วันจันทร์ที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

นํ้าเหนือไหลทะลัก ทำ ‘เจ้าพระยา’ เอ่อ

แม่น้ำชีทะลักปักธงแดง เตือน 3 อำเภอพื้นที่ริมน้ำในกาฬสินธุ์ จ.ลำปาง น้ำป่าไหลจากเทือกเขาซัดร่างหนุ่มใหญ่ 62 ปี ขณะดักปลาดับอนาถ ยะลาเกิดดินสไลด์ทับบ้านพัง โคราชยังอ่วมอยู่ 2 อำเภอ ที่ อ.ศรีราชา ฝนตกหนักน้ำท่วมสูง ส่วนกรมชลฯเตรียมรับมือมวลน้ำเหนือไหลลงสู่เขื่อนเจ้าพระยาทะลักลงภาคกลาง เฝ้าระวังพื้นที่ท้ายเขื่อนเร่งระบายน้ำลงทะเล ขณะที่กรมอุตุฯ รายงานไทยยังมีฝนตกต่อเนื่อง

ฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่องหลายจังหวัดได้รับผลกระทบ เมื่อวันที่ 7 ต.ค. ที่ จ.ลำปาง ฝนตกหนักส่งผลให้เกิดน้ำป่าไหลหลากจากเทือกเขาผีปันน้ำ อ.เถิน เข้าท่วมถนนพหลโยธินขาล่อง และขาขึ้นช่วงหลัก กม.ที่ 616 ระดับน้ำสูง 10-30 ซม. ส่วนที่บ้านแม่ปะดอย หมู่ 7 ต.แม่ปะ อ.เถิน ทหารจากกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย มทบ. 32 และ ร.17 พัน 2 และเจ้าหน้าที่ ปภ.ลำปาง สาขาเถิน ลงพื้นที่ช่วยชาวบ้านขนข้าวของขึ้นที่สูง น้ำท่วมบ้านเรือน 3 หมู่บ้านคือ บ้านแม่ปะหลวง บ้านแม่ปะแพะ และบ้านแม่ปะดอย ระดับสูง 30-50 ซม. บางจุดสูงกว่า 1 เมตร บ้านเรือนเสียหายกว่า 400 หลังคา

ขณะที่ ร.ต.อ.ภาคภูมิ วงศ์ชัย รอง สว. (สอบสวน) สภ.เถิน จ.ลำปาง รับแจ้งเหตุชายจมน้ำเสียชีวิตที่ห้วยเป่ง หมู่ 8 ต.แม่ปะ ไปตรวจสอบพบศพนายบุญเลย ยอดกันทา อายุ 62 ปี ติดอยู่ใต้ท่อน้ำ เจ้าหน้าที่นำร่างขึ้นมา สอบถามญาติทราบว่าผู้ตายออกไปดักปลาในช่วงน้ำป่าไหลเชี่ยว พลาดลื่นตกน้ำเป็นเหตุให้เสียชีวิต ที่ จ.ลำพูน ฝนตกหนักไหลเข้าท่วมอ่างเก็บน้ำห้วยผึ้ง บ้านท่าหลุก หมู่ 4 ต.หนองล่อง อ.เวียงหนองล่อง ล้นสปิลเวย์เข้าท่วมบ้านเรือนเสียหาย 15 หลังคาเรือน ระดับน้ำสูง 30 ซม. ชาวบ้านนำกระสอบทรายกั้นเป็นแนวไม่ให้น้ำทะลักเข้าไปในหมู่บ้าน

จ.นครสวรรค์ ฝนตกลงมาอย่างหนัก ส่งผลให้แม่น้ำน่านล้นตลิ่งเข้าท่วมบ่อปลาของเกษตรกรผู้เลี้ยงปลาบ่อดินในพื้นที่หมู่ 1 และหมู่ 2 ต.เกรียงไกร อ.เมือง ทำให้ปลาที่เลี้ยงไว้รวมกว่า 100 บ่อ หลุดไปกับสายน้ำ ด้านนายทองสุข รางทอง เกษตรกรผู้เลี้ยงปลาบ่อดิน เปิดเผยว่า น้ำน่านล้นตลิ่งไวมากจนตั้งตัวไม่ทัน ตนเลี้ยงปลาดุกอุย ปลาจะละเม็ด และปลานิลทั้งหมด 10 บ่อ มีกำหนดจับส่งขาย 1-2 สัปดาห์ข้างหน้า แต่เกิดน้ำท่วมและปลาหลุดหายทั้งหมด เสียหายมากกว่า 1 แสนบาท ขณะนี้ทำได้เพียงนำตาข่ายมาล้อมบริเวณรอบบ่อปลา หวังจับปลาเท่าที่ทำได้เท่านั้น ส่วนชาวบ้านชุมชนบางปรอง เขตเทศบาลนครนครสวรรค์ อ.เมือง เร่งเก็บข้าวของขึ้นที่สูง ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาเอ่อล้นตลิ่งแล้ว

