วันอังคารที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

อัยการคดีพิเศษ เด้งรับ ฟื้นคดีทักษิณ

โปรดเกล้าฯกม.พรรคการเมือง ‘ตือ’ บี้ปลดล็อก

โปรดเกล้าฯ พ.ร.บ.พรรคการเมือง “เสี่ยตือ” ได้ทีจี้ คสช.ปลดล็อกให้เวลาเตรียมตัวลงสนามไร้เหตุผลดองเค็มอีก แต่ “นิพิฏฐ์” เชื่อผู้มีอำนาจรู้สถานการณ์ดี “พงศ์เทพ” กระทุ้ง กรธ. ทำตรงไปตรงมา ลั่นไม่เคยให้เครดิตกับคำพูดผู้นำโลเล“พลภูมิ” ผิดหวังนิยามเลือกตั้ง “บิ๊กตู่” “พิชัย” จี้เปิดแถลงการณ์ร่วมสหรัฐฯ-ไทย “จุรินทร์” บอกอยู่ที่ คสช.จะเอายังไง “เจริญ” เตือนพลิกลิ้นบ่อยระวังคนสิ้นศรัทธา อัยการคดีพิเศษเด้งรับลูก อสส. จ่อตั้ง กก.รื้อฟื้นคดี “ทักษิณ” สนช.เผยมีอีก 4 คดี

“ปล่อยกู้เอ็กซิมแบงก์-ออมสิน-หวยบนดิน-แปลงสัมปทานมือถือ” รอเช็กบิลอยู่ พท.บอกรู้มาแต่ต้นว่าต้องการอะไร ปชป.โดดหนุน อสส.ทำตาม ก.ม.การเมืองไทยน่าจับตามองหลัง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง ประกาศลงราชกิจจานุเบกษา เริ่มมีเสียงเรียกร้องจากนายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา ให้คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ปลดล็อกพรรคการเมืองดำเนินกิจกรรมเพื่อเตรียมตัวเข้าสู่การเลือกตั้ง

โปรดเกล้าฯ พ.ร.บ.พรรคการเมือง

เมื่อวันที่ 7 ต.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศ พ.ร.บ.ว่าด้วยพรรคการเมือง เนื่องด้วย สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร มีพระราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้ประกาศว่า โดยที่เป็นการสมควรมีกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญนี้มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจำกัดสิทธิ และเสรีภาพของบุคคล ซึ่งมาตรา 26 ประกอบกับมาตรา 24 และมาตรา 37 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย บัญญัติให้กระทำได้โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย เหตุผลและความจำเป็นในการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคลตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญนี้ เพื่อให้การจัดตั้ง การบริหารงานและการดำเนินกิจกรรมของพรรคการเมือง เป็นไปโดยเปิดเผยและตรวจสอบได้ เปิดโอกาสให้สมาชิกมีส่วนร่วมอย่างกว้างขวางในการกำหนดนโยบาย และการส่งผู้สมัครรับเลือกตั้ง

ต้องมีอิสระ–ไม่ถูกครอบงำ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ร่าง พ.ร.บ. ยังกำหนดมาตรการกำกับให้พรรคการเมืองดำเนินการโดยอิสระ ไม่ถูกครอบงำ หรือชี้นำโดยบุคคลซึ่งมิใช่สมาชิกพรรค การตรา พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญนี้ สอดคล้องกับเงื่อนไขที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ มาตรา 26 แล้ว จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตรา พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญขึ้นไว้โดยคำแนะนำ และยินยอมของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ทำหน้าที่รัฐสภา ทั้งนี้ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง มี 152 มาตรา มีสาระสำคัญดังนี้ การจัดตั้งพรรค การเมืองต้องมีทุนประเดิมไม่น้อยกว่าหนึ่งล้านบาท หลักเกณฑ์และวิธีการคัดเลือกสมาชิก เพื่อส่งสมัครรับเลือกตั้งเป็น ส.ส.แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง และแบบบัญชีรายชื่อ หรือไพรมารีโหวต และการคัดเลือกบุคคลซึ่งพรรคการเมืองเห็นสมควรจะเสนอ ให้ได้ รับการพิจารณาแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี ต้องกำหนดให้สมาชิกมีส่วนร่วมในการคัดเลือกด้วย

