคยมีใครทำแบบนี้ หลายเรื่องไม่อยากพูดมาก ให้รอดูแล้วกันว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นบ้าง 3 ปีที่ผ่านมา 2558-2560 เริ่มมีผลสัมฤทธิ์ออกมาแล้ว และสิ่งดีๆ กำลังจะเกิดขึ้นอีกมากในช่วงนี้ แต่ก็มีอะไรแว้งกลับมาที่ตนมากเหมือนกัน

ชิ่งการเมืองสัญญาจะไม่พูดอีก

“การเมืองไม่ใช่เรื่องของผมในเวลานี้ แต่เรื่องการบ้านที่จะทำเพื่อประชาชนเป็นเรื่องสำคัญที่สุด จึงขอสัญญากับทุกคนว่าจะไม่พูดเรื่องการเมืองอีกแล้ว เพราะพูดจบไปหมดแล้ว จะเน้นอธิบายเฉพาะเรื่องที่เป็นปัญหา ส่วนการเมืองก็เป็นเรื่องการเมืองที่ว่ากันไป และยืนยันจะทำให้ดีที่สุด” พล.อ.ประยุทธ์กล่าว ทั้งนี้ภายหลังจากเสร็จจากเป็นประธานในพิธีมอบรางวัลการบริหารจัดการขยะมูลฝอยชุมชน “จังหวัดสะอาด” ระดับประเทศ ผู้สื่อข่าวได้สอบถามเรื่องการจัดเก็บภาษีน้ำ พล.อ.ประยุทธ์ตอบเพียงสั้นๆว่า“ไม่มี ไม่เก็บ” จากนั้นเดินเลี่ยงขึ้นห้องทำงานบนตึกไทยคู่ฟ้าทันที

คว้าน้ำเหลวตรวจดีเอ็นเอ “ปู”

ที่ท่าอากาศยานกองทัพอากาศ ดอนเมือง พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร. กล่าวถึงความคืบหน้าการดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องพา น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี หลบหนีว่า ล่าสุด ได้รับรายงานอย่างไม่เป็นทางการจากกองพิสูจน์หลักฐานกลาง ถึงผลการตรวจเปรียบเทียบดีเอ็นเอในรถยนต์เก๋ง ยี่ห้อโตโยต้ารุ่นคัมรี สีบรอนซ์ ทะเบียน ฌข 5323 กรุงเทพมหานคร ที่ พ.ต.อ.ชัยฤทธิ์ อนุฤทธิ์ รอง ผบก.น.5 ให้การว่าใช้เป็นพาหนะพา น.ส.ยิ่งลักษณ์และเลขาส่วนตัวหลบหนีจาก กทม.ไปยัง จ.สระแก้ว ก่อนปรากฏข้อมูลว่าเดินทางไปประเทศอังกฤษ เทียบกับตัวอย่างดีเอ็นเอของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ที่เก็บได้จากของใช้ส่วนตัว เบื้องต้นไม่สามารถยืนยันผลดีเอ็นเอได้ เพราะดีเอ็นเอที่พบในรถยนต์คัมรี มีดีเอ็นเอปนเปื้อนจำนวนมาก จนไม่สามารถเทียบเคียงกับตัวอย่างดีเอ็นเอของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ได้ ซึ่งกองพิสูจน์หลักฐานจะทำหนังสือรายงานเสนอมาก่อนพิจารณาทางคดีต่อไป

วืดแจ้งข้อหา 157 “ชัยฤทธิ์”

พล.ต.อ.ศรีวราห์กล่าวว่า เมื่อไม่มีผลดีเอ็นเอที่เป็นหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ยืนยันได้ว่ามีการพา น.ส.ยิ่งลักษณ์หลบหนี มีเพียงคำให้การเพียงอย่างเดียว จึงไม่สามารถดำเนินคดีกับ พ.ต.อ.ชัยฤทธิ์ในความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 เป็นเจ้าหน้าที่รัฐประพฤติมิชอบได้ ในส่วนนี้จึงจบไปไม่สามารถแจ้งข้อกล่าวหา หรือขยายผลต่อได้ แต่ในส่วนการดำเนินคดีกับ พ.ต.อ.ชัยฤทธิ์ และตำรวจอีก 2 นาย ที่แจ้งข้อกล่าวหาไปแล้วในความผิดเกี่ยวกับรถ ทั้ง พ.ร.บ.ศุลกากรฯ และการปลอมเอกสารเกี่ยวกับรถยนต์ยังคงดำเนินต่อไปตามขั้นตอนของกฎหมาย เป็นโทษที่หนักพอสมควรอยู่แล้ว

