วันศุกร์ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

สถ.ติวขับเคลื่อน 'ธนาคารน้ำใต้ดิน' แก้ปัญหา 'น้ำท่วม-น้ำแล้ง' ยั่งยืน

อธิบดี สถ. ลงพื้นที่ชัยนาท ขับเคลื่อน "โครงการธนาคารน้ำใต้ดินระบบปิด" สนองนโยบายนายกฯ ติวเข้มผู้เข้าอบรมการแก้ปัญหาน้ำท่วม-น้ำแล้งได้อย่างเบ็ดเสร็จ ชี้โครงการฯ ช่วยสร้างความอุดมสมบูรณ์ให้แผ่นดินไทย และช่วยให้มีน้ำใช้ในฤดูแล้งอย่างยั่งยืน

วานนี้ (7 ต.ค.) นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น เป็นประธานเปิดการเรียนรู้ประโยชน์ของระบบโครงการธนาคารน้ำใต้ดินระบบปิด ณ เขาขยาย ตำบลท่าพระ อำเภอเมืองชัยนาท จังหวัดชัยนาท พร้อมสำรวจปักหมุดจุดดำเนินการธนาคารน้ำใต้ดินระบบปิด จำนวน 50 บ่อ เป็นโครงการที่แก้ปัญหาการบริหารจัดการน้ำได้อย่างยั่งยืน ช่วยให้ประชาชนในพื้นที่สามารถนำน้ำขึ้นมาใช้สำหรับการอุปโภคบริโภคและทำการเกษตร ทั้งยังส่งเสริมการประกอบอาชีพและพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่ได้เป็นอย่างดี โดยมี นายชวพล พันธุมรัตน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดชัยนาท นายคงศักดิ์ สังขมุรินทร์ ท้องถิ่นจังหวัดชัยนาท ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ประชาชน รวมทั้งผู้บริหารของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นจากส่วนกลาง และสมาชิกชมรมคนรักษ์เขาขยายกว่า 200 คนร่วมกิจกรรม

นายสุทธิพงษ์ กล่าวต่อผู้มาร่วมฝึกอบรมว่า โครงการดังกล่าวเป็นไปตามนโยบายของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. ที่ได้กล่าวในรายการศาสตร์พระราชาเมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2560 ว่า จะให้ทุกจังหวัดดำเนินการบริหารจัดการน้ำด้วยระบบธนาคารน้ำใต้ดิน สร้างความอุดมสมบูรณ์ให้แผ่นดินไทย โดยการนี้ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ได้สั่งการให้กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น เป็นตัวแทนของกระทรวงมหาดไทยขับเคลื่อนเรื่องนี้ หลังจากคณะผู้แทนของสถาบันวิจัยนิเทศศาสนคุณได้เข้าพบและอธิบายเรื่องระบบธนาคารน้ำใต้ดิน

"วันนี้ได้รับความกรุณาจากท่านชาตรี ศรีวิชาฐา นายก อบต.เก่าขาม อำเภอน้ำยืน จังหวัดอุบลราชธานี และท่านชูชีพ สุพบุตร นายกเทศมนตรี ตำบลหนองมะโมง จังหวัดชัยนาท เป็นผู้นำการฝึกอบรม เพื่อจัดสร้างระบบธนาคารน้ำใต้ดินกักเก็บน้ำฝนไว้ในดินเพื่อให้ดินชุ่มชื้นตลอดทั้งปี"

นายสุทธิพงษ์ กล่าวว่า จากการทดลองทำในหลายพื้นที่พบว่าระบบธนาคารน้ำใต้ดินเมื่อทำแล้วสามารถแก้ไขปัญหาน้ำท่วมขังในฤดูฝน และช่วยให้มีน้ำใช้ในฤดูแล้ง เพิ่มพูนความอุดมสมบูรณ์ให้ดินชุ่มชื้นต้นไม้เขียวชะอุ่มทั้งปี รวมทั้งลดความเสียหายด้านโครงสร้างพื้นฐานได้อย่างดีกรณีถนนขวางทางน้ำ ที่สำคัญใช้งบประมาณน้อยมาก แต่ละครัวเรือนสามารถทำได้ได้ตัวเอง ซึ่งกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นจะเร่งเผยแพร่และขับเคลื่อนการดำเนินการกับ อปท. ภาคประชาชน และสถาบันวิจัยนิเทศศาสนคุณ ให้สำเร็จครอบคลุมพื้นที่ต่อไป.