วันอังคารที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ไม่เคยไปก็ไปซะ! ทริปเดียวเที่ยวพิษณุโลก หินงามล้านปี ถ่ายรูปฟินเว่อร์

"เมืองต้องห้ามพลาด" สมัยก่อนได้ยินคำนี้อาจจะเฉยๆ และงงๆ แถมคัดค้านในใจว่า ก็มันไม่มีอะไรน่าเที่ยวนี่นา...มันก็ต้องพลาดเป็นธรรมดา อย่างหลายๆ จังหวัดเอง เวลาจะแพลนไปเที่ยว ก็มักจะนึกไม่ออก ว่ามีที่ไหนน่าไปบ้าง หรือบางจังหวัดก็มีสถานที่น่าไปเพียงไม่กี่แห่ง และแต่ละแห่งก็อาจจะไกลกันเกินไป อำเภอนึงข้ามเขาไม่รู้กี่ลูก แต่สำหรับจังหวัดนี้ "พิษณุโลก" มันไม่ใช่แบบที่กล่าวมาแล้วจริงๆ

วันนี้ พิษณุโลก เปลี่ยนไป เราไปตามรอยตะวันกันที่เมืองสองแควดีกว่า ไปดูว่า สถานที่ที่ต้องห้ามพลาด และ สถานที่ท่องเที่ยว ที่คุณต้องร้องว้าว...มันอยู่ที่ไหน ไปลุยเมืองกล้วยกันค่ะ

1. วัดใหญ่ 

ไปไหนมาไหน สิ่งที่ต้องปฏิบัติ ไหว้พระกันค่ะ อย่าให้ขาดเพื่อสิริมงคลในการเที่ยว ใครเป็นรึเปล่าไม่รู้!! แต่ดิฉันเป็น!! วัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหาร หรือวัดใหญ่ สถานที่ประดิษฐานพระพุทธชินราช พระพุทธรูปที่สวยงามที่สุดในประเทศไทย ไปไหว้ขอพรกันค่ะ

ที่ตั้ง : ถนนพุทธบูชา ริมฝั่งแม่น้ำน่านด้านทิศตะวันออก ตรงข้ามกับศาลากลางจังหวัดพิษณุโลก


2. พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านจ่าทวี

ต้องร้องอื้อหือ...กับสถานที่แห่งนี้ เพราะเรามีโอกาสได้เจอจ่าทวีตัวเป็นๆ จึงได้ถามไถ่พูดจาพาที ฟังจบแล้ว ก็นับถือน้ำใจแกจริงๆ เพราะ 34 ปีก่อน จะมีใครบ้างคิดทำพิพิธภัณฑ์ ส่วนใหญ่จะบอกว่า แกบ้าสมบัติ สุดท้ายวันนี้สิ่งที่จ่าทวีทำ ปรากฏเป็นประวัติศาสตร์ เป็นโกดังเรื่องราว เป็นที่มาที่ไปของคนไทย โดยเฉพาะกับคนพิษณุโลกแล้ว ยิ่งถือว่าสำคัญมาก เพราะถ้าเราไม่รู้จักอดีต เราก็ไม่รู้จักตัวตน

ที่นี่...จึงเป็นสถานที่บอกเล่าเรื่องราวในอดีต โดยมีสิ่งของจำนวนมากมาย บ่งบอกความเป็นตัวตนคนพิษณุโลกด้วย พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านจ่าทวี แบ่งเป็น 5 อาคาร คือ

1. ส่วนแสดงพันธุ์ปลาท้องถิ่นในจังหวัดพิษณุโลก ร้านค้าที่ระลึก
2. รูปภาพเก่าที่แสดงประวัติศาสตร์ท้องถิ่นพิษณุโลก
3. อาคาร 2 ชั้น จัดแสดงข้าวของเครื่องใช้พื้นบ้านต่างๆ ตรงนี้...ฮือฮามากๆ ได้รู้อะไรมากมาย เพราะมีน้องสาวคนสวยมาเล่าเรื่องราวต่างๆ ให้ฟัง อย่างคำว่า ไอ้หอกหัก แล้วทุกคำน้องจะจบด้วยคำว่า...นั่นเอง!
4. นิทรรศการชาวโซ่ง หรือชาวไทยทรงดำ
5. ห้องเทิดพระเกียรติ และจัดแสดงหอเกียรติยศ จ.ส.อ.ดร.ทวี-พิมพ์ บูรณเขตต์