“เสี่ยตือ” จี้ คสช.ปลดล็อกได้แล้ว

นายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา กล่าวว่า หลัง พ.ร.บ.ว่าด้วย พรรคการเมือง มีผลใช้บังคับแล้ว ถึงเวลาแล้วที่คสช.ต้องปลดล็อกให้พรรคการเมืองทำกิจกรรม และประชุมใหญ่กรรมการบริหารพรรคได้ บทเฉพาะกาล ของ พ.ร.บ.ฉบับดังกล่าว บังคับให้พรรคการเมืองต้องปรับปรุงระบบภายใน แก้ไขข้อบังคับ รวมไปถึงอุดมการณ์ของพรรค ให้สอดคล้องกับเนื้อหาของพ.ร.บ. โดยกำหนดเงื่อนเวลาบังคับต้องดำเนินการให้เสร็จภายในกี่วันด้วย เริ่มต้นนับหนึ่งหลังประกาศในราชกิจจานุเบกษา คิดว่าหลังจากนี้ คสช.จะเริ่ม ผ่อนคลายให้พรรคการเมืองประชุมได้ตามปกติ ไม่มีเหตุผลหรือข้ออ้างอะไรที่จะห้ามแล้ว เพราะกฎหมาย บังคับใช้แล้ว ถ้ายังห้ามอยู่ จะเกิดผลเสียโดยตรงต่อพรรคการเมืองเป็นอย่างมาก

กระทุ้ง กรธ.ทำตรงไปตรงมา

นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา อดีต รมว.ยุติธรรม และแกนนำพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ยืนยันจะประกาศวันเลือกตั้งปลายปี 2561 ว่า ความชัดเจนการเลือกตั้งไม่ได้อยู่ที่ พล.อ.ประยุทธ์ แต่อยู่ที่ตัวรัฐธรรมนูญ ที่กำหนดกรอบเวลาการจัดทำ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญของกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) แต่กระบวนการเลือกตั้งที่ล่าช้าออกไป เพราะ กรธ.ที่ปกติต้องส่งกฎหมายลูกเกี่ยวกับการเลือกตั้งทั้ง 4 ฉบับไปก่อน แต่ส่งไปแค่ 2 ฉบับ คือ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย กกต. และ พ.ร.บ.ว่าด้วยพรรคการเมือง แต่ พ.ร.บ.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. และ พ.ร.บ.ว่าด้วยการได้มาซึ่ง ส.ว. ซึ่งจะทำให้การเลือกตั้งเร็วขึ้น กลับดึงให้ช้า แต่ถึงจะดึงให้ช้าอย่างไรคำนวณกรอบเวลาทั้งหมดแล้ว กกต.ต้องจัดการเลือกตั้ง และประกาศให้ได้จำนวน ส.ส. 95 เปอร์เซ็นต์ ตกอยู่ประมาณกลางเดือน ธ.ค.2561 ได้ ส.ส. และ ส.ว.แล้ว เรียกประชุมสภาผู้แทนราษฎร เรียกประชุมรัฐสภา เพื่อเลือกประธาน ส.ส. ประธานวุฒิสภา และเข้าสู่การเลือกนายกฯไม่เกินต้นเดือน ก.พ.2562 ถ้าทำตรงไปตรงมาคงไม่มีปัญหา เว้นแต่ตั้งใจหรือมีใบสั่งให้ทำ

ลั่นไม่เคยให้เครดิตคำพูดผู้นำ

นายพงศ์เทพกล่าวอีกว่า ที่ผ่านมาไม่ได้ฟังหรือยึดถือคำพูดของ คสช. หรือตัวผู้นำเท่าไหร่ เพราะยิ่งพูดยิ่งผิดคำพูดหลายครั้ง แต่ดูตามกรอบรัฐธรรมนูญเป็นหลัก คนไทยต้องจับตาดูการประวิงเวลาตรงนี้ คนได้ประโยชน์มีกลุ่มเดียว แต่คนเสียประโยชน์คือคนส่วนใหญ่ เมื่อถามว่า มองอย่างไรกับการลงพื้นที่ ของ พล.อ.ประยุทธ์ ในระยะหลัง หรือการพบปะคนไทยในสหรัฐอเมริกาล่าสุด มักถามว่าใครต้องการให้อยู่ต่อ หรือกำลังมองหาคนตั้งพรรคอยู่ นายพงศ์เทพตอบว่า ไม่สนใจคำพูด พล.อ.ประยุทธ์ แต่ถ้าคิดจะลงสมัครรับเลือกตั้ง เชื่อว่าพรรคการเมืองทั้งหลายพร้อมแข่งขัน แต่ต้องแข่งขันอย่างเป็นธรรม อย่าเอาเปรียบคนอื่น ภายใต้กติกาและกลไกที่ให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ไม่ใช่ไปเอื้อประโยชน์พรรคใดพรรคหนึ่ง หรือพรรคที่ไปสนับสนุนคนบางคน

