วันเสาร์ที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ฟังทางนี้! บริจาคให้กองทุนยุติธรรม หักลดหย่อนภาษี ได้ 2 เท่า

รองปลัดยธ. เผย มาตรการภาษีหักลดหย่อน 2 เท่า บริจาคกองทุนยุติธรรม มีผลบังคับใช้ทันที ที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เผย ยอดค่าใช้จ่าย 300 ล้านบาท เพื่อใช้ประกันตัวผู้ต้องหาปล่อยตัวชั่วคราว ติดเป็น ร้อยละ 87ของกองทุน


เมื่อวันที่ 7 ต.ค. นายธวัชชัย ไทยเขียว รองปลัดกระทรวงยุติธรรม กล่าวถึงกรณี ครม.เห็นชอบร่างพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยการยกเว้นภาษีแก่บุคคลธรรมดา-นิติบุคคล ที่บริจาคเงินเข้ากองทุนยุติธรรม สามารถนำมาหักลดหย่อนเป็นรายจ่ายได้ 2 เท่า ของจำนวนเงินที่บริจาค เพื่อส่งเสริมการบริจาคให้แก่กองทุนยุติธรรม ว่า สืบเนื่องคณะกรรมกองทุนยุติธรรม เล็งเห็นถึงความเดือดร้อนของประชาชน ที่ด้อยโอกาสเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมได้อย่างเท่าเทียม ซึ่งอาจมีปัญหาติดขัดเรื่องค่าใช้จ่าย ค่ากิน ค่าที่อยู่ ค่าพาหนะเดินทาง ที่เกิดขึ้นก่อนจะมาติดต่อขอรับความช่วยเหลือจากกองทุนยุติธรรม ทางกระทรวงยุติธรรม จึงเสนอมาตรการทางภาษีต่อกรมสรรพากร และอธิบดีกรมสรรพากร เห็นชอบในหลักการจึงเสนอเรื่องต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และได้นำเสนอเรื่องเข้าสู่ครม.ดังกล่าว

ขณะนี้อยู่ระหว่างขั้นตอนรอประกาศในพระราชกิจจานุเบกษา ซึ่งก็จะมีผลบังคับใช้ทางภาษีสามารถหักลดหย่อนได้ทันทีเมื่อประกาศใช้ ทั้งนี้ สำหรับบุคคลธรรมดาที่บริจาคเงินให้แก่กองทุนนั้น สามารถนำมาหักเป็นค่าลดหย่อนได้สองเท่า ของจำนวนที่บริจาค แต่เมื่อรวมกับค่าใช้จ่าย เพื่อสนับสนุนการศึกษาสำหรับโครงการที่กระทรวงศึกษาธิการให้ความเห็นชอบแล้ว ต้องไม่เกินร้อยละ 10 ของเงินได้พึงประเมินหลังจากหักค่าใช้จ่ายและหักลดหย่อนอื่นๆ แล้ว ขณะที่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล ต้องไม่เกินร้อยละ 10 ของกำไรสุทธิก่อนหักรายจ่าย เพื่อการกุศลสาธารณะ.

รองปลัดกระทรวงยุติธรรม กล่าวว่า ปีนี้กองทุนยุติธรรม ได้ให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ด้อยโอกาสเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมสูงกว่าปีที่ผ่านมาเฉลี่ยร้อยละ 20 สำหรับงบประมาณที่ได้รับการอุดหนุนจากรัฐบาลปีละ 200-250 ล้านบาทนั้น เป็นเงินค่าใช้จ่ายปีละ 300 ล้าน โดยเป็นเงินประกันตัวเพื่อขอปล่อยตัวผู้ต้องหาชั่วคราว,เงินประกันวางศาลร้อยละ 87 ส่วนอีกร้อยะ 13 เป็นค่าใช้จ่ายเพื่อดำเนินการทางคดีว่าจ้างทนายความ ,พิสูจน์สิทธิ์ที่ดิน ,ค่าภาพถ่ายทางอากาศ ,ล่าม ฯลฯ

ทั้งนี้ สำหรับจำนวนเงินค่าใช้จ่ายร้อยละ 87 นั้นจะไม่สูญไปไหน เพราะเมื่อจบสิ้นกระบวนการยุติธรรม ศาลมีคำตัดสินแล้ว ไม่ว่าจะพิพากษาว่าผู้ต้องหาที่มาขอรับความช่วยเหลือจากกองทุนยุติธรรม มีความผิดหรือยกฟ้องนั้น เงินที่ได้ประกันตัวหรือวางศาลก็จะหมุนคืนย้อนกลับสู่กองทุนฯ เดือนละ 4-6 ล้านบาท แต่อาจมีปัญหาล่าช้าเนื่องจากมีขั้นตอนศาลต้องส่งกลับไปกระทรวงคลัง และกระทรวงคลัง จึงส่งกลับมาให้กองทุนฯ แต่สำหรับในส่วนเงินค่าใช้จ่ายร้อยละ 13 นั้น จะไม่ได้รับกลับคืนหมดแล้ว หมดเลย