วันจันทร์ที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ต้นกำเนิดโรงไฟฟ้าถ่านหินในประเทศไทย


เมื่อปี พ.ศ.2460 ในสมัยรัชกาลที่ 6 มีการว่าจ้างชาวต่างชาติเข้ามาสำรวจ เหมืองถ่านหินในประเทศไทย จนกระทั่งมีการสำรวจพบถ่านหินลิกไนต์ที่บริเวณ อ.แม่เมาะ จ.ลำปาง และที่ ต.คลองขนาน อ.เหนือคลอง จ.กระบี่ ขณะนั้นยังไม่ได้มีการนำถ่านหินมาใช้ประโยชน์อะไรมากนัก จนกระทั่งปี พ.ศ.2475 จึงได้มีการยุติการสำรวจ และปี 2493 กรมโลหกิจหรือกรมทรัพยากรธรณี ในปัจจุบัน ได้รื้อฟื้นโครงการสำรวจแหล่งถ่านหินลิกไนต์ขึ้นมาดำเนินการอีกครั้ง ทำให้รัฐบาลยุคนั้นจัดตั้ง องค์การพลังงานไฟฟ้าลิกไนต์ เพื่อทำเหมืองลิกไนต์ขึ้นที่แม่เมาะ

จากการสำรวจในปี 2498 พบว่า แหล่งลิกไนต์ที่แม่เมาะ มีปริมาณลิกไนต์ถึง 120 ล้านตัน สามารถที่จะขุดมาใช้ประโยชน์และจำหน่ายได้อย่างคุ้มค่า คิดเป็นปริมาณการผลิตปีละประมาณ 120,000 ตัน หรือเทียบเท่ากับไม้ฟืน 3 ล้านลูกบาศก์เมตรนั่นหมายถึงลดการตัดไม้ลงได้ 30,000 ไร่ และลดการสั่งนำเข้าน้ำมันเตาจากต่างประเทศได้กว่าปีละ 35 ล้านลิตร

ดังนั้น ในปี 2515 รัฐบาลได้อนุมัติให้ก่อสร้าง โรงไฟฟ้าแม่เมาะ ในระยะแรกจำนวน 2 เครื่อง กำลังผลิตเครื่องละ 75 เมกะวัตต์ ส่งให้การผลิตของเหมืองแม่เมาะเพิ่มขึ้นเป็นปีละกว่าล้านตัน เป็นไปตามความต้องการใช้ไฟฟ้าและการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ ซึ่ง การไฟฟ้าฝ่ายผลิตฯ ได้มีการทยอยสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินลิกไนต์เพิ่มขึ้นด้วยจนถึงปัจจุบันมีทั้งสิ้น 13 เครื่องด้วยกัน

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ กฟผ. ต้องพัฒนาควบคู่ไปกับการสร้างโรงไฟฟ้าคือ การดูแลและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม เช่นติดตั้ง เครื่องดักจับฝุ่น ที่โรงไฟฟ้า ที่มีประสิทธิภาพระหว่างร้อยละ 89.5-99.7 เพื่อกรองฝุ่นจากการเผาไหม้ถ่านลิกไนต์ ติดตั้งจุดตรวจวัดค่าความเข้มข้นของก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ ไว้ตามหมู่บ้านต่างๆรวม 12 จุด ที่จะรายงานผลไปยังห้องควบคุมในโรงไฟฟ้า และระบบออนไลน์ไปยัง โรงพยาบาลแม่เมาะ กรมควบคุมมลพิษ

นอกจากนี้ ยังมีการดูแลความเป็นอยู่ของชาวบ้านในบริเวณการก่อสร้างโรงไฟฟ้าอย่างใกล้ชิด เช่น น้ำ ไฟ ถนน โรงกรองน้ำ โรงเรียนโรงพยาบาล ศูนย์ราชการ รวมทั้งพัฒนาและส่งเสริมอาชีพ จนได้รับการชมเชยจาก ธนาคารโลก ว่า เป็นชุมชนตัวอย่างของโลกเพราะมีความสมบูรณ์ ในทุกด้าน

ปัจจุบันเหมืองแม่เมาะกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สวยงาม พิพิธภัณฑ์ศูนย์ถ่านลิกไนต์ศึกษา มีความทันสมัยและใหญ่ที่สุดในเมืองไทย สวนพฤกษชาติ เป็นที่ประดิษฐานพระบรมราชานุสาวรีย์รัชกาลที่ 7 ประดับด้วยพรรณไม้สวยงาม จุดชมวิวและทุ่งบัวตอง เป็นภูเขาเทียมที่เกิดจากการนำดินในเหมืองมากองเก็บไว้จนสูงพอที่จะเป็นจุดชมวิวได้ ลานสไลเดอร์ เป็นลานหญ้าที่เทลาดลงสู่สนามกอล์ฟ เป็นที่นิยมของการท่องเที่ยวแบบผจญภัยตื่นเต้น

หากย้อนไปในสมัยนั้นมีการต่อต้านจนไม่สามารถทำเหมืองลิกไนต์และสร้างโรงไฟฟ้าถ่านลิกไนต์ได้ถึง 13 โรง เพียงพอที่จะผลิตกระแสไฟฟ้าตอบสนองความต้องการของประชาชนและการเติบโตของเศรษฐกิจในภาคเหนือ ปัจจุบันคงจะเกิดปัญหาเรื่องของพลังงานไฟฟ้ามากมาย การคิดบวกจึงเป็นสิ่งที่สำคัญสำหรับการพัฒนาอนาคตของประเทศไทยให้ยั่งยืน และต้องคำนึงถึงคนส่วนใหญ่ของประเทศมากกว่าความต้องการของคนส่วนน้อยบางกลุ่มเท่านั้น.

หมัดเหล็ก
mudlek@thairath.co.th