นายเกรียงไกร ภาคพิเศษ ผู้อำนวยการโครงการชลประทานจังหวัดเลย เปิดเผยว่า ระดับน้ำในอ่างทั้งจังหวัดเลย 13 อ่าง ขนาดเล็ก กลางและใหญ่ เกิน 100% ทุกอ่าง เนื่องจากมีฝนตกหนักมาก ประกอบกับทางจังหวัดได้ให้ทำการหยุดพร่องน้ำทุกแห่งด้วย เกรงพื้นที่ลุ่มต่ำ และพื้นที่ด้านล่างอ่างจะได้รับผลกระทบหนักไปกว่านี้ ส่วนที่เทศบาลเมืองเลย และหลายหมู่บ้านในเมืองเลยยังมีน้ำท่วมขัง เช่น โรงแรมเลยพาเลซ สนามกีฬากลางจังหวัดสวนสาธารณะ ชุมชนบ้านติ้ว และหน้าวิทยาลัยเทคนิคเลย ระดับน้ำสูง 30-50 ซม. อยู่ระหว่างการระบาย

ด้านนายพัฒนะ พลศรี ผอ.ฝ่ายส่งน้ำและบำรุงรักษาที่ 3 โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาพัฒนาลุ่มน้ำชีตอนกลางหรือฝายวังยาง เปิดเผยว่า ขณะนี้ระดับน้ำในลำน้ำชีเพิ่มสูงขึ้นอีกรอบ เนื่องจากมีฝนตกลงมาสะสม อีกทั้งน้ำเหนือจาก จ.ชัยภูมิ และ จ.ขอนแก่น ไหลลงมาสมทบเข้าสู่จุดวิกฤติอีกครั้ง เจ้าหน้าที่ปักธงแดงเพื่อเตือนให้ประชาชนในพื้นที่ 3 อำเภอประกอบด้วย อ.ฆ้องชัย อ.กมลาไสย และ อ.ร่องคำ จ.กาฬสินธุ์ ติดอยู่ลำน้ำชีเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด

นายวิเชียร จันทรโณทัย ผวจ.นครราชสีมา เปิดเผยว่า สถานการณ์น้ำท่วมขังในพื้นที่ 2 อำเภอ 4 ตำบล 6 หมู่บ้าน 1 ชุมชน โดยแยกเป็น อ.เมืองนครราชสีมา 3 ตำบล 4 หมู่บ้าน 1 ชุมชน ราษฎรได้รับความเดือดร้อน 70 ครัวเรือน ระดับน้ำสูงประมาณ 40-50 ซม. ส่วนที่ อ.พิมาย น้ำท่วม 1 ตำบล 2 หมู่บ้านประกอบด้วย ต.โบสถ์ หมู่ 6 และหมู่ 11 น้ำท่วมขังบ้านเรือนราษฎรเสียหาย 5 หลัง เจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมให้ความช่วยเหลือแล้ว ส่วนที่ จ.ร้อยเอ็ด น้ำท่วมถนนรณชัยชาญยุทธ ระดับน้ำสูง 15-30 ซม. ระยะทางยาว 1.5 กม.

