วันพฤหัสบดีที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ศาลนัดตรวจหลักฐาน 'วัฒนา' โพสต์เฟซบุ๊ก ปมหมุดคณะราษฎร 18 ธ.ค.นี้

“วัฒนา เมืองสุข” เข้ารายงานตัวต่อศาลอาญาในคดีโพสต์เฟซบุ๊ก หมุดคณะราษฎร พร้อมรับทราบ 2 ข้อกล่าวหา ผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ และ ม.116 ที่พนักงานสอบสวน บก.ปอท. ยื่นฟ้อง ศาลนัดตรวจหลักฐาน 18 ธ.ค.นี้

เมื่อเวลา 07.30 น. วันที่ 9 ตุลาคม ที่ ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก นายวัฒนา เมืองสุข อายุ 60 ปี แกนนำพรรคเพื่อไทย ได้เดินทางมารายงานตัวต่อศาลในคดีหมายเลขดำ อ.3158/2560 ที่พนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญา 6 เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายวัฒนา เป็นจำเลย ฐานกระทำให้ปรากฏแก่ประชาชนด้วยวาจา หนังสือหรือวิธีอื่นใด เพื่อให้เกิดความปั่นป่วนหรือกระด้างกระเดื่องในหมู่ประชาชนฯ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116 และนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 มาตรา 14 จากกรณีโพสต์เฟซบุ๊กเรื่องหมุดคณะราษฎร

แสดงความเห็นว่าหมุดคณะราษฎรเป็นโบราณวัตถุ เนื่องจากได้รับการประกันตัวในชั้นฝากขัง พร้อมรับทราบข้อกล่าวหาที่ทางพนักงานสอบสวน กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือ บก.ปอท. ยื่นฟ้องเพิ่มเติม 2 ข้อหา นำข้อมูลอันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ฯ ตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ และข้อหากระทำความผิดตามประมวลกฎหมาย มาตรา 116

โดยคดีนี้อัยการยื่นฟ้องเมื่อวันที่ 6 ต.ค.ที่ผ่านมา จากกรณีเมื่อวันที่ 17 เม.ย. 2560 เวลา 18.01 น. นายวัฒนา ได้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ Watana Muangsook โพสต์ข้อความในหัวข้อ “หมุดที่หายเป็นสมบัติของชาติ” โดยระบุทำนองว่า หมุดคณะราษฎรเป็นโบราณวัตถุ เป็นสมบัติชาติ การที่หมุดคณะราษฎรสูญหายไป ผู้ที่เก็บหรือเบียดบังเอาไปเป็นความผิดอาญาแผ่นดิน รัฐบาลสมควรถูกประณามเพราะหมุดอยู่ในบริเวณเขตพระราชฐานแต่ไม่มีปัญญารักษาไว้ได้ และยังโพสต์ข้อความบิดเบือนให้บุคคลเข้าใจผิดว่าบุคคลทำการถอนหมุดจะต้องเป็นบุคคลที่มีความต้องการลบประวัติศาสตร์ เป็นการกระทำของพวกต่อต้านประชาธิปไตย รัฐบาลจึงต้องรับผิดชอบหาตัวผู้กระทำความผิดมาลงโทษให้ได้ หากทำไม่ได้ก็เท่ากับรัฐบาลรู้เห็นกับฝ่ายต่อต้านประชาธิปไตย ซึ่งเป็นการทำให้ประชาชนเกิดความเข้าใจผิด มีทัศนคติไม่ดีต่อรัฐบาล และเกลียดชังรัฐบาลที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง

และยังโพสต์ข้อความอีกว่า การแสดงตัวตรงข้ามประชาธิปไตยของรัฐบาลมีให้เห็นมาโดยตลอด คือการออกกฎหมายที่จำกัดสิทธิและเสรีภาพ เช่น การบังคับสื่อต้องมีใบอนุญาต หรือกฎหมายว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ ภารกิจแรกที่ตนจะดำเนินการในสภาผู้แทนราษฎร คือ การยกเลิกกฎหมายดังกล่าว เป็นการปลุกกระแสกลุ่มคนที่มีความคิดเกลียดชังรัฐบาลเผด็จการ และต้องการต่อต้านการทำงานของรัฐบาลเพื่อเป็นการชี้นำชักชวนให้กลุ่มคนดังกล่าวและประชาชนทั่วไปออกมาเคลื่อนไหว หรือชุมนุมทางการเมืองต่อต้านการทำงานของรัฐบาลเพื่อทำให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง โดยเห็นได้จากผู้ที่มาโพสต์แสดงความคิดเห็นในโพสต์ของนายวัฒนาเป็นจำนวนมากในลักษณะที่ต่อต้านรัฐบาล เหตุเกิดที่แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร

ศาลได้อ่านและอธิบายคำฟ้องให้จำเลยฟังจนเข้าใจและสอบถาม ปรากฏว่า นายวัฒนา จำเลย ให้การปฏิเสธ ขอต่อสู้คดี ศาลจึงนัดตรวจหลักฐานทั้ง 2 ฝ่าย ในวันที่ 18 ธันวามคม 2560 ในเวลา 09.00 น.