“ภาณุรัตน์” เผยคืบหน้าสอบวินัย

พล.ต.ต.ภาณุรัตน์ หลักบุญ รอง ผบช.น. เปิดเผยความคืบหน้าการสืบสวนข้อเท็จจริงเอาผิดทางวินัย พ.ต.อ.ชัยฤทธิ์ อนุฤทธิ์ รอง ผบก.น.5 เกี่ยวข้องพา น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกหลบหนีฯ ว่า ผลสรุปการสืบสวนข้อเท็จจริงมีประเด็นที่ต้องพิจารณา 2 ประเด็น เรื่องของใช้รถและใช้ป้ายทะเบียนปลอมโดยมีการร้องทุกข์กล่าวโทษ และเรื่องที่พา น.ส.ยิ่งลักษณ์หนีไปที่ อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว ความผิดทางคดีอาญา พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร.ได้ออกมาให้สัมภาษณ์แล้วว่า ดีเอ็นเอที่ตรวจพบในรถเก๋งโตโยต้า คัมรี สีเทา มีสิ่งเจือปนจำนวนมาก ไม่สามารถชี้ชัดได้ว่าผู้หญิงที่นั่งในรถนั้นเป็น น.ส.ยิ่งลักษณ์หรือไม่ นอกจากนี้ จากคำชี้แจงของ พ.ต.อ.ชัยฤทธิ์ ตอนหลังไม่ยอมรับว่าผู้หญิงที่นั่งในรถ คือ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ไม่ตรงกับคำให้การในครั้งแรกที่ให้ต่อนายทหารรัฐธรรมนูญ คณะกรรมการสอบวินัยมีความเห็นว่า ไม่น่ารับฟัง และเชื่อในการสอบปากคำครั้งแรกว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์อยู่ในรถ

ผลสอบ “ชัยฤทธิ์” ผิดวินัยร้ายแรง

พล.ต.ต.ภาณุรัตน์กล่าวว่า คณะกรรมการจึงมีข้อสรุปผลการสอบข้อเท็จจริงเพื่อชี้มูลคดี จากการรวบรวมพยานหลักฐานต่างๆ ผลการตรวจพิสูจน์แผ่นป้ายทะเบียนรถ และภาพจากกล้องวงจรปิด คณะกรรมการมีมติว่า พ.ต.อ.ชัยฤทธิ์มีความผิดวินัยข้าราชการตำรวจ ตาม พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2517 มาตรา 78 (1) ไม่ปฏิบัติหน้าที่ราชการด้วยความซื่อสัตย์ สุจริตและเที่ยงธรรม เป็นไปตามกฎหมาย กฎระเบียบของทางราชการ มติคณะรัฐมนตรี จรรยาบรรณของตำรวจ และนโยบายของรัฐบาลโดยไม่ให้เสียหายแก่ราชการ ประกอบมาตรา 79 (6) การกระทำของ พ.ต.อ. ชัยฤทธิ์ผู้ถูกกล่าวหา ส่งผลให้เกิดความเสียหายต่อทางราชการอย่างร้ายแรง คณะกรรมการวินัยร้ายแรงก็จะเสนอเรื่องให้ พล.ต.ท.ชาญเทพ เสสะเวช รรท. ผบช.น.พิจารณาตั้งคณะกรรมการเพื่อดำเนินคดีทางวินัยกับ พ.ต.อ.ชัยฤทธิ์ต่อไป สำหรับผลของคดีวินัยจะขึ้นอยู่กับคณะกรรมการคดีทางวินัย อัตราโทษมีหลายอย่างตั้งแต่ ตัดเงินเดือน กักขัง กักยาม ปลดออก และให้ออก ในส่วนของคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงไม่มีการแจ้งข้อกล่าวหาในเรื่องของคดีอาญา ขั้นตอนต่อไปก็จะเชิญ พ.ต.อ.ชัยฤทธิ์มารับทราบข้อกล่าวหาทางวินัยในวันที่ 10 ต.ค.