จ.สุราษฎร์ธานี เกิดน้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนในพื้นที่หมู่ 3, 4, 7 และ 10 ต.คลองน้อย และหมู่ 3 ต.สองแพรก อ.ชัยบุรี ระดับน้ำสูง 20-40 ซม. ฝนตกหนักในพื้นที่ อ.เขาพนม จ.กระบี่ และแถบเทือกเขา 5 ยอด ในพื้นที่ ต.คลองน้อย ทำให้เกิดน้ำป่าไหลหลากลงคลองปราบเอ่อล้นเข้าท่วมพื้นที่ โดยเฉพาะที่วัดบางน้ำอุ่นหมู่ 3 ต.สองแพรก ระดับน้ำสูงกว่า 20 ซม. ที่ จ.ยะลา เกิดเหตุดินสไลด์ลงมาทับบ้านเลขที่ 10 ซอยทวีทรัพย์ 2 ต.เบตง อ.เบตง เป็นบ้านของนางดรุณี มณีวงศ์ เปิดเผยว่า ฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่องทำให้ดินสไลด์ลงมาทับบ้านพังเสียหายทั้งหลัง เจ้าหน้าที่ ปภ.เมืองเบตง และชาวบ้านช่วยกันขนดินออกจากบ้าน แต่ต้องหยุดการทำงานเพราะมีฝนตกหนักเกรงเกิดดินสไลด์ต่อเนื่อง

นายประเชิญ จีนขจร ผอ.โครงการส่งน้ำและกำลังบำรุงรักษาโพธิ์พระยา อ.เมืองสุพรรณบุรี เปิดเผย ว่า ขณะนี้ระดับน้ำในแม่น้ำท่าจีน ตั้งแต่หน้าประตูน้ำโพธิ์พระยา ยาวไปจนถึงประประตูระบายน้ำบางสาม อ.สองพี่น้อง ความยาวประมาณ 40 กม. ระดับน้ำสูงขึ้นประมาณ 50-70 ซม. ทำให้น้ำเข้าท่วมบ้านเรือนของประชาชนที่อยู่ริมฝั่งแม่น้ำ มวลน้ำส่วนใหญ่มาจากปริมาณฝนที่ตกลงมาติดต่อกันหลายวัน

ด้านนายสุชาติ เจริญศรี ผอ.สำนักงานชลประทานที่ 12 เปิดเผยว่า ปริมาณน้ำในเขื่อนเจ้าพระยา ต.บางหลวง อ.สรรพยา จ.ชัยนาท มีระดับสูงขึ้นเรื่อยๆจากปริมาณน้ำฝนที่ถูกระบายมาจากมวลน้ำทางภาคเหนือ ส่งผลให้ปริมาณน้ำท้ายเขื่อนยกระดับสูงขึ้นเรื่อยๆ ขณะนี้วัดได้ 14.12 เมตรระดับน้ำทะเลปานกลาง ทั้งนี้ หากไม่มีปริมาณฝนตกเพิ่มเติม จะเริ่มลดปริมาณการระบายตามลำดับ ปริมาณน้ำผ่านท้ายเขื่อนเจ้าพระยาที่เพิ่มขึ้น จะส่งผลให้ระดับน้ำตั้งแต่ท้ายเขื่อนเจ้าพระยาเพิ่มสูงขึ้นจากปัจจุบัน ในบริเวณพื้นที่ลุ่มต่ำนอกคันกั้นน้ำ คลองโผงเผง คลองบางบาล อ.บางบาล อ.เสนา แม่น้ำน้อย อ.ผักไห่ จ.พระนครศรีอยุธยา ประมาณ 0.50-1.00 เมตร ทั้งนี้ เพื่อเร่งระบายน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา กรมชลประทานควบคุมการปิด-เปิดประตูระบายน้ำคลองลัดโพธิ์ จ.สมุทรปราการ ตามจังหวะการขึ้นลงของน้ำทะเล เพื่อเร่งระบายน้ำออกสู่ทะเลให้รวดเร็วยิ่งขึ้น

ส่วนระดับน้ำในแม่น้ำน้อย อ.ท่าช้าง จ.สิงห์บุรี เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว เนื่องจากฝนตกหลายวัน น้ำไหลเข้าท่วมบ้านเรือน และร้านค้าได้รับความเสียหาย ส่วนที่บริเวณหน้าวัดเสาธงหิน ต.โพประจักษ์ อ.ท่าช้าง ดินทรุดตัวเป็นระยะทาง 100 เมตร เจ้าหน้าที่องค์การบริหารส่วนตำบลโพประจักษ์ ร่วมกับฝ่ายปกครอง ทหาร และประชาชนในพื้นที่นำกระสอบ ทรายมาวางเป็นแนวกั้นน้ำที่ ต. อินทร์บุรี อ.อินทร์บุรี น้ำท่วมบ้านเรือนกว่า 160 หลังคา

