วันอาทิตย์ที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เบียร์สดกดตู้ สะดวกซื้อสะดวกดื่ม! การตลาดศรีธนญชัยหรือช่องว่างกฎหมาย?

เป็นที่ถกเถียงกันในสังคมไทยอยู่ตอนนี้ เรื่องการที่ร้านสะดวกซื้อตั้งเครื่องกดเบียร์สด เพิ่มทางเลือกให้แก่คอเบียร์ทั้งหลาย ว่า สรุปแล้วผิดกฎหมายควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ หรือไม่?

แต่เจ้าหน้าที่คณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ได้ออกมายืนยันแล้วว่า ไม่ผิดกฎหมาย แค่ห้ามโชว์โลโก้ หลังจากที่ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบร้านสะดวกซื้อที่เป็นข่าว

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตีความกฎหมายว่า การวางเครื่องกดเบียร์สดในร้านไม่เข้าข่ายความผิดตาม พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ. 2551 โดยข้อกฎหมาย ระบุถึงมาตรา 30 ห้ามขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ด้วยวิธีการ 3 แบบคือ (1) เครื่องขายอัตโนมัติ (2) เร่ขาย และ (3) ลดราคา เพื่อประโยชน์ในการส่งเสริมการขาย แต่กรณีดังกล่าว เจ้าหน้าที่ระบุว่าไม่เข้าข่ายความผิด ตาม (1) ห้ามตู้หยอดเหรียญที่รับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทันที เนื่องจากพนักงานเป็นผู้กดและขายให้ลูกค้า

ขณะที่ ร้านสะดวกซื้อจะต้องปรับปรุงเครื่องกดเบียร์ โดยนำผ้ามาปิดเครื่องหมายการค้าผู้จำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เจ้าหน้าที่จึงระบุว่า ไม่พบการกระทำผิด ตามมาตรา 32 คือ ห้ามโฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ หรือแสดงชื่อหรือเครื่องหมายของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ อันเป็นการอวดอ้างสรรพคุณ หรือชักจูงใจให้ผู้อื่นดื่มโดยตรงหรือโดยอ้อม

เจตนารมณ์ ก.ม.ควบคุมเหล้า-เบียร์ คือ “เข้าถึงยาก”

ศ.ดร.บรรเจิด สิงคะเนติ อดีตรองประธานกรรมการยกร่าง พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ฉบับ 2551 กล่าวถึงเจตนารมณ์ของกฎหมาย คือ เพื่อให้ “เข้าถึงยาก” โดยมีมาตรการเรื่องเวลา สถานที่ และอื่นๆ สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ “โฆษณา” โดยแต่เดิมเป็นโทเทิลแบรนด์ เมื่อร่างกฎหมายไปถึง สนช.ได้มีการต่อรองกัน ขอให้มีข้อยกเว้น คือ โฆษณาได้ในลักษณะเชิงสร้างสรรค์สังคม

แต่ท้ายที่สุด จึงยอมให้มีข้อยกเว้นดังกล่าว ตามมาตรา 32 วรรค 2 การโฆษณาหรือประชาสัมพันธ์ใดๆ โดยผู้ผลิตเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกประเภท ให้กระทำได้เฉพาะการให้ข้อมูลข่าวสารและความรู้เชิงสร้างสรรค์สังคม โดยไม่มีการปรากฏภาพของสินค้าหรือบรรจุภัณฑ์ของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์นั้น เว้นแต่เป็นการปรากฏของภาพสัญลักษณ์ของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ หรือสัญลักษณ์ของบริษัทผู้ผลิตเครื่องดื่มแอลกอฮอล์นั้นเท่านั้น .. ซึ่งเป็นปัญหามาจวบจนถึงปัจจุบันนี้!

“ยกตัวอย่างที่เห็นได้ชัด คือ บริษัทผู้จำหน่ายมีการจดเครื่องหมายการค้าที่เป็นโลโก้เดียวกับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยสีแตกต่างกัน และนำมาโฆษณาน้ำดื่ม ซึ่งเป็นการหลบเลี่ยง โดยอาศัยการตีความของกฎหมายว่าเป็นการโฆษณาอะไรกันแน่ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ หรือน้ำดื่ม ความมุ่งหมายแท้จริงคืออะไร จึงทำให้เกิดปัญหาการบังคับใช้กฎหมาย” อดีตรองประธานกรรมการยกร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าว อธิบาย

ตู้กดเบียร์สด ทางเลือกใหม่ เข้าถึงง่าย ส่อเข้าข่ายการโฆษณา?