ที่ตั้ง : เลขที่ 26/138 ถ.วิสุทธิ์กษัตริย์ อ.เมือง จ.พิษณุโลก โทร. 055-212749

3. เขาหินงามล้านปี

ที่ อ.เนินมะปราง ไม่ไปเอง...ไม่รู้หรอก สถานที่นี้คุณต้องไปมากๆ ที่นี่ฟินสุดๆ จะพลาดไม่ได้เลยเด็ดขาด กุ้ยหลินเมืองไทยคุณเอ๋ย สวยสุดๆ ไม่ต่างจากสุราษฎร์ธานี ยิ่งยามเย็นนั่งรถอีแต๊ก ชื่นชมความงดงามของภูเขาหินล้านปี น้ำตก ทุ่งนา ชมหินก้อนงาม ท่ามกลางพระอาทิตย์ตก จากนั้นไปเข้าถ้ำเดือนถ้ำดาว ถ้ำนางสิบสอง ดูค้างคาวไม่รู้กี่ล้านตัว บินออกจากถ้ำไปหากิน เส้นทางเป็นกระทงสายเชียว โอ๊ย...ไม่รู้จะอธิบายยังไงหมด มันต้องไปเอง!!

ที่ตั้ง : บ้านมุง ต.บ้านมุง อ.เนินมะปราง จ.พิษณุโลก โทร. 085-4001727 ติดต่อคุณพิษณุชัย ทรงพุฒิ


4. ล่องแก่งลำน้ำเข็ก 

พูดเลย! ชีวิตนี้ไม่เคยล่องแก่ง และครั้งแรกก็เกิดขึ้นที่นี่ ลำน้ำเข็ก แห่ง อ.วังทอง ลำน้ำอันดับ 1 ของการล่องแก่งแห่งประเทศไทย มันเว่อร์ สนุกมว้าก เพราะปีนี้ระดับน้ำกำลังดี เหมาะแก่การล่องน้ำเข็กเป็นอย่างมาก ทำให้การล่องแก่งมีความสนุกสนานเต็มอรรถรส ระยะทางก็ไม่ใกล้ไม่ไกล 8 กิโลเมตร ตลอดทางก็มีความยากง่ายของลำน้ำแตกต่างกันได้ ตื่นเต้นสุดๆ ไม่ต่างจากคลื่นลมในทะเลเลย แต่ที่แน่ๆ คุณจะได้สัมผัสบรรยากาศของธรรมชาติ รู้จักต้นไม้มากมาย ชมวิวทิวทัศน์สุดฟิน (มันดีอะแก...วันหน้าชวนไปอีกนะ ททท.)

ที่ตั้ง : ล่องแก่งลำน้ำเข็ก อ.วังทอง จ.พิษณุโลก 



***รอบรู้ก่อนไปคุยโม้***

- พิษณุโลก เป็นจังหวัดในภาคกลางของประเทศไทย มีประชากรในปี พ.ศ. 2558 จำนวน 863,404 คน มีพื้นที่ 10,815.854 ตารางกิโลเมตร มีเทศบาลนครพิษณุโลกเป็นเขตชุมชนเมืองศูนย์กลางของจังหวัด และเป็นที่ตั้งศาลากลางจังหวัด

- พิษณุโลก เป็นเมืองเก่าที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานมาตั้งแต่สมัยขอม โดยมีชื่อเรียกต่างๆ กันในศิลาจารึก ตำนาน นิทาน และพงศาวดาร เช่น สองแคว, สองแควทวิสาขะ และไทยวนที

- เดิมเมืองพิษณุโลกเป็นเมืองเก่าสมัยขอม อยู่ห่างจากที่ตั้งเมืองปัจจุบันลงไปทางทิศใต้ประมาณ 5 กิโลเมตร เรียกว่า "เมืองสองแคว" ที่เรียกเช่นนี้ เพราะตั้งอยู่ระหว่างแม่น้ำสองสาย คือ แม่น้ำน่าน กับ แม่น้ำแควน้อย แต่ปัจจุบันแม่น้ำแควน้อยเปลี่ยนทางเดินออกห่างจากตัวเมืองไปประมาณ 10 กิโลเมตร

- ที่ตั้งตัวเมืองเก่า ในปัจจุบันคือ บริเวณวัดจุฬามณี ซึ่งเป็นวัดเก่าแก่ของพิษณุโลก แต่เมื่อประมาณพุทธศักราช 1900 พระธรรมราชาที่ 1 (ลิไท) ได้โปรดให้ย้ายเมืองสองแคว มาตั้งอยู่ ณ บริเวณตัวเมืองในปัจจุบัน และยังคงเรียกกันติดปากว่า "เมืองสองแคว" เรื่อยมา.