วันอังคารที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

‘เนวิน-บันโดะ’ ร่วมจัดศึกช้าง ซูเปอร์ จีที เรซ 2018




สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต พร้อมด้วย จีทีเอ โปรโมเตอร์มอเตอร์สปอร์ตระดับท็อปจากญี่ปุ่น ยืนยันร่วมกันจัดการแข่งขันช้าง ซูเปอร์  จีที เรซ 2018 ในปีหน้า พร้อมย้ายมาดวลความเร็วในเดือนมิถุนายน เพื่อหลีกทางให้ โมโตจีพี ครั้งแรกในเมืองไทย...



วันที่ 8 ต.ค. 60 ที่สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ นายเนวิน ชิดชอบ ประธานสนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต ร่วมกับ มร.มาซากิ บันโดะ ประธานบริษัท จีทีเอ จำกัด ฝ่ายจัดการแข่งขัน ซูเปอร์ จีที จากประเทศญี่ปุ่น แถลงข่าวประกาศความร่วมมือสานต่อความสำเร็จ เพื่อจัดการแข่งขัน ช้าง ซูเปอร์ จีที เรซ 2018 ระหว่างการแข่งขันปีที่ 4 ของ ซูเปอร์ จีที ในประเทศไทย

นายเนวิน เปิดเผยว่า นี่คือปีที่ 4 ที่เราร่วมงานกับจีทีเอ ฝ่ายจัดการแข่งขันของประเทศญี่ปุ่น ซึ่ง ซูเปอร์ จีที ถือเป็นรายการระดับโลกรายการแรกของสนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต และในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา ช่วยสร้างความนิยมของกีฬามอเตอร์สปอร์ตให้ชาวไทยแบบก้าวกระโดด พร้อมกันนี้ยังมีส่วนอย่างมากในการยกระดับวงการมอเตอร์สปอร์ตไทยให้ก้าวสู่ระดับโลก ในปีนี้เรามีทีมไทยลงแข่งเต็มฤดูกาล และในอนาคต ผมหวังว่าจะได้เห็นทีมไทยก้าวเข้าสู่การแข่งขันระดับโลกมากขึ้น

“ในปีหน้าผมขอยืนยันว่า สนามช้างฯและจีทีเอ จะร่วมกันจัดการแข่งขัน ช้าง ซูเปอร์  จีที เรซ 2018 ในเมืองไทยอย่างแน่นอน โดยเปลี่ยนช่วงเวลาการแข่งขันมาเป็นเดือนมิถุนายน เพราะต้องเลี่ยงให้การจัดโมโตจีพีครั้งแรกของไทย ซึ่งจะมีขึ้นในเดือนตุลาคมปีหน้า เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์” นายเนวิน กล่าว

ด้าน มร.มาซากิ กล่าวว่า 3 ปีที่ผ่านมา เราได้เห็นพัฒนาการอย่างต่อเนื่องของประเทศไทย ในการจัดการแข่งขันมอเตอร์สปอร์ต และ ซูเปอร์ จีที คือหนึ่งในอีเวนต์ที่ได้รับความสนใจจากแฟนชาวไทยเป็นจำนวนมาก ในปีหน้าเราจะย้ายไปจัดการแข่งขันในเดือนมิถุนายน ซึ่งต้องรอสรุปเรื่องวันเวลาที่ชัดเจนอีกครั้ง ในส่วนนี้เราเข้าใจในความตั้งใจของสนามช้างฯ ที่มีเป้าหมายจะจัดโมโตจีพีมาตั้งแต่เริ่มต้นก่อสร้างสนาม และถือเป็นส่วนหนึ่งในก้าวสำคัญของวงการมอเตอร์สปอร์ตไทย

“ปีนี้เป็นครั้งแรกที่มีทีมจากประเทศไทย อย่าง แพนเธอ ทีม ไทยแลนด์  ลงแข่งขันในซูเปอร์ จีที เต็มฤดูกาล ภายใต้ความร่วมมือของทีมจากประเทศไทย และจีทีเอ เราหวังว่าผลงานของทีมจะค่อยๆ ไต่ขึ้นไปอยู่ในแถวหน้าได้ภายใน 3 ปี และหวังว่าจะมีการแข่งขัน จีที 300 ในเมืองไทย ซึ่งจีทีเอพร้อมจะช่วยเหลือและให้ความร่วมมือทุกด้าน เพื่อสร้างให้เกิดการแข่งขันนี้ ซึ่งจะทำให้มีทีมจากประเทศไทยป้อนเข้าสู่ซูเปอร์ จีที และการแข่งขันระดับโลกมากขึ้นในอนาคต” มร.มาซากิ กล่าว