ผิดหวังนิยามเลือกตั้ง “บิ๊กตู่”

นายพลภูมิ วิภัติภูมิประเทศ อดีต ส.ส. กทม. พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า รู้สึกผิดหวังกับการตีความคำพูดของ พล.อ.ประยุทธ์ เรื่องกำหนดวันเลือกตั้ง เพราะตามแถลงการณ์ร่วมสหรัฐฯ-ไทย ที่ทำเนียบขาวได้บันทึกไว้เป็นลายลักษณ์อักษรในข้อที่ 8 ระบุว่า รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จะเร่งรัดออกกฎหมายลูกให้เป็นไปตามที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ เพื่อให้จัดการเลือกตั้งได้ทันภายในปี 2561 ไม่ใช่ 2562 ถือว่าเป็นการหลอกคนไทยทั้งประเทศ อาจกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนสหรัฐฯ เมื่อ พล.อ.ประยุทธ์ให้คำนิยามคำว่า “เลือกตั้ง” ของท่าน คือ “การประกาศวันเลือกตั้ง” จึงเชื่อว่าการเลือกตั้งจะเกิดขึ้นภายในต้นปี 2562 และขอให้รักษาคำสัญญาที่ให้ไว้กับคนไทยและประธานาธิบดีสหรัฐฯ ว่าจะเดินหน้าตามโรดแม็ปที่ได้กล่าวเอาไว้

หวังว่าจะเป็นโรดแม็ปสุดท้าย

นายอำนวย คลังผา อดีต ส.ส.ลพบุรี พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า โรดแม็ปเลือกตั้งของ พล.อ.ประยุทธ์ ขยับออกมาหลายครั้งแล้ว ครั้งนี้ที่ประกาศในรายการศาสตร์พระราชาฯ เป็นการประกาศต่อหน้าคนไทยทั้งชาติ หวังว่าโรดแม็ปนี้จะเป็นครั้งสุดท้ายไม่มีการเลื่อนออกไปอีก ประเด็นที่ต้องจับตาคือ ตอนนี้อยู่ระหว่างการสรรหากรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ชุดใหม่ หวังว่าจะได้ กกต.ตามกรอบเวลาที่วางไว้ เพื่อมาเตรียมการจัดการเลือกตั้งจะได้ไม่เป็นเงื่อนไขให้การเลือกตั้งต้องเลื่อนออกไปอีก นักการเมืองไม่ได้รอแต่การเลือกตั้ง เพราะตอนนี้เราทำงานต่างๆอยู่ แต่การเลือกตั้งจะทำให้ประเทศได้รับความเชื่อมั่นจากนักลงทุน ประชาชนลืมตาอ้าปากได้ เพราะมีรัฐบาลที่รับรู้ปัญหาที่แท้จริงมาช่วยเหลือประชาชน

“พิชัย” จี้ “ประยุทธ์” พูดให้ชัดเอาไง

นายพิชัย นริพทะพันธุ์ อดีต รมว.พลังงานและแกนนำพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ตามที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ยืนยันกับนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ว่าจะมีการเลือกตั้งปี 2561 แต่กลับยังมีความสับสนว่าตกลงจะเลือกตั้งปี 2561 หรือปี 2562 นั้น อยากให้ พล.อ.ประยุทธ์ ชี้แจงคำแถลงการณ์ร่วมกับรัฐบาลสหรัฐฯที่ทำเนียบขาว ในข้อที่ 8 ที่ระบุชัดเจนว่าประเทศไทยจะมีการเลือกตั้งที่มีอิสระและยุติธรรมในปี 2561 แน่นอน กระทรวงต่างประเทศควรนำบันทึกการสนทนาของผู้นำทั้ง 2 ชาติ ออกมาชี้แจงให้กระจ่างว่าพูดกันอย่างไร หากไม่ตรงกันก็แจ้งให้ทางทำเนียบขาวทราบว่าเขาเข้าใจผิด เพราะการไม่ยึดตามคำพูดที่เคยพูดไว้หลายหน ทั้งที่สหประชาชาติและที่ญี่ปุ่น จะทำให้ความเชื่อมั่นเสื่อมถอย เป็นภาพพจน์ที่ไม่ดีกับประเทศ