ศ.ดร.บรรเจิด กล่าวต่อว่า จากกรณีสัญลักษณ์เครื่องหมายการค้าที่ติดอยู่ที่ตู้กดเบียร์ในร้านสะดวกซื้อ มองเป็นนัยของการโฆษณาได้ เพราะ “การโฆษณา” ตามกฎหมายฉบับนี้ ให้ตีความรวมไปถึง “การสื่อสารการตลาด” ด้วย ฉะนั้นต้องดูข้อเท็จจริงว่ามีความมุ่งหมายที่ชักชวนให้คนดื่มแอลกอฮอล์หรือไม่ อย่างไร

นอกจากการที่เป็น “ทางเลือก” ใหม่ของผู้บริโภค ยัง “เข้าถึงง่าย” จากแต่เดิมที่จัดเป็นเทศกาลต่างๆ หรือต้องไปนั่งที่ร้าน แต่ตอนนี้สามารถกระจายไปตามจุดของร้านสะดวกซื้อ จึงทำให้ตลาดกว้างขึ้น

โยนถามสรรพสามิต..ใบอนุญาตขายเบียร์ของร้านสะดวกซื้อ ใช้ตู้กดทำได้หรือไม่?

จากกรณีที่เป็นข่าวนั้น ศ.ดร.บรรเจิด มองว่า ต้องดูกฎหมายหลายฉบับประกอบ จากที่ระบุว่า ไม่ผิดตาม (1) ห้ามตู้หยอดเหรียญที่รับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทันที นั้น เป็นเพียง พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ แต่ต้องดูกฎหมายใบอนุญาตในการขายสุรา ซึ่งจะบอกว่า ใบอนุญาตประเภทไหนขายแบบไหนได้บ้าง เพราะการขายปลีก ขายส่ง หรือขายแบบให้บริการนั่งดื่มนั้น แตกต่างกัน

ดังนั้น จึงเกิดคำถามต่อมาว่า ใบอนุญาตของร้านสะดวกซื้อที่ให้บริการเครื่องกดเบียร์สดนั้น เป็นใบอนุญาตประเภทไหน หากมีใบอนุญาตตรงตามประเภทที่ให้บริการก็ถูกตามประเภทของใบอนุญาต ขณะที่ กฎหมายควบคุมอาจจะเป็นช่องว่างอยู่อย่างที่ระบุว่า ห้ามตู้หยอดเหรียญที่รับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทันที จึงอาจจะยังไม่ตรงกับกฎหมายควบคุมเท่าใดนัก

“ตอนนี้เรายังสรุปไม่ได้ว่า กฎหมายทำอะไรกับเรื่องนี้ได้หรือไม่ได้ จนกว่าจะไปตรวจสอบเรื่องนี้ให้ชัดเจนทั้งหมดเสียก่อน ไม่ใช่แค่กฎหมายควบคุม แต่ยังมีกฎหมายอีกหลายฉบับที่เกี่ยวข้อง เช่น พ.ร.บ.สรรพสามิต ประเภทของใบอนุญาต ว่าเป็นการฝ่าฝืนหรือไม่ โดยหลังจากที่ตรวจสอบแล้วพบว่าทำได้หรือไม่ได้ จึงค่อยมาสรุปว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป” อดีตรองประธานกรรมการยกร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าว สรุป

ฉลาก ดีกรี คำเตือน เบียร์สดกดตู้ไม่มีฉลากติดตาม ก.ม.

ขณะที่ นพ.แท้จริง ศิริพานิช เลขาธิการมูลนิธิเมาไม่ขับ มองไปในทิศทางเดียวกันด้วยว่า กฎหมายมาตราอื่นยังมีข้อห้ามส่งเสริมการขาย ซึ่งการตั้งตู้กดเบียร์สดทำให้ “สะดวก” และ “ง่าย” ถือเป็นการส่งเสริมการขาย และเป็นของใหม่ด้วย ทำให้คนตื่นเต้น อยากลอง เพราะโดยปกติไม่มีขายในร้านสะดวกซื้อ มีแต่ต้องเข้าไปนั่งกินในร้าน

นอกจากนี้ ร้านสะดวกซื้อมีเป็น 1,000 สาขาทั่วประเทศ ยิ่งจะทำให้ผู้บริโภคเข้าถึงง่ายขึ้นอีก ทั้งที่เจตนารมณ์ของกฎหมายต้องเข้าถึงยาก เพราะเป็นสินค้าควบคุม คือ สินค้าอันตราย ต้องมีเวลาจำหน่าย กำหนดอายุคนซื้อ ซึ่งการทำการตลาดแบบนี้ทำให้เดินออกมาจากร้านก็ดื่มได้ทันที เพราะเป็นเบียร์สดใส่แก้ว ขณะที่หากเป็นกระป๋องยังพอเอากลับไปแช่ตู้เย็นดื่มที่บ้านได้

