วันเสาร์ที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

คดีปล้น60ล. ขอข้อมูล เพิ่มจากปปง. ให้สํานวน รัดกุมขึ้น!

‘หมายจับ’ 3ผู้ต้องหา ยังไม่ออก

พนักงานสอบสวนคดีปล้น 60 ล้านบาท ทำสำนวนรัดกุม ประสานขอข้อมูลจาก ปปง. เพื่อยืนยันที่มาที่ไปของเงินผู้เสียหาย หลังเจ้าตัวเคยโดนยึดเงินไปตรวจสอบก่อนหน้าแล้วครั้งหนึ่ง แต่ได้คืนเพราะไม่พบความผิดปกติ ส่วนหมายจับเพิ่ม 3 ผู้ต้องหายังไม่ออก อยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐาน

จากกรณีนายภัทริศ หรือโต้โต้ แต้รัตนชัย นักธุรกิจซื้อขายทองคำแท่งและส่งออกเครื่องประดับเพชรไปประเทศญี่ปุ่น แจ้งความกับพนักงานสอบสวน สน.พหลโยธิน ว่าถูกกลุ่มคนร้าย 5 คนสวมหมวกไหมพรมสีดำปิดบังใบหน้า ใช้ปืนก่อเหตุปล้นเงิน 196 ล้านเยน มูลค่าประมาณ 60 ล้านบาทของตนไประหว่างลูกจ้างในบริษัทขนเงินสดจำนวนดังกล่าวมาจากประเทศญี่ปุ่นนำมาเก็บไว้ในห้องพัก เหตุเกิดที่ลานจอดรถชั้น 5 อาคารรัชดา พาวิลเลี่ยน ซอยรัชดาภิเษก 30 ถนนรัชดาภิเษก แขวงจันทรเกษม เขตจตุจักร กทม. เมื่อกลางดึกวันที่ 2 ต.ค. ต่อมาชุดสืบสวนสามารถจับผู้ร่วมก่อเหตุได้ 6 คน มีผู้ต้องหาหลบหนีอีก 1 คน พนักงานสอบสวนอยู่ระหว่างเตรียมขอออกหมายจับอีก 3 คน

ความคืบหน้า ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 8 ต.ค. พล.ต.ท.ชาญเทพ เสสะเวช รรท.ผบช.น. กล่าวถึงคดีนี้ว่า พนักงานสอบสวน สน.พหลโยธิน อยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อเตรียมขอศาลอาญาออกหมายจับผู้ต้องหาเพิ่มอีก 3 คน ภายใน 1-2 วัน ส่วนรายละเอียดยังไม่สามารถเปิดเผยได้

ทั้งนี้ มีรายงานว่าพนักงานสอบสวน สน.พหลโยธิน เตรียมขอศาลออกหมายจับผู้ต้องหาเพิ่มอีก 3 คน ประกอบด้วย นายต้อง นายน็อต และนายแลนด์ (ไม่ทราบชื่อและนามสกุลจริง) ทั้งหมดอยู่ในชุดก่อเหตุ ร่วมกันทำร้ายใช้ปืนตบศีรษะนายเกียรติพงษ์ หรืออุ้ย พึ่งยิ้ม ผู้เสียหาย 1 ในชุดขนเงินลูกน้องของนาย ภัทริศ หรือโต้โต้ แต้รัตนชัย เจ้าของเงิน ที่ลานจอดรถชั้น 5 อาคารรัชดา พาวิลเลี่ยน ซอยรัชดาภิเษก 30

ด้าน พล.ต.ต.สมพงษ์ ชิงดวง รอง ผบช.น. เปิดเผยว่า ขณะนี้ชุดสืบสวนอยู่ระหว่างตรวจสอบความเคลื่อนไหวของณัฐพงษ์ หรือต้น ธัญญะ ผู้ต้องหาอีกคนที่อยู่ระหว่างหลบหนี เบื้องต้นพบหลบหนีไปกบดานอยู่นอกเขต กทม.แล้ว คาดจะได้ตัวในเร็ววัน ส่วนที่มีผู้ตั้งข้อสงสัยนายเกียรติพงษ์ หรืออุ้ย พึ่งยิ้ม ที่บาดเจ็บอาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุครั้งนี้ เบื้องต้นจากพยานหลักฐานและการสอบสวนยังไม่พบมีส่วนเกี่ยวข้องกับกลุ่มคนร้าย

“ส่วนประเด็นการตรวจสอบเส้นทางการเงินของผู้เสียหายที่เคยนำเงินจำนวนมากเข้ามาในประเทศก่อนหน้านี้หลายครั้งนั้น พนักงานสอบสวนอยู่ระหว่างประสานขอข้อมูลจากสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน หรือ ปปง. เพราะผู้เสียหายรายนี้ให้ข้อมูลก่อนหน้าเคยถูกกรมศุลกากรยึดเงินและส่งให้ ปปง.ตรวจสอบ แต่ได้รับเงินคืนภายหลังเนื่องจากไม่พบความผิดปกติ เพื่อยืนยันที่มาที่ไปของเงินทั้งหมดในสำนวนการสอบสวน ตามคำให้การของผู้เสียหาย” พล.ต.ต.สมพงษ์กล่าว