“จุรินทร์” ชี้อยู่ที่ คสช.จะเอายังไง

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการเลือกตั้งที่อาจยาวไปถึงเดือน เม.ย.2562 ว่า จะมีการเลือกตั้งหรือไม่ขึ้นอยู่กับ 2 เงื่อนไข 1.เงื่อนไขที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ 2.ขึ้นอยู่กับ คสช. ว่าตั้งใจให้เป็นไปตามนั้นหรือไม่ ถึงอย่างไรการเลือกตั้งต้องเกิดขึ้น จะยื้อให้นอกเหนือไปจากรัฐธรรมนูญ หรือโรดแม็ปที่เคยประกาศไว้ คงไม่ง่าย มีปัจจัยทั้งการเมืองภายใน แรงกดดันจากข้างนอก ปัจจัยด้านเศรษฐกิจมาเกี่ยวข้อง การจะมีเลือกตั้งเกิดขึ้นตอนไหนไม่สามารถตอบได้ คนมีอำนาจตัวจริง คือ คสช. อยากให้มีเมื่อไหร่ ส่วนตนก็คงไม่ไปเรียกร้อง สุดท้ายก็ขึ้นอยู่กับ คสช.ที่มีอำนาจ

ตั้งพรรคทหารไม่กระทบ ปชป.

เมื่อถามว่า พ.ร.บ.พรรคการเมืองประกาศใช้แล้ว พรรคประชาธิปัตย์จะเรียกร้องให้ คสช.ปลดล็อกให้ทำกิจกรรมได้หรือไม่ นายจุรินท์ตอบว่า ส่วนตัวไม่เรียกร้อง สุดท้ายก็ขึ้นอยู่กับ คสช.อยู่ดี ส่วนแนวโน้ม คสช.อาจตั้งพรรคการเมืองจะมีผลต่อพรรคประชาธิปัตย์หรือไม่นั้น ตนไม่ทราบ แต่ถ้าติดตามจากประวัติศาสตร์หลังการยึดอำนาจ มีพรรคการเมืองใหม่เกิดขึ้นเกือบทุกครั้ง ถ้ามีการตั้งพรรคจริง ตนไม่มองว่าเป็นผลดีหรือเป็นผลเสียอย่างไรกับพรรคประชาธิปัตย์ เป็นเรื่องธรรมดา เป็นสิทธิ์ของทุกคน

เตือนพลิกลิ้นบ่อยคนสิ้นศรัทธา

นายเจริญ คันธวงศ์ อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ประชาชนยังสับสนกับคำพูดของนายกฯ เรื่องกำหนดวันเลือกตั้ง ที่แนวโน้มอาจยาวไปถึงเดือน เม.ย.2562 ตกลงแล้วจะเป็นปี 61 หรือ 62 กันแน่ คนจะไม่เชื่อถือนายกฯอีกทางออกคือ พล.อ.ประยุทธ์ ต้องพยายามยึดโรดแม็ป ถ้าบอกกับคนทั่วโลกรวมทั้งคนไทยแล้ว แต่ยังทำให้คนสับสน ประชาชนจะสิ้นศรัทธา ปัญหาที่ประชาชนเจอขณะนี้คิดว่านายกฯแก้ไขไม่ค่อยดี จึงอยากให้มีรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งมาแก้ปัญหา ส่วนที่พล.อ.ประยุทธ์ระบุว่าอาจตั้งพรรคการเมืองนั้น อยากแนะนำว่าถ้าตั้งก็ไปไม่รอด ประวัติศาสตร์มีให้เห็นทหารตั้งพรรคการเมือง ไม่เห็นรอดสักราย ส่วนที่ พล.อ.ประยุทธ์ อาจเข้ามาเป็นนายกฯคนนอกนั้น หากดูตามรัฐธรรมนูญใหม่แล้ว เขาเตรียมให้ พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกฯ เว้นแต่ไม่ใส่ชื่อท่านเท่านั้น ในส่วนของพรรคประชาธิปัตย์เองไม่ได้กังวล ต้องดูว่าประชาชนต้องการอย่างไร