นอกจากนี้ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นสินค้าที่จะต้องมีฉลากบอกปริมาณแอลกอฮอล์ คำเตือน แต่ที่ตู้กดหรือที่แก้วกลับไม่มีบอกรายละเอียดที่ควรจะมี และมองว่าเป็นการสร้างกระแสให้ผู้จำหน่ายเครื่องดื่มอีกด้วย

นพ.แท้จริง มองอนาคตต่อไปว่า หากเบียร์ส่งเสริมการขายลักษณะนี้ได้ วิสกี้ก็คงทำได้ ชงดื่มกันตรงเคาน์เตอร์ ยิ่งหากมีโปรโมชั่นขายดิบขายดี จะยืนกดกันหน้าร้านทำแบบไดรฟ์ทรูเลยหรือไม่

“ผมว่า สธ.ต้องเชิญเจ้าของมาบอกว่า การทำแบบนี้สุ่มเสี่ยง ขอให้หยุดไว้ก่อนได้ไหม ถ้าตรวจสอบแล้วไม่ผิดค่อยว่ากัน แต่สำหรับผมว่าผิด ในต่างประเทศเขามีแต่จะไม่ให้ร้านสะดวกซื้อขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ขณะที่ บ้านเราไม่ห้าม แต่ยังเอื้อให้เข้าถึงง่ายขึ้นอีกด้วย” เลขาธิการมูลนิธิเมาไม่ขับ ฝากถึงผู้เกี่ยวข้อง

ตลาดเบียร์รุกหนัก ก.ม.ต้องเข้มมากขึ้น!

ศ.ดร.บรรเจิด ได้ให้ความเห็นประเด็นร้อนของสังคมด้วยว่า การตลาดในแง่ของการลงทุนนั้น ต้องการกำไรสูงสุดเป็นธรรมชาติของธุรกิจ แต่ต้องเข้าใจว่า สินค้าประเภทนี้ไม่ใช่สินค้าอาหารเครื่องดื่มทั่วไป แต่เป็นสินค้าที่อาจนำไปสู่การทำให้คนดื่มขาดสติสัมปชัญญะ ฉะนั้นการสื่อสารการตลาด โดยหลักแล้วไม่ต้องมีกฎหมายแต่มีจริยธรรม แต่ปัจจุบันนี้จริยธรรมคงเอาไม่อยู่แล้ว ต้องมีกฎหมายเข้มข้นขึ้น

ดังนั้น ในวันนี้เมื่อการสื่อสาร การพยายามทำการตลาดรุกมากขึ้น จริยธรรมในการตลาดไม่สามารถเข้าไปควบคุมได้ กฎหมายจึงต้องเข้มขึ้น และตระหนักมากขึ้นว่า จะใช้เครื่องมือทางกฎหมายอย่างไรเพื่อให้สัมพันธ์กัน และให้อยู่ในกรอบที่เหมาะสม

สรรพสามิต จ่อตรวจสอบ ตู้กดเบียร์ทำได้หรือไม่ ขอบเขตแค่ไหน?

ขณะที่ นายกฤษฎา จีนะวิจารณะ อธิบดีกรมสรรพสามิต เปิดเผยกับทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ ถึงประเด็นดังกล่าวว่า โดยทั่วไปร้านใดจะขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จะต้องมีใบอนุญาตตาม พ.ร.บ.ภาษีสรรพสามิต ซึ่งจะแบ่งเป็นหลายประเภท และมีราคาไม่สูง ซึ่งตนเข้าใจว่าร้านสะดวกซื้อมีใบอนุญาตในการจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อยู่แล้ว แต่จะเป็นประเภทใด

ทั้งนี้ กรณีเครื่องกดเบียร์สดที่ตั้งอยู่ภายในร้านสะดวกซื้อนั้น ต้องมองว่ามีความเหมาะสมหรือไม่ ซึ่งตนได้ให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายกฎหมายตรวจสอบเรื่องนี้อยู่ว่า มีประเด็นใดที่เกี่ยวข้องกับกรมสรรพสามิตหรือไม่ และมีอำนาจในการดำเนินการ หรือขีดเส้นใต้ได้แค่ไหน อย่างไร หากขายได้ต้องขายได้ในกรอบหรือขอบเขตแบบไหน ต้องมาดูอีกครั้งว่าสามารถกำหนดเงื่อนไขอย่างไรได้บ้าง.

ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ รายงาน