วันพุธที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

'สุรชัย' เชื่อใกล้มีข่าวดี! คสช.ปลดล็อกพรรคการเมืองเคลื่อนไหวเร็วๆ นี้

"สุรชัย" เชื่อ คสช.ใกล้ปลดล็อกกฎเหล็กให้พรรคการเมืองทำกิจกรรมเคลื่อนไหวได้ ให้จับตาประชุม ครม. 10 ต.ค.นี้ อาจมีข่าวดี ยอมรับเงื่อนเวลาเลือกตั้งอาจมีขยับบวกลบเล็กน้อย ขึ้นอยู่กับรายละเอียดกฎหมาย และความเห็นพ้องกัน

เมื่อวันที่ 9 ต.ค.60 ที่รัฐสภา นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) กล่าวถึงการเรียกร้องให้ คสช.ปลดล็อกพรรคการเมืองดำเนินกิจกรรมเคลื่อนไหวได้ ภายหลังที่ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยพรรคการเมืองมีผลบังคับใช้ว่า เชื่อว่า คสช.กำลังพิจารณาอยู่ เพื่อให้สอดคล้องกับกฎหมายพรรคการเมือง การประชุม ครม.ในวันที่ 10 ต.ค.นี้ ไม่แน่อาจมีวาระดังกล่าวเข้าพิจารณาหรือไม่ กำลังติดตามอยู่ อยากรู้ว่ามติ ครม.จะออกมาอย่างไร

เมื่อถามว่า ขณะนี้ คสช.ยังไม่ปลดล็อกให้พรรคการเมืองทำกิจกรรม แต่กรอบเวลาของพรรคการเมืองเดินแล้วจะมีผลอย่างไร นายสุรชัย กล่าวว่า เป็นเรื่องนโยบายที่ไปผูกกับความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง คสช.คงกำลังพิจารณาอยู่ น่าจะมีข่าวดีเร็วๆ นี้

นายสุรชัย กล่าวต่อว่า ส่วนร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. และร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการได้มาซึ่ง ส.ว.นั้น สนช.ตั้งคณะกรรมการพิจารณาศึกษาร่างกฎหมายลูกทั้ง 2 ฉบับดังกล่าว จะนัดประชุมสัปดาห์นี้ เพื่อทำงานควบคู่ไปกับคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) เมื่อส่งมายัง สนช.จะได้พิจารณาปรับปรุงไม่ให้เกิดความล่าช้า ให้การทำงานเกิดความกระชับ

เมื่อถามว่า นายกรัฐมนตรีจะประกาศวันเลือกตั้งปลายปี 61 มีการส่งสัญญาณให้ สนช.คว่ำกฎหมายลูก เพื่อให้การเลือกตั้งช้าออกไปหรือไม่ นายสุรชัย กล่าวว่า ไม่มี เหตุการณ์ปกติเดินเป็นไปตามขั้นตอน อาจบวกลบบ้างเล็กน้อยขึ้นอยู่กับรายละเอียดหลักเกณฑ์กฎหมาย และความเห็นพ้องต้องกันหรือไม่ เช่น กฎหมายการเลือกตั้ง ส.ส.ต้องฟังความคิดเห็นจากนักการเมืองว่า เกณฑ์ใดที่คิดว่าก่อให้เกิดการเสียเปรียบได้เปรียบในการเลือกตั้งหรือไม่ แต่ในส่วนผู้ออกแบบกฎหมายเชื่อว่า ได้ออกแบบให้การเลือกตั้งเป็นไปอย่างบริสุทธิ์ สะท้อนประชาธิปไตยมากที่สุด ไม่ให้พรรคใดเสียเปรียบได้เปรียบ การออกแบบดังกล่าวขึ้นอยู่กับผู้มีส่วนได้เสียแต่ละฝ่าย สิ่งที่นายกรัฐมนตรีพูดเป็นการพูดในฐานะผู้รับผิดชอบภาพรวมประเทศ ซึ่งหลักคิดของคนทำงานและหลักคิดคนที่จะลงเลือกตั้งในอนาคตอาจคิดไม่เหมือน กันบนพื้นฐานกฎหมายฉบับเดียวกัน จึงต้องรับฟังทุกฝ่ายเพื่อประสานประโยชน์ทางการเมืองให้ทุกฝ่ายเห็นพ้องกันมากที่สุด.