“นิพิฏฐ์” ไม่ร้องขอให้ปลดล็อก

นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า เมื่อ พ.ร.บ.ว่าด้วยพรรคการเมืองมีผลบังคับใช้แล้ว มีหลายเรื่องต้องทำตามที่กฎหมายกำหนด เช่น การยืนยันจำนวนสมาชิกพรรคที่มีอยู่ อุดมการณ์พรรค ระเบียบข้อบังคับพรรค โดยเฉพาะการสรรหากรรมการบริหารพรรค (กก.บห.) ชุดใหม่ ซึ่งจะเกิดปัญหา หากพรรคการเมืองยังไม่สามารถดำเนินการได้ คสช.คงทราบ เชื่อว่า คสช.จะเปิดหรืออนุญาตให้สามารถทำได้ ส่วนจะเปิดโอกาสให้ทำกิจกรรมการเมืองได้ 100 เปอร์เซ็นต์หรือไม่ขึ้นอยู่กับ คสช. เพราะรู้สถานการณ์ดี ตนไม่เรียกร้องให้ คสช.ปลดล็อกให้พรรคการเมืองทำกิจกรรม เพราะคสช.รู้เงื่อนไขช่วงเวลาดีว่าต้องทำอย่างไร

“สมเจตน์” โต้พวกตีปลาหน้าไซ

พล.อ.สมเจตน์ บุญถนอม สมาชิก สนช. กล่าวถึงกรณีมีการวิเคราะห์ว่า สนช.เตรียมคว่ำร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญ 2 ฉบับสุดท้ายที่เกี่ยวกับการเลือกตั้ง เพื่อยืดวันเลือกตั้งออกไปว่า มองเจตนาร้ายเกินไป อาจเป็นความกังวลที่บางฝ่ายมองว่ามีกระบวนการขัดขวางไม่ให้เกิดการเลือกตั้ง จริงๆแล้วยังไม่มีเหตุอะไรไปคว่ำ เพราะกฎหมายทั้ง 2 ฉบับ คือร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. กับร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยการได้มาซึ่ง ส.ว. ยังไม่เผยหน้าตาออกมาเนื้อหาที่อาจเป็นปัจจัยมูลเหตุทำให้ความเห็นไม่ตรงกันได้ จะมาบอกว่า สนช.จะคว่ำได้อย่างไร คาดการณ์ล่วงหน้าตีปลาหน้าไซไปก่อน การจะคว่ำร่างมันต้องชัดเจนว่ามีเหตุอันใด เพราะเราทำตามกระบวนการมาตลอด อย่าเพิ่งมองทางร้าย การเลือกตั้งเกิดขึ้นแน่นอน อยู่ที่ว่าจะเกิดขึ้นห้วงไหน

“มีชัย” ล็อกเป้าหา ส.ว.คนดีที่หนึ่ง

วันเดียวกันเวลา 09.30 น.ที่รัฐสภา มีการประชุมคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) เพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยการได้มาซึ่ง ส.ว. นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธาน กรธ. กล่าวก่อนเข้าประชุมว่า จะพิจารณาวิธีการคัดเลือก ส.ว. ไม่ให้ซื้อขายตำแหน่งกันได้ เพราะที่ผ่านมามีนักการเมืองเข้ามาแทรกแซงในกระบวนการสรรหา กรธ.จึงพยายามหาทางอุดช่องโหว่ เพื่อให้ได้ ส.ว.ที่ดี ตั้งใจทำงาน เข้ามาทำหน้าที่ ตอนเริ่มต้นอาจช้าไปบ้างเพราะยังถกเถียงกันอยู่ ใครมีพื้นฐานมีความรู้ก็เอามาถกเถียงกันเพื่อหาข้อยุติให้ได้ ถ้าได้ตรงนี้แล้วต่อไปก็เร็วขึ้น เพราะเวลาเหลือน้อยต้องรีบทำ ทั้งนี้ กรธ.ต้องเร่งพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้ให้เสร็จภายในวันที่ 28 ต.ค. จากนั้นจะพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. และคาดว่าจะส่งให้ สนช. ได้ในวันที่ 28 พ.ย.นี้

