วันเสาร์ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

"พาณิชย์" ยันยังไม่อนุญาตนำเข้าหมู ที่มีสารเร่งเนื้อแดงจากสหรัฐฯ

"พาณิชย์" ยันยังไม่อนุญาตนำเข้าหมู-เครื่องในมีสารเร่งเนื้อแดงจากสหรัฐฯ ต้องแก้กฎหมายที่เกี่ยวข้องให้สอดคล้องโคเด็กซ์ก่อน หากไม่นำเข้า เสี่ยงถูกคู่ค้าฟ้องร้อง ด้าน "เอฟทีเอ วอตช์" โต้แม้มะกันฟ้อง โอกาสชนะแทบไม่มี ค้านแก้กฎหมายเต็มตัว

นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม รองอธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยถึงกระแสข่าวว่าไทยถูกกดดันจากสหรัฐฯ ให้นำเข้าเนื้อหมูและเครื่องในที่มีสารเร่งเนื้อแดงว่า ไทยยังไม่ได้อนุญาตให้นำเข้า เพราะต้องแก้กฎหมาย กฎระเบียบที่เกี่ยวข้องก่อน ซึ่งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงสาธารณสุข และกระทรวงพาณิชย์ จะพิจารณาว่าจะดำเนินการอย่างไร เพื่อไม่ให้กระทบต่ออุตสาหกรรมภายในประเทศ และผู้บริโภค

อย่างไรก็ตาม ในฐานะที่ไทยเป็นสมาชิกคณะกรรมาธิการมาตรฐานอาหารระหว่างประเทศ (โคเด็กซ์) และองค์การการค้าโลก (ดับบลิวทีโอ) จึงต้องปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ระหว่างประเทศ เพราะโคเด็กซ์ มีมติเมื่อเดือนก.ค.55 กำหนดปริมาณสารเร่งเนื้อแดงตกค้างที่ปลอดภัยต่อผู้บริโภคในเนื้อหมู 4 ชนิด คือ กล้ามเนื้อ ไขมัน ตับ และไต ทำให้สหรัฐฯ แคนาดา ผลักดันให้ไทยยกเลิกห้ามนำเข้าหมู และผลิตภัณฑ์ที่มีสารเร่งเนื้อแดง และเปิดให้นำเข้าได้ในระดับที่ไม่เกินที่โคเด็กซ์กำหนด

"จากมติโคเด็กซ์ดังกล่าว ส่งผลให้ไทยต้องมีการปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ระหว่างประเทศ ในฐานะเป็นประเทศการค้า และเป็นสมาชิก หากไม่ปฏิบัติตามอาจจะถูกประเทศคู่ค้าฟ้องร้องได้ ขณะเดียวกัน เป็นโอกาสเร่งพัฒนาปรับปรุงกระบวนการผลิต ลดต้นทุนการผลิต ตลอดจน ยกระดับการผลิตของไทย ให้มีประสิทธิภาพ สามารถแข่งขันได้ในสากล ปัจจุบัน ไทยไม่มีข้อจำกัดเรื่องการนำเข้าหมูปลอดสาร หากจะนำเข้าต้องขออนุญาตดำเนินกระบวนการตรวจสอบด้านสุขอนามัยก่อนจึงจะนำเข้าได้"

นางสาวกรรณิการ์ กิจติเวชกุล รองประธานกลุ่มศึกษาข้อตกลงเขตการค้าเสรีภาคประชาชน (เอฟทีเอ วอตช์) กล่าวว่า กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ ระบุว่า หากไทยไม่ทำตามมาตรฐานโคเด็กซ์ เรื่องอนุญาตให้ใช้สารเร่งเนื้อแดงเลี้ยงหมู และมีตกค้างได้เล็กน้อย อาจเสี่ยงถูกคู่ค้าฟ้องร้องนั้น ถือว่าพูดความจริงไม่หมด

แม้สหรัฐฯ มีสิทธิ์ฟ้องร้องไทย แต่โอกาสชนะแทบไม่มี เพราะมีมาตรา 2.2 และ 2.4 ในความตกลงว่าด้วยอุปสรรคทางเทคนิคต่อการค้า ที่ผูกพันไว้กับดับบลิวทีโอ กำหนดให้สมาชิกคุ้มครองตนเองได้ตามความจำเป็น เพื่อคุ้มครองชีวิต สุขภาพ และความปลอดภัยของมนุษย์ สัตว์ และพืช

"มีข้อพิสูจน์แล้วว่า หากมีสารเร่งเนื้อแดงสะสมนานเกินไป จะทำให้มือสั่น หัวใจกระตุก เสี่ยงอันตรายต่อสตรีมีครรภ์ และผู้ป่วยเบาหวาน รัฐบาลเจรจากับสหรัฐฯ เพื่อหาทางเปิดนำเข้า โดยไม่ได้รับฉันทามติจากประชาชน ไม่ถูกต้อง เอฟทีเอ วอตช์จะคัดค้านการแก้ไขกฎหมายของไทย ที่จะเปิดทางให้นำเข้าได้"

สำหรับ สาเหตุที่สหรัฐฯ ต้องการกดดันไทยให้นำเข้าเนื้อหมูและเครื่องใน เพราะต้องการขายเครื่องในมายังประเทศอื่น เนื่องจากคนอเมริกันไม่บริโภคเครื่องใน โดยสารเร่งเนื้อแดงจะตกค้างในเครื่องในมากกว่าเนื้อ

ก่อนหน้านี้สหรัฐฯ เคยแก้ไขปัญหาด้วยการนำเครื่องในไปทำอาหารสัตว์ จนทำให้เกิดโรควัวบ้า และต้องหยุดใช้เครื่องในมาเป็นวัตถุดิบอาหารสัตว์ จึงหาทางระบายมายังประเทศอื่นๆ