“วิษณุ” แจงย้อนวิธีพิจารณาคดีได้

นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ กล่าวถึงกรณีนายเข็มชัย ชุติวงศ์ อัยการสูงสุด (อสส.) เตรียมใช้ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาความอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง รื้อคดีที่ศาล ฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองจำหน่ายคดีของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ เพราะไม่สามารถนำตัวจำเลยมาศาลได้ว่า อัยการต้องเป็นผู้ชี้แจง เคยมีการพูดว่ากฎหมายที่เกี่ยวกับการลงโทษทางอาญาไม่สามารถย้อนหลังได้ แต่กฎหมายที่เกี่ยวกับวิธีพิจารณาการดำเนินคดีถือว่าสามารถย้อนได้ ยกตัวอย่างกรณีกระทำผิดแล้ว คดีต้องขึ้นศาลชนิดหนึ่ง ต่อมากฎหมายเปลี่ยนแปลงให้ขึ้นอีกศาลหนึ่ง ไม่ว่ากระทำผิดเมื่อใดก็ตาม แบบนี้สามารถย้อนหลังได้เพราะเป็นวิธีพิจารณา ไม่ได้ทำให้เสียความเป็นธรรมอะไร เมื่อถามย้ำว่ากรณีเช่นนี้ถือว่าย้อนได้ใช่หรือไม่ นายวิษณุตอบว่าหลักมันมีอย่างนั้น เมื่อ อสส.บอกว่าได้ คงต้องไปถามท่าน

“วัฒนา” สู้คดีหลักหมุดคณะราษฎร

วันเดียวกันที่ศาลอาญา ศาลนัดสอบคำให้การจำเลย คดีที่อัยการฝ่ายคดีอาญา 6 เป็นโจทก์ยื่นฟ้องนายวัฒนา เมืองสุข อายุ 60 ปี อดีต รมว.พาณิชย์และแกนนำพรรคเพื่อไทย เป็นจำเลยในความผิดฐานกระทำให้ปรากฏแก่ประชาชนด้วยวาจา หนังสือหรือวิธีอื่นใดเพื่อให้เกิดความปั่นป่วน หรือกระด้าง กระเดื่องในหมู่ประชาชน และนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลอันเป็นเท็จ กรณีโพสต์เฟซบุ๊กเรื่องหมุดคณะราษฎรเมื่อวันที่ 17 เม.ย.2560 เพื่อทำให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง ศาลอ่านและอธิบายคำฟ้องให้จำเลยฟังจนเข้าใจและสอบถาม ปรากฏว่านายวัฒนาให้การปฏิเสธ ขอต่อสู้คดี ศาลจึงนัดตรวจหลักฐานทั้ง 2 ฝ่ายในวันที่ 18 ธ.ค. เวลา 09.00น.

ภาค ปชช.ยื่นทบทวนกฎหมายอีอีซี

ที่รัฐสภา นายกัญจน์ ทัตติยกุล ผู้ประสานงาน กลุ่มศึกษาการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก เข้ายื่นหนังสือร้องเรียนต่อนายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เพื่อให้คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) ทบทวนร่างกฎหมายนี้โดยคำนึงถึงผลกระทบสิ่งแวดล้อมให้อยู่ภายใต้ 4 ข้อคือ 1.การจัดการปัญหาที่เกิดขึ้นจากการพัฒนาพื้นที่บริเวณชายฝั่งตะวันออกอย่างเป็นรูปธรรม 2.รัฐต้องไม่เร่งรัดโครงการ หรือกิจการที่อาจก่อผลกระทบในวงกว้างที่มีการคัดค้านอยู่ 3.รัฐต้องปฏิบัติตามมาตรา 77 ของรัฐธรรมนูญโดยสมบูรณ์ เพราะยังขาดการรับฟังความคิดเห็น และการประเมินสิ่งแวดล้อมระดับยุทธศาสตร์ 4.รัฐต้องจริงจังกับความเป็นหุ้นส่วนการพัฒนาของประชาชนในภาคตะวันออก ให้เป็นตัวอย่างการพัฒนาอย่างยั่งยืน

ขณะที่นายสุรชัยกล่าวว่า จะนำข้อเสนอทั้งหมดส่งให้นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้รับผิดชอบกฎหมายฉบับนี้ ขอให้มั่นใจว่าการตรากฎหมายฉบับนี้จะอยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญคือ จะทำโครงการใดจะต้องมีการศึกษาและประเมินผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชนในพื้นที่