“เสรี” ห่วงคว่ำ ก.ม.ลูกทำสะดุด

นายเสรี สุวรรณภานนท์ อดีตประธานกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการเมือง สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) กล่าวว่า โรดแม็ปเลือกตั้งหากพูดกันตามเนื้อผ้า ใครที่คาดคั้นต้องการความชัดเจนว่าจะเลือกตั้ง ส.ส.วันใด คงทำได้เพียงการคาดการณ์กันไปเท่านั้น แต่น่าจะอยู่ช่วงปลายปี 2561 เว้นแต่จะเกิดอุบัติเหตุที่ทำให้ร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญเป็นอันตกไป ซึ่งถือเป็นอุบัติเหตุ สิ่งที่จะดำเนินการต่อไปคือ ต้องเริ่มต้นจัดทำร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญกันใหม่ หรือเอาร่างที่ตกไปมาปรับแก้ อาการหนักที่สุด คือ ไม่รู้วันแน่นอนว่าจะเสร็จเมื่อใด เพราะรัฐธรรมนูญไม่ได้เขียนไว้ หวังว่าคงไม่เป็นเช่นนั้น

เย้ยสเปกมหาเทพแผลงฤทธิ์

นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า กรรมการสรรหาองค์กรอิสระ สเปกมหาเทพออกฤทธิ์ ตามที่ กรธ.เขียนรัฐธรรมนูญ กำหนดคุณสมบัติคนที่จะมาเป็นองค์กรอิสระขั้นเทพ แถมยังกำหนดคุณสมบัติกรรมการสรรหาให้สูงขึ้นอีก เรียกว่าขั้นมหาเทพ ทำให้เกิดปัญหาไม่สามารถหาคนมาทำหน้าที่ได้โดยง่าย หรือถ้าได้มาก็จะเป็นอดีตข้าราชการที่เกษียณ เห็นรายชื่อกรรมการสรรหา กกต.แล้ว ปรากฏว่ารายชื่อจากตัวแทนองค์กรอิสระ 3 คน คนหนึ่งเป็นศาสตราจารย์จากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ คนหนึ่งเป็นอดีตอธิบดีกรมการข้าว และกรมหม่อนไหม อีกคนเป็นศาสตราจารย์ด้านนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัย ธรรมศาสตร์ แต่ประเด็นที่ต้องติดตามคือ การกำหนดคุณสมบัติขั้นมหาเทพคือต้องพ้นจากตำแหน่งข้าราชการการเมืองไม่น้อยกว่า 10 ปี แต่มีหนึ่งในนั้นเคยดำรงตำแหน่งที่ปรึกษา รมว.เกษตรและสหกรณ์ และพ้นจากตำแหน่งยังไม่ถึง 10 ปีตามที่กฎหมายกำหนด ที่ตนพูดมาไม่ใช่การตีรวนกระบวนการสรรหา กกต. แต่ชี้ให้เห็นจุดอ่อนที่ กรธ.เขียนไว้ในรัฐธรรมนูญ เผื่อในอนาคตอาจมีการแก้ไขให้เหมาะสมต่อไป

อัยการคดีพิเศษเด้งรับลูก อสส.

วันเดียวกัน นายวงศ์สกุล กิตติพรหมวงศ์ อธิบดีอัยการสำนักงานคดีพิเศษ กล่าวถึงกรณีอัยการสูงสุดเตรียมรื้อฟื้นคดีนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ถูกจำหน่ายคดีไว้ชั่วคราว เนื่องจากไม่มีตัวจำเลยมาขึ้นศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ว่า อัยการสูงสุดยังไม่ได้สั่งการมาโดยตรง คาดว่าติดวันหยุด คงต้องประสานงานกันต่อไป แต่เมื่ออัยการสูงสุดพูดผ่านสื่อมวลชนแล้ว เบื้องต้นอัยการสำนักงานคดีพิเศษเตรียมศึกษาในข้อเท็จจริง และเสนอตั้งคณะทำงานคดีขึ้นมาเพื่อศึกษาสำนวน ทั้งในส่วนของข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายทั้งหมด โดยคดีนายทักษิณเป็นเรื่องที่มีอยู่เดิมแต่มีความเกี่ยวพันในหลายเรื่อง และคณะทำงานที่เคยพิจารณาสำนวนอยู่เดิม มีการโยกย้ายหรือเกษียณอายุราชการไปแล้ว ต้องนำข้อมูลมาศึกษาใหม่ทั้งหมดตามขั้นตอน หลังจากนั้นจะรวบรวมสำนวนข้อเท็จจริงข้อกฎหมายทั้งหมด ส่งอัยการสูงสุดพิจารณาสั่งการต่อไป

