วันจันทร์ที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เลือกตั้งปีไหนแน่?

โดย ลมกรด

สหรัฐอเมริกาเป็นประเทศมหาอำนาจเบอร์ 1 ของโลก และคนอเมริกันก็ภูมิอกภูมิใจยกตัวเองว่าสมาร์ทกว่าชนชาติใดในโลก แต่อเมริกันชนก็เคยทำเรื่องช็อกโลกมาแล้วด้วยการเลือกคนกิริยาห่ามๆพฤติกรรมเฮี้ยวๆอย่างนายโดนัลด์ ทรัมป์ มาเป็นประธานาธิบดี และตั้งแต่เข้ารับตำแหน่ง ทรัมป์ได้สร้างสีสันบนเวทีโลกแทบทุกวัน ทำให้โลกร้อนกรุ่นได้ตลอด

ด้วยการบริหารงานภายใต้ นโยบาย America First ประกอบกับ บุคลิกส่วนตัว ทำให้ทรัมป์ดูเป็นประธานาธิบดีสหรัฐฯที่ไม่สมาร์ทเอาซะเลย แม้แต่กรณีล่าสุดที่เชิญ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีของไทย ไปเยือนถึงทำเนียบขาว ก็เป็นการ ผิดธรรมเนียมปฏิบัติ อย่างสิ้นเชิง ในฐานะ เจ้าพ่อประชาธิปไตย จะต้องไม่คบค้าสมาคมกับรัฐบาลรัฐประหาร แต่ด้วยผลประโยชน์ของคนอเมริกันต้องมาก่อน ทรัมป์เลยกล้าทำแหวกแนวเปิดทำเนียบขาวต้อนรับบิ๊กตู่

การพบปะหารือระหว่างสองผู้นำในครั้งนี้ ในแง่เศรษฐกิจและการเมือง สหรัฐฯได้ประโยชน์ไปเต็มๆ ตั้งแต่กระตุกไทยไม่ให้โน้มเอียงไปอยู่ใต้ปีกจีนมากเกินไป ดึงไทยมาเป็นแนวร่วมกดดันเกาหลีเหนือ ได้ขายถ่านหิน 155,000 ตันให้ไทย และดูท่าเนื้อหมูที่ปนเปื้อนสารเร่งเนื้อแดง กับอาวุธยุทโธปกรณ์ก็จ่อคิวตามมา

ขณะที่ฝ่ายไทยได้แต่พูดในกรอบกว้างๆว่าจะเพิ่มมูลค่าการค้าการลงทุนระหว่างกัน ขอให้สหรัฐฯสนับสนุนรับซื้อสินค้าเกษตรของไทย แต่ก็ไม่ได้คำตอบที่ชัดเจนกลับมาว่าสหรัฐฯจะมาลงทุนอะไร แถมไม่ได้ รับปากจะซื้อผลไม้ไทยมากขึ้น

เป็นที่น่าสังเกตว่าภาคเอกชนที่ร่วมคณะไปด้วยมีหอการค้าไทยเป็นตัวหลัก แต่กลับไม่มีสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และสมาคมธนาคารไทย ก็ไม่รู้ว่าทีมเศรษฐกิจของรัฐบาลจัดทัพกันอีท่าไหน มิน่าการเจรจาต่อรองถึงได้เสียเปรียบสหรัฐฯทุกประตู

อุตส่าห์ได้ไปจับมือกับผู้นำเบอร์ 1 ของโลกทั้งที น่าจะได้อะไรติดมือกลับมามากกว่านี้ เท่าที่เห็นผลบวกก็มีแค่บิ๊กตู่ได้ยืดอกในเวทีโลกได้มากขึ้น และช่วยลดระดับการกีดกันจากประเทศประชาธิปไตยชาติอื่นๆลงได้บ้าง

งานนี้ต้องยอมรับว่าทรัมป์ฉลาดพอที่ไม่พูดถึง การเมืองกับแผนการเลือกตั้งของประเทศไทย พยายามเลี่ยงไม่เปิดประเด็นให้ถูกวิพากษ์วิจารณ์ แต่บิ๊กตู่กลับเป็นฝ่ายออกปากบอกผู้นำสหรัฐฯเองว่า จะประกาศวันเลือกตั้งภายในปี 2561

เขาไม่ถาม เราดันตอบ หนำซ้ำคำตอบนี้ทำให้เกิดผลกระทบป่วนการเมืองไทย เพราะแทนที่ตอบแล้วจะชัดเจน กลับกลายเป็นคลุมเครือยิ่งขึ้น

นักกฎหมายในแม่น้ำ 5 สาย ออกมาเอาอกเอาใจบิ๊กตู่กันใหญ่ ต่างแสดงความเห็นในเชิงทอดเวลาวันเลือกตั้งออกไปให้นานที่สุด เป็นแท็กติกหยั่งกระแสยื้อเวลา รวมถึงตัวบิ๊กตู่เองตอนหลังก็ทำทียึกยักจะลากยาวไปถึงปี 2562

แม้แต่ คุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ยังดูไม่ค่อยเชื่อถือคำพูดบิ๊กตู่สักเท่าไหร่ ถึงได้พูดเหน็บแนมว่า “ตอนไปญี่ปุ่น (ปี 2558) บอกจะเลือกตั้งปี 2559 ตอนไปประชุมสหประชาชาติ (ปี 2559) ก็บอกจะเลือกตั้งปี 2560 มาคราวนี้บอกปี 2561 อีกแล้ว”

ส่วนคนที่จับโกหกได้จังๆต้องยกให้ “หมวดเจี๊ยบ” ร.ท.หญิงสุณิสา เลิศภควัต อดีตรองโฆษกพรรคเพื่อไทย ที่ไปค้นเอกสาร Joint Statement แถลงการณ์ร่วมสหรัฐฯ-ไทย มาอ้างอิง (ดูได้ที่เว็บไซต์ https://www.whitehouse.gov/the-press-office/2017/10/03/joint-statement-between-united-states-america-and-kingdom-thailand) โดยใน ข้อ 8 ระบุว่า ประธานาธิบดีทรัมป์ มีความยินดีที่รัฐบาลไทยยึดมั่นต่อการทำตามโรดแม็ป ที่เมื่อร่างกฎหมายลูกที่เกี่ยวข้องเสร็จเรียบร้อย จะนำไปสู่การเลือกตั้งที่เสรีและโปร่งใสในปี 2561

เห็นเอกสารยืนยันอย่างนี้ ผมยิ่งเชื่อเลยว่าบิ๊กตู่มีเคมีบางอย่างตรงกับทรัมป์จริงๆ ไม่ใช่แค่อารมณ์ร้อนกับพูดจาไม่เข้าหู แต่ยังพูดกลับไปกลับมาเหมือนกันด้วย.

ลมกรด