วันอาทิตย์ที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

หนีไม่รอด! อดีตนักมวยชื่อดังบุกเดี่ยว จี้ร้านขายยากลางเมืองเชียงใหม่

ตำรวจ 2 จังหวัด ตามจับอดีตนักมวยมีชื่อในเชียงใหม่ บุกเดี่ยวควงมีดจี้ร้านขายยาได้เงิน 500 บาท โดยหลังชิงทรัพย์ได้หนี้หาญาติที่ จ.สงขลา ด้านเจ้าหน้าที่ควบคุมตัวทำแผนประกอบคำรับสารภาพ แล้วฝากขังต่อศาลจังหวัดเชียงใหม่..

วันที่ 7 ต.ค.60 พ.ต.ท.เอกนก ไชยวงค์ รอง ผกก.สส.(หัวหน้างานสอบสวน) สภ.ภูธรภูพิงคราชนิเวศน์เมือง เชียงใหม่ พร้อมพวก ได้ควบคุมตัวอดีตนักมวยมีชื่อในเชียงใหม่ รุ่น 105 ปอนด์ ค่ายมวยชื่อดังใน อ.สันทราย จ.เชียงใหม่ เป็นผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลจังหวัดเชียงใหม่ คดีที่ จ.643/2560 ลงวันที่ 5 ต.ค.60 ในความผิดฐานชิงทรัพย์ ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ที่ร้านขายยาฟาร์มาทิสท์ สโตร์ ซอย 3 ต.สุเทพ อ.เมือง จ.เชียงใหม่

หลังจากก่อเหตุ ใช้มีดเข้าจี้ชิงทรัพย์จาก น.ส.นุชนารถ แสนใจยา อายุ 27 ปี ผู้ช่วยเภสัชกร เมื่อตอน 3 ทุ่ม คืนวันที่ 25 ก.ย.ที่ผ่านมา โดยนายยุทธนาฯ ได้สวม หมวกแก๊ปสีส้ม สวมเสื้อเชิ้ตแขนยาวสีดำเดินเข้ามาในร้าน ทำทีมาขอซื้อยาอมแก้เจ็บคอ พอเห็นสบโอกาสที่ร้านไม่มีคน จึงชักมีดปลายแหลมออกมาจี้ ผู้เสียหายไม่ให้ขัดขืน ตะโกนบอกว่าเอาเงินมา พร้อมกับขู่ให้ให้เปิดเก๊ะเก็บเงิน ได้เงินไป 500 บาท

อย่างไรก็ตาม หลังเกิดเหตุ พนักงานสอบสวนได้ตรวจสอบกล้องวงจรปิดของในร้าน พบว่ากล้องวงจรปิดเสีย จึงไม่สามารถบันทึกภาพคนร้ายเอาไว้ได้ ต่อมาทางเจ้าหน้าที่หน่วยสืบสวนได้ไปตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดของเทศบาลนครเชียงใหม่ บนถนนศิริมังคลาจารย์ ก่อนที่จะก่อเหตุ พบชายคนร้าย เดินสวมหมวกแก๊ปเข้าไปในร้านสะดวกซื้อ ก่อนถึงร้านขายยาที่เกิดเหตุ เพื่อเข้าไปชิงทรัพย์ แต่ไม่สะดวกเนื่องจากมีลูกค้าอยู่ในร้าน จึงทำทีเป็นเลือกซื้อของ

จากนั้น ก็เดินมาจี้ชิงทรัพย์ร้านขายยา แล้วก็วิ่งหนีเข้าไปเปลี่ยนเสื้อในซอย ถนนนิมมานเหมินทร์ 13 ต.สุเทพ ก่อนที่จะขึ้นรถประจำทางเดินทางไปหาญาติที่ อ.เมือง จ.สงขลา ทาง สภ.ภูธรภูพิงคราชนิเวศน์เมือง เชียงใหม่ จึงส่งตำรวจหน่วยสืบสวน ไปประสาน พ.ต.อ.อลงกรณ์ สีมาวุธ ผกก. สภ.เมือง สงขลา นำกำลังไปจับกุมตัวได้ในพื้นที่ อ.เมือง จ.สงขลาได้เมื่อ 3 ทุ่มคืนวันที่ 6 ต.ค. ที่ผ่านมา แล้วคุมตัวขึ้นเครื่องบินมายังเชียงใหม่ หลังจากลงเครื่องก็รีบนำตัวไปทำแผน ประกอบคำรับสารภาพ ก่อนที่จะนำตัวไปฝากขังต่อศาลจังหวัดเชียงใหม่.