สนช.เผยรอเช็กบิล “ทักษิณ” 4 คดี

นายสมชาย แสวงการ อดีตโฆษกกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง กล่าวว่า การใช้อำนาจของอัยการสูงสุด ตาม พ.ร.บ.ฉบับดังกล่าว เพื่อรื้อฟื้นคดีนายทักษิณ ชินวัตร เป็นการบังคับคดีที่ถูกแช่แข็ง เนื่องจากจำเลยหลบหนีโดยไม่สามารถเอาผิดได้ ให้กระบวนการสามารถดำเนินการต่อไปได้โดยการพิจารณาคดีลับหลัง จะได้พิสูจน์ความถูกผิด คดีไม่ต้องถูกแช่แข็งไปตลอดชาติ เพื่อให้เกิดความเป็นธรรม ขณะนี้มีคดีนายทักษิณ 4 คดีที่ถูกแช่แข็ง อยู่ในข่ายพิจารณาคดีลับหลังตาม พ.ร.บ.ดังกล่าว ได้แก่ 1.คดีทุจริตปล่อยกู้ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศ ไทย (เอ็กซิมแบงก์) ให้รัฐบาลพม่า วงเงิน 4,000 ล้านบาท 2.คดีทุจริตโครงการออกสลากพิเศษเลขท้าย 2 และ 3 ตัว (หวยบนดิน) 3.คดีทุจริตแปลงสัมปทานมือถือ-ดาวเทียม เป็นภาษีสรรพสามิต 4.คดีการทุจริตกรณีธนาคารกรุงไทยปล่อยกู้ให้บริษัทกฤษฎามหานคร นอกจากนี้ ยังมีคดีนักการเมืองท้องถิ่นอีก 85 คดี รวมถึงคดีของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี รวมทั้งหมดไม่ต่ำกว่า 90 คดีที่อยู่ในข่ายพิจารณาคดีลับหลังได้

“เสรี” โต้จ้องเล่นงานย้อนหลัง

นายเสรี สุวรรณภานนท์ อดีตประธานกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการเมืองสปท. กล่าวถึงเรื่องดังกล่าวว่า อัยการสูงสุดสามารถดำเนินการได้ ไม่ใช่การกลั่นแกล้งออกกฎหมายย้อนหลังให้มีผลเป็นโทษแก่ใคร กรณีนี้ไม่ใช่การออกกฎหมายเพื่อไปเพิ่มบทลงโทษย้อนหลัง เช่น จำคุก 1 ปี เป็น 5 ปี แต่เป็นการทำให้การดำเนินคดีที่ค้างอยู่เดิม สามารถพิจารณาคดีลับหลังได้ เพราะตามกฎหมายเดิมระบุว่า กรณีที่ไม่สามารถนำตัวจำเลยมาปรากฏตัวต่อหน้าศาลได้ ให้จำหน่ายคดีไว้ชั่วคราว แต่ร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้ระบุว่าให้พิจารณาคดีลับหลังได้ แม้ไม่ได้ตัวจำเลยมาก็ตาม ส่งผลให้การดำเนินคดีธนาคารกรุงไทยที่หยุดไว้ชั่วคราวช่วง หลังจากนี้จะสามารถพิจารณาคดีลับหลังได้ และไม่ใช่แค่เฉพาะคดีนายทักษิณคนเดียว แต่รวมถึงทุกคดีที่นักการเมืองหลบหนีไป

พท.บอกรู้มาแต่ต้นต้องการอะไร

ด้านนายชูศักดิ์ ศิรินิล หัวหน้าฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า พรรคเพื่อไทยเคยมีหนังสือถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้าคสช. เมื่อวันที่ 19 ก.ค.ที่ผ่านมา ขอให้ส่งความเห็นไปยังศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อวินิจฉัยร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ก่อนนำขึ้นทูลเกล้าฯถวาย เพราะเห็นว่าตราขึ้นโดยไม่ถูกต้อง มีข้อความขัดหรือแย้งกับรัฐธรรมนูญมาตรา 26 และ 27 ขัดหลักความเสมอภาค เลือกปฏิบัติ เป็นการตรากฎหมายย้อนหลังเป็นโทษแก่บุคคล ทั้งยังขัดต่อกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิทางการเมืองและสิทธิพลเมือง เรื่องสิทธิที่จะได้รับการพิจารณาคดีต่อหน้าบุคคลนั้น น่าเสียใจที่ปัญหาดังกล่าวไม่ได้รับการพิจารณาโดยศาลรัฐธรรมนูญ เราวิเคราะห์กันตั้งแต่ต้นว่าเขาต้องการผลักดันกฎหมายนี้ขึ้น เพื่อเป้าหมายและจุดหมายใด ถึงบอกว่าบัญญัติกฎหมายตามอำเภอใจ เลือกปฏิบัติ คดีทั้งหลายมีเหตุจากบริบทความขัดแย้งทางการเมืองทั้งสิ้น ดังนั้นจะเลือกเดินทางใดรอให้ถึงเวลา คงไม่อาจชี้แจงอะไรได้มากนักตอนนี้

