วันเสาร์ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ไม่ปฏิรูปสอบสวน–ไม่มี ก.ม.


เสียงเรียกร้องปฏิรูปตำรวจยังคงดังเป็นระยะๆ ล่าสุดเครือข่ายประชาชนปฏิรูปตำรวจยื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี ขอให้เร่งปฏิรูปตำรวจตามเสียงเรียกร้องประชาชน และให้คะแนนคณะกรรมการปฏิรูปตำรวจแค่ 1 จาก 10 คะแนน พร้อมทั้งเรียกร้องให้โอน 11 หน่วยงานตำรวจ ไปให้หน่วยงานที่รับผิดชอบ แยกระบบงานสอบสวน และให้อัยการตรวจสอบควบคุม

เพียง 1 คะแนนที่ให้คณะกรรมการปฏิรูปตำรวจ หลังจากปฏิบัติหน้าที่มากว่า 3 เดือน แต่ยังดีกว่า 0 คะแนน จาก รศ.สังศิต พิริยะรังสรรค์ แห่งมหาวิทยาลัยรังสิต หลังจากที่คณะกรรมการมีมติให้งานสอบสวนขึ้นตรงกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ต่อไป อาจารย์สังศิตกล่าวว่า ประชาชนผิดหวัง เพราะถ้าการสอบสวนไม่อิสระ ประชาชนไม่มีวันได้รับความยุติธรรม

น่าเห็นใจคณะกรรมการฯ ซึ่งส่วนใหญ่มาจากแวดวงตำรวจและข้าราชการ ย่อมจะเข้าข้างตำรวจเป็นธรรมดา และยากที่จะยอมเปลี่ยนแปลงใหม่ๆ แม้แต่หัวหน้า คสช.และนายกรัฐมนตรี ผู้ถือดาบอาญาสิทธิ์ ม.44 ก็ดูเหมือนจะไม่เต็มใจที่จะปฏิรูปตำรวจ โบ้ยให้เป็นหน้าที่ของรัฐบาลหน้า แต่เนื่องจากมีบทบัญญัติรัฐธรรมนูญบังคับ จึงต้องทำตาม

รัฐธรรมนูญบังคับไว้ว่าต้องปรับปรุงระบบการสอบสวนคดีอาญา ให้มีการตรวจสอบและถ่วงดุลระหว่างตำรวจกับอัยการ ต้องปรับปรุงเรื่องหน้าที่อำนาจ และภารกิจของตำรวจ เช่นโอนงานที่ไม่ใช่ภารกิจหลักของตำรวจให้หน่วยงานที่มีหน้าที่โดยตรง เช่น ตำรวจรถไฟ ตำรวจทางหลวง ตำรวจท่องเที่ยว และการแต่งตั้งโยกย้ายตำรวจให้เป็นไปตามหลักคุณธรรม

การปฏิรูปตำรวจตามรัฐธรรมนูญ ส่วนใหญ่ทำให้ คสช. “เล็ก” ลง และต้องสูญเสียตำรวจ จึงถูกต่อต้านเป็นธรรมดา แทนที่จะโอนงานท่องเที่ยวให้กระทรวงการท่องเที่ยวฯ แต่ สตช.กลับยกฐานะ “กองบังคับการตำรวจท่องเที่ยว” เป็น “กองบัญชาการ” และคัดค้านการให้งานสอบสวนเป็นอิสระ โดยอ้างว่ามีความจำเป็นที่ สตช.จะต้องเป็นผู้รับผิดชอบ

บรรดาผู้ที่สันทัดกรณีเรื่องการสอบสวน ต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า เป็นระบบที่ขาดการตรวจสอบและถ่วงดุล โดยองค์กรอื่น ตำรวจเป็นผู้ผูกขาดฝ่ายเดียว เป็นระบบด้อยพัฒนาและล้าหลัง ไม่สามารถคุ้มครองสิทธิเสรีภาพประชาชน และเป็นเหตุให้มีการ “จับแพะเข้าคุก” มากมาย ตั้งแต่ปี 2556 ถึงต้นปีนี้ มีเรื่องร้องเรียนที่ไม่เป็นข่าวนับร้อยๆเรื่อง

อดีตนายตำรวจผู้มากประสบการณ์ พ.ต.ท.วิรุตม์ ศิริสวัสดิบุตร ฟันธงว่า การปฏิรูปงานสอบสวนสำคัญที่สุดต่อการปฏิรูปประเทศ นั่นก็คือรัฐต้องนำตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษ โดยไม่ให้ประชาชนผู้บริสุทธิ์เดือดร้อน และปิดช่องไม่ให้เจ้าหน้าที่รัฐใช้กฎหมายเป็นเครื่องมือกลั่นแกล้งคน หรือเรียกสินบนจากผู้ทำผิดที่ร่ำรวย ยืนยันว่า “ถ้าไม่ปฏิรูประบบสอบสวน จะไม่มีกฎหมาย ไม่มีประชาธิปไตย”.