วันอาทิตย์ที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

สร้างมาตรฐานปลาร้าไทย ส่งออกเทียบชั้นถั่วเน่าญี่ปุ่น

ในขณะที่ปลาร้า อาหารพื้นบ้านที่นิยมบริโภคมีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้น ส่งผลทำให้ปลาร้าขยายตัวเติบโตจากระดับครัวเรือนเป็นการผลิตขนาดใหญ่ มีปริมาณการผลิตสูงถึงปีละ 40,000 ตัน คิดเป็นมูลค่า 800 ล้านบาท แต่การบริโภคส่วนใหญ่ยังอยู่ภายในประเทศ การส่งออกไปยังต่างประเทศแต่ละปีมีมูลค่าแค่ 20 ล้านบาท

นางสาวดุจเดือน ศศะนาวิน รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ บอกถึงสาเหตุที่ทำให้ปลาร้าไทยส่งออกไปยังตลาดประเทศเพื่อนบ้านได้ปริมาณน้อย ส่วนหนึ่งมาจากกระบวนการผลิตปลาร้าไทยยังไม่มีมาตรฐานรองรับ ทำให้การส่งออกเป็นไปได้ยาก และจากการที่ไทยมีการรวมกลุ่มประเทศสมาชิกอาเซียนที่มีการค้าขายอย่างเสรี จำเป็นต้องมีมาตรฐานคุณภาพสินค้า สร้างความเชื่อมั่นให้ตลาดคู่ค้า เพื่อผลักดันให้ปลาร้าไทยส่งออกได้เหมือนกับประเทศญี่ปุ่นที่ส่งนัตโตะ (ถั่วเน่าญี่ปุ่น) ดังนั้น มกอช.จึงได้ร่วมกับกรมประมงจัดทำร่างมาตรฐานปลาร้าไทย

“แม้ผู้บริโภคคนไทยบางส่วนจะใช้ชีวิตอยู่ต่างประเทศ ทั้งแบบครอบครัวและเปิดกิจการร้านอาหารไทย มีความต้องการนำเข้าปลาร้าจำนวนมาก แต่ไม่สามารถนำเข้าได้เพียงพอกับความต้องการ ปัญหาส่วนหนึ่งมาจากความเชื่อมั่นด้านความสะอาด สุขอนามัย เนื่องจากปลาร้าเป็นสินค้าประมงแปรรูป ด้วยการหมัก-ดอง และยังไม่มีมาตรฐานด้านความปลอดภัยรองรับสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้บริโภค การส่งออกจึงยังทำได้แค่ผลิตภัณฑ์ ปลาร้าผง ปลาร้าก้อน น้ำพริกปลาร้า เท่านั้น”

นางสาวดุจเดือน เผยว่า เพื่อให้ได้กลิ่นรสที่มีลักษณะเฉพาะของปลาร้า ก่อนบรรจุในภาชนะ ที่สามารถป้องกันการปนเปื้อนได้ มาตรฐานที่กำหนดจึงควบคุมตั้งแต่ลักษณะทั่วไป สี กลิ่น และรสชาติ กำหนดปริมาณเกลือโซเดียมคลอไรด์ในปลาร้า ต้องไม่น้อยกว่าร้อยละ 18 โดยน้ำหนัก เพื่อยับยั้งการเจริญของจุลินทรีย์ก่อโรค ต้องไม่พบพยาธิตัวจี๊ด และตัวอ่อนพยาธิใบไม้ตับ ไม่มีสิ่งแปลกปลอมต่างๆ นอกจากนี้ มาตรฐานดังกล่าวยังมีข้อกำหนดห้ามใช้สี วัตถุกันเสียทุกชนิด ไม่มีสารตะกั่วเกิน 1 มก./กก.

การจัดทำร่างมาตรฐานดังกล่าว ที่ผ่านมา มกอช.ได้เปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะในภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคกลาง โดยนำร่องในจังหวัดขอนแก่นและชัยนาท แหล่งผลิตปลาร้าที่ใหญ่สุดในไทย และคาดว่าจะสามารถประกาศใช้มาตรฐานทั่วไปของประเทศได้ภายในปีนี้.