ปชป.แจง อสส.ทำตาม ก.ม.ใหม่

นายวิรัตน์ กัลยาศิริ หัวหน้าฝ่ายกฎหมายพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า คดีเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ เป็นคดีเก่าที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) พิจารณาและเห็นว่ามีมูลส่งฟ้องได้ จึงส่งเรื่องให้ อสส.พิจารณา และเคยมีความเห็นส่งให้ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง แต่ต้องจำหน่ายคดีชั่วคราว เนื่องจากนายทักษิณ จำเลยหลบหนีไป เมื่อ พ.ร.บ.ฉบับนี้มีผลบังคับใช้ สามารถดำเนินคดีและพิพากษาลับหลังจำเลยที่หลบหนีคดีได้ อสส.จึงมีหน้าที่ต้องยกคดีเก่าขึ้นมาดำเนินการต่อไป จึงไม่ใช่เรื่องของการกลั่นแกล้งรังแกใคร แต่เป็นการทำหน้าที่ตามกฎหมาย เพื่อให้เป็นบรรทัดฐานต่อไป

“พลภูมิ” บี้รัฐแก้โกงบัตรคนจน

อีกเรื่อง นายพลภูมิ วิภัติภูมิประเทศ อดีต ส.ส.กทม. พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีตรวจพบปัญหาทุจริตการใช้บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ว่า รัฐบาลเปิดให้ใช้บัตรดังกล่าวไม่กี่วัน ก็พบปัญหาแล้ว ต้องรีบแก้ไขด่วน มาตรการนี้เป็นการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อย ไม่ควรปล่อยให้เกิดการทุจริตขึ้น เมื่อพบปัญหาแล้วต้องเร่งวางมาตรการป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาซ้ำอีก เพื่อให้ประชาชนได้รับประโยชน์อย่างเต็มที่ ส่วนหนึ่งของปัญหาคือรัฐบาลติดตั้งเครื่องอีดีซียังไม่ทั่วถึง ดังนั้นการป้องการทุจริตได้ดีที่สุด คือเร่งติดตั้งเครื่องดังกล่าวให้ทั่วถึงทั้งประเทศ ที่สำคัญประชาชนอาจยังไม่เข้าใจสิทธิในการใช้บัตรพอ ทำให้ถูกเอารัดเอาเปรียบ ผู้มีหน้าที่เกี่ยวข้องต้องเร่งประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนเข้าใจ อย่าปล่อยให้ใครมาฉวยโอกาสได้ โครงการนี้เป็นโครงการที่ดีที่ต้องการดูแลผู้มีรายได้น้อย แต่ถ้ายังปล่อยให้มีเหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นอีก กลัวว่าจะกลายเป็นโครงการที่เสียเปล่า

นายกฯปลื้มแก้ทัวร์ศูนย์เหรียญ

ขณะที่ พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช.แสดงความพอใจหลังรับทราบรายงานภาพรวมการปราบปรามทัวร์ศูนย์เหรียญของทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะการดำเนินคดีกับกลุ่มบริษัทและห้างร้านที่มีพฤติการณ์เกี่ยวพันกับทัวร์ศูนย์เหรียญ 29 แห่ง โดยนายกฯกำชับให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการตรงไปตรงมา ตามพยานหลักฐานที่ปรากฏ ยึดผลประโยชน์ชาติเป็นที่ตั้ง เพื่อลดการผูกขาดและการทำลายภาพลักษณ์ที่ดีด้านการท่องเที่ยว และเศรษฐกิจของไทย ส่วนจะมีความผิดอื่น เช่น หลีกเลี่ยงภาษีด้วยหรือไม่ ขอเวลาให้เจ้าหน้าที่ก่อน เชื่อมั่นว่าทุกคนทำงานโดยไม่เลือกปฏิบัติ ไม่ได้อิงกับกลุ่มบุคคลใด