วันจันทร์ที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

จนท.ระบุ ยังไม่พบยาซอมบี้ในไทย สหรัฐฯ เตือนระวัง เป็นภัยคุกคามระดับสูง

ตำรวจปราบปรามยาเสพติด ยืนยัน “ฟลัคกา” หรือยาซอมบี้ ยังไม่พบในประเทศไทย แต่ยอมรับสหรัฐอเมริกาเตือนให้เฝ้าระวัง เพราะเป็นภัยคุกคามระดับสูง เตือนเสพครั้งแรกติดทันที

พลตำรวจตรีทนัย อภิชาติเสนีย์ รักษาราชการแทนรองผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด เปิดเผยว่า ได้ประสานไปยังตำรวจสกัดกั้นยาเสพติดทั่วประเทศ เฝ้าระวังยาเสพติดชนิดใหม่ หรือ ฟลัคกา ยาซอมบี้

หลังได้ร่วมประชุมกับตำรวจปราบปรามยาเสพติด สหรัฐอเมริกา หรือ DEA พบว่าภายในทวีปอเมริกา มีการแพร่ระบาดยาเสพติดชนิดดังกล่าว ซึ่งเป็นสารสังเคราะห์ทางเคมี มีความรุนแรงมากกว่า ยาบ้า หรือ ยาไอซ์ หลายเท่าตัว โดยจะออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท ส่งผลให้ควบคุมตัวเองไม่ได้ คิดว่าตัวเองมีพลังวิเศษและดึงจิตใต้สำนึกด้านมืดออกมา มีพฤติกรรมที่รุนแรง ในสหรัฐฯ จึงประกาศเป็นภัยคุกคามของประเทศ ส่วนการออกฤทธิ์ที่ส่งผลให้ฉีกเนื้อคนคล้ายกับซอมบี้นั้น ยังไม่ได้รับรายงาน

พลตำรวจตรีทนัย ระบุอีกว่ายาเสพติดชนิดนี้ มีลักษณะเป็นผงสีขาว เพียงแค่สัมผัสโดยตรงก็จะซึมเข้าสู่ผิวหนัง กระแสเลือด ทำให้ได้รับยาเกินขนาด หรือ โอเวอร์โดส และเสียชีวิตอย่างรวดเร็ว ซึ่งในสหรัฐฯ พบว่ามีเจ้าหน้าที่เสียชีวิตไปแล้วอย่างน้อย 1 คน จึงได้เร่งเตือนเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องในประเทศไทยห้ามสัมผัสยาเสพติดทุกชนิดโดยตรงเด็ดขาด ให้สัมผัสผ่านถุงมือยางเท่านั้น

และยืนยันว่ายาเสพติดชนิดดังกล่าวยังไม่แพร่ระบาดเข้ามาในประเทศไทย แต่ต้องป้องกันไว้ก่อน พร้อมฝากเตือนผู้ที่คิดจะทดลองยาเสพติดดังกล่าว ว่าหากทดลองเพียง 1 ครั้งก็จะติดทันที ถือว่าเป็นการฆ่าตัวตายโดยตรง

ขณะที่ นายศิรินทร์ยา สิทธิชัย เลขาธิการ สำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติด กล่าวว่า ยาเสพติดชนิดใหม่ หรือ ยาซอมบี้ เป็นยาเสพติดชนิดสังเคราะห์ แต่เดิมขายอย่างถูกกฎหมายในสหรัฐอเมริกา แต่ภายหลังพบว่า มีการแพร่ระบาดในกลุ่มวัยรุ่นที่ใช้แทนยาเสพติดเป็นจำนวนมาก เนื่องจากมีราคาถูก หาซื้อได้ง่าย แต่มีฤทธิ์รุนแรงมากกว่า โคเคน และ ยาบ้า นับสิบเท่า โดยผู้เสพจะมีอาการเคลิบเคลิ้ม อุณหภูมิในร่างกายสูงถึง 40 องศา จากนั้นจะมีอาการหัวใจวาย ไตหยุดทำงาน และจะเสียชีวิตในที่สุด

พร้อมยืนยันว่า ยาเสพติด “ฟลัคกา” เป็นยาเสพติดให้โทษประเภท 1 ตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พุทธศักราช 2522

ขณะเดียวกัน จากการประสานกับทางการออสเตรเลีย ซึ่งเคยควบคุมตัวผู้มีอาการลักษณะเดียวกันได้ เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริง และเฝ้าระวังสถานการณ์ยาเสพติดชนิดนี้อย่างใกล้ชิด ซึ่งยืนยันว่าไม่พบการแพร่ระบาดของยาเสพติดชนิดดังกล่าวแต่อย่างใด

และแม้ว่าเหตุการณ์ดังกล่าวจะเกิดขึ้นในต่างประเทศ และยังไม่มีความชัดเจนว่า เป็นยาเสพติดชนิดใด แต่ขอเตือนไปยังเยาวชนและประชาชนถึงอันตรายของยาเสพติด และการใช้ยาเสพติด เพราะอาจจะมีอันตรายร้ายแรงถึงชีวิตได้