จี้รัฐตอบคำถามนำเข้าหมูมะกัน

นายประมวล เอมเปีย รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ขอให้รัฐบาลชี้แจงกรณีการนำเข้าเนื้อหมูจากสหรัฐฯที่มีสารเร่งเนื้อแดงเข้ามาขาย ในประเทศไทย ถ้ามีการแก้ไขกฎหมายเพื่ออนุญาตให้นำเข้ามาจริงจะกระทบในวงกว้าง ทั้งต่อผู้ประกอบการรายใหญ่และเกษตรกรผู้เลี้ยงหมูในไทยกว่า 2 แสนราย เพราะแต่ละปีสามารถเลี้ยงสุกรส่งเข้าสู่ตลาดการบริโภคราวปีละ 25 ล้านตัว หากนำเข้าเนื้อหมูจากสหรัฐฯจริง จะทำให้ราคาเนื้อหมูของเกษตรกรไทยถูกกดราคาและทำให้ผู้เลี้ยงหมูในไทยลดน้อยลง เพราะต้นทุนการเลี้ยงของเราสูงกว่าของสหรัฐฯ จะเข้าทำนองเดียวกับการเปิดไฟเขียวให้นำเข้าข้าวสาลีจากต่างประเทศโดยไม่เก็บภาษีมาเป็นส่วนผสมอาหารสัตว์ทำให้ราคาข้าวโพดและมันสำปะหลังของเกษตรกรไทยถูกกดราคาซื้อต่ำลง ที่สำคัญทั้งปศุสัตว์จังหวัด อำเภอ และหน่วยงานรัฐยังตรวจฟาร์มเลี้ยงหมูเพื่อหาสารเร่งเนื้อแดง โดยมีการส่งฟ้องดำเนินคดี ทั้งจำและปรับจำนวนมาก สารเร่งเนื้อแดงถือเป็นสารต้องห้ามใช้ในการเลี้ยงสัตว์ที่จะก่อให้เกิดมะเร็งต่อผู้บริโภค ถามว่ารัฐบาล คสช.มีมาตรการในการป้องกันและแก้ไขปัญหาด้านสุขภาพที่จะตามมาอย่างไร

เย้ยบัตรคนจนประชานิยมหาเสียง

นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ รองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีที่รัฐบาลใช้นโยบายแบบประชานิยมในการแจกบัตรคนจนว่า รัฐบาลทำเหมือนกับว่ากำลังจะหาเสียงในการเลือกตั้งครั้งต่อไป ทั้งที่ก่อนหน้านี้รังเกียจรังงอนกับการดูแลประชาชนคนรากหญ้า เพราะกลัวว่าจะเข้ารูปแบบประชานิยม แต่การออกบัตรคนจนไปรูดรับของฟรีในลักษณะนี้จะให้เรียกว่านโยบายแบบไหน รัฐบาลไม่ควรเร่งรีบและต้องยอมรับความจริงว่าประเทศไทยยังเจริญไม่ทั่วถึง ส่วนใหญ่ยังไม่มีความพร้อมในอุปกรณ์เครื่องรูดบัตรในลักษณะแบบบัตรเครดิต ที่ต้องมีระบบออนไลน์เชื่อมกับระบบโทรศัพท์และฐานข้อมูล นอกจากนี้ที่รัฐบาลบอกว่ามีร้านธงฟ้าที่สามารถใช้บัตรได้ ถามว่าร้านธงฟ้ามีอยู่กี่แห่ง ชาวบ้านชนบทเป็นสิบล้านคนจะต้องเสียค่าใช้จ่ายรถเข้ามาในเมืองจะคุ้มค่าอย่างไร คิดว่านโยบายแบบนี้กระตุ้นเศรษฐกิจได้น้อยมาก และยังมีช่องทางทุจริตมาก หากเกิดทุจริตขึ้น นายกฯผู้ออกนโยบายจะต้องรับผิดชอบหรือไม่ เพราะอธิบดีกรมบัญชีกลางออกมายอมรับแล้วว่าการทุจริตเกิดขึ้นแล้ว

“ทักษิณ” ลั่นฟ้องคนแอบอ้างหมิ่นเบื้องสูง

เมื่อเวลา 22.15 น. นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โพสต์ทวิตเตอร์ข้อความว่า“ผมได้ทราบข่าวเรื่องข้อความจาบจ้วงสถาบันเบื้องสูง โดยมีการกล่าวอ้างถึงชื่อผม ด้วยความไม่สบายใจเป็นอย่างยิ่ง ผมขอยืนยันว่าไม่เคยรู้จักบุคคลดังกล่าว และไม่เคยแม้แต่จะคิดที่จะล่วงเกินสถาบันฯเลยแม้แต่น้อย ผมขอประณามในวิธีการดังกล่าว และยืนยันที่จะเอาเรื่องจนถึงที่สุด ในการ ที่นำชื่อผมเข้าไปเกี่ยวข้อง ผมขอประกาศให้ทราบไว้ ณ ที่นี้ว่า ไม่ว่าใครที่ผมจะรู้จักหรือไม่ก็ตาม หากมีการแอบอ้างหรือพาดพิงถึงตัวผม โดยมีการก้าวล่วง สถาบันเบื้องสูงอีก ผมจะให้ฝ่ายกฎหมายดำเนินคดีกับทุกคน”