วันพฤหัสบดีที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

‘บิ๊กน้อย’ เปิดโครงการ ‘สามัคคีสัมพันธ์ สานฝันห้องเรียนกีฬา’ที่นครนายก

รมช.ศึกษา นำเปิดโครงการ “สามัคคีสัมพันธ์ สานฝันห้องเรียนกีฬา” สานสัมพันธ์ระหว่างนักเรียนผู้เข้าร่วมโครงการห้องเรียนกีฬา และนักเรียนในโครงการสานฝันการกีฬาสู่ระบบการศึกษาจังหวัดชายแดนใต้ ที่ จ.นครนายก

เมื่อวานนี้ (6 ต.ค.) พลเอกสุรเชษฐ์ ชัยวงศ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานในพิธีเปิดงานกิจกรรม “สามัคคีสัมพันธ์ สานฝันห้องเรียนกีฬา” เพื่อเป็นการสานสัมพันธ์ระหว่างนักเรียนผู้เข้าร่วมโครงการห้องเรียนกีฬา และนักเรียนในโครงการสานฝันการกีฬาสู่ระบบการศึกษาจังหวัดชายแดนใต้ พร้อมด้วย พลเอกสุทัศน์ กาญจนานนท์กุล ที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ นายบุญรักษ์ ยอดเพชร เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน รวมถึงครูผู้ฝึกสอน ผู้บริหาร และผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง เข้าร่วมกิจกรรมกว่า 1,500 คน ณ โรงแรมชลพฤกษ์ รีสอร์ท จังหวัดนครนายก

พลเอกสุรเชษฐ์ ชัยวงศ์ รมช.ศธ. กล่าวว่า โครงการห้องเรียนกีฬา และโครงการสานฝันการกีฬาสู่ระบบการศึกษาจังหวัดชายแดนใต้ เกิดขึ้นจากข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรี พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่มีดำริให้กระทรวงศึกษาธิการนำการกีฬาเข้าสู่ระบบการศึกษา เมื่อปี พ.ศ. 2558 กระทรวงศึกษาธิการ จึงได้มอบหมายสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) นำนโยบายสู่การปฏิบัติในการดำเนินงาน “โครงการสานฝันการกีฬาสู่ระบบการศึกษาจังหวัดชายแดนใต้” โดยส่งเสริมการจัดหลักสูตร บูรณาการวิชาการและการกีฬาสำหรับนักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนปลายในจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่มีความสามารถด้านกีฬาควบคู่กับวิชาการ และสนับสนุนทุนการศึกษาให้นักเรียนกลุ่มเป้าหมายให้ได้รับการส่งเสริมและพัฒนาตนเองตามศักยภาพจนจบในระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 แผนการเรียนวิทยาศาสตร์-กีฬา และแผนเรียนศิลป์ภาษา-กีฬา ซึ่งปัจจุบัน โรงเรียนในโครงการที่อยู่ในจังหวัดชายแดนภาคใต้มี 8 โรงเรียน และจะขยายเพิ่มอีก 4 โรงเรียนในปีการศึกษา 2561 รวมเป็น 12 โรงเรียน ซึ่งผลการดำเนินการเป็นที่น่าพอใจ กระทรวงศึกษาธิการจึงได้นำข้อมูลความก้าวหน้าไปรายงานให้คณะรัฐมนตรีได้รับทราบ นายกรัฐมนตรี จึงได้มีข้อสั่งการเพิ่มเติมให้ขยายงานดังกล่าว ในเรื่องของการนำกีฬาเข้าสู่ระบบการศึกษาไปให้ทั่วทุกภูมิภาค จึงได้มีการดำเนินงานในโครงการห้องเรียนกีฬาเกิดขึ้น

สำหรับโครงการห้องเรียนกีฬาจะมีลักษณะพิเศษมากกว่า คือจะคัดเลือกนักเรียนที่มีความรู้ทางวิชาการได้มาตรฐาน รวมทั้งมีทักษะความสามารถและมีรูปร่างสูงร่างกายแข็งแรง เพื่อที่จะวางแผนในการผลิตนักกีฬาในระดับชาติเข้าสู่การแข่งขันในระดับสากลได้อย่างไม่เสียเปรียบในเรื่องของรูปร่างและทักษะความสามารถ จึงได้เกิดโครงการห้องเรียนกีฬาขึ้นในทั่วทุกภูมิภาคของประเทศไทย ทั้งทางภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคใต้ และภาคกลาง ซึ่งมีการดำเนินการมาด้วยดี จากนั้นจะมีการขยายอีก 4 โรงเรียนในปีต่อไป นักเรียนที่