จ.อ่างทอง น้ำเอ่อล้นตลิ่งไหลเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนแล้ว 3 อำเภอประกอบด้วย อ.วิเศษชัยชาญ อ.ป่าโมก และ อ.เมืองอ่างทอง รวม 8 ตำบล 35 หมู่บ้าน 713 ครัวเรือน พื้นที่การเกษตรได้รับผลกระทบ 5 อำเภอ 12 ตำบล ความเสียหาย 9,237 ไร่ ล่าสุดแม่น้ำเจ้าพระยาที่สถานีวัดระดับน้ำ C7A หน้าศาลากลางจังหวัดอ่างทอง มีระดับอยู่ที่ 7.60 เมตร จากระดับตลิ่ง 9.32 มีปริมาณน้ำไหลผ่าน 1,765 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที

ที่ อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี เกิดฝนตกหนักหลายชั่วโมงรวมทั้งมีลมกระโชกแรง ส่งผลทำให้มีหลายพื้นที่ในอำเภอศรีราชา เกิดเหตุน้ำท่วมขังเอ่อล้นขึ้นมาท่วมถนน และบ้านเรือนประชาชน เช่น ในตัวเมืองศรีราชา บริเวณตลาดฉลอง ซอยจ่าบรรณ ซอยโรงเป็ด แยกไฟแดงอัสสัมชัญศรีราชา รวมถึงบริเวณถนนสุขุมวิท หน้าห้างสรรพสินค้า ระดับน้ำสูง 30-60 ซม. ทำให้การจราจรติดขัด รถเล็กสัญจรไปด้วยความยากลำบาก บางคันดับกลางทางเจ้าหน้าที่ระดมกำลังเข้าช่วยเหลือ

กรมอุตุนิยมวิทยา รายงานสภาพอากาศว่า วันที่ 8 ต.ค. ร่องมรสุมที่พาดผ่านภาคกลาง และภาคตะวันออกมีกำลังอ่อนลง ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังอ่อนพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทยตอนบน ลักษณะเช่นนี้ทำให้ประเทศไทยยังคงมีฝนตกต่อเนื่อง และมีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณภาคกลาง และภาคตะวันออก ส่วนใน ช่วงวันที่ 9-13 ต.ค.บริเวณความกดอากาศสูงจากประเทศจีนจะแผ่ลงมาปกคลุมประเทศลาวตอนบน และทะเลจีนใต้ สำหรับร่องมรสุมจะเลื่อนลงมาพาดผ่านภาคกลางตอนล่าง ภาคใต้ตอนบน และภาคตะวันออก เข้าสู่หย่อมความกดอากาศต่ำในทะเลจีนใต้ตอนกลาง ส่วนมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ยังคงพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทยตอนบน ทำให้บริเวณประเทศไทยจะมีฝนตกเพิ่มมากขึ้นและมีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลางรวมทั้งกรุงเทพฯ และ ปริมณฑล ภาคตะวันออก และภาคใต้ ขอให้ประชาชนระวังอันตรายจากฝนตกหนัก และฝนตกสะสมที่อาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และลมกระโชกแรง ส่วน กทม.และปริมณฑล ระวังน้ำท่วมขัง และลมกระโชกแรง

ต่อมาเวลา 16.00 น. วันเดียวกัน เกิดฝนตกและลมกรรโชกแรงในพื้นที่กรุงเทพฯ ในเขตดอนเมือง บางเขน จตุจักร บางซื่อ พญาไท และราชเทวี มีลูกเห็บตกในบางพื้นที่ หน้าห้างเจเจ มอลล์ ถนนกำแพงเพชร มีต้นไม้ล้มทับคนขี่รถ จยย.ได้รับบาดเจ็บ นอกจากนี้ความแรงของลมทำให้ต้นไทรสูง 30 เมตร ล้มทับบ้านเลขที่ 125 ซอยอินทามระ 29 เเยก 3 ถนนสุทธิสารวินิจฉัย แขวงสามเสนใน เขตพญาไท ของนายปรีชา เครืออยู่ 36 ปี ได้รับความเสียหาย ที่ปากซอยอินทามระ 27 ต้นไม้ที่ปลูกอยู่ริมฟุตปาทล้มขวางถนนสุทธิสารวินิจฉัย เจ้าหน้าที่ปิดการจราจรทั้งขาเข้ามุ่งหน้าแยกสะพานควาย และขาออกมุ่งหน้าถนนวิภาวดีรังสิต เพื่อดำเนินการตัดกิ่งขนย้ายออกจากพื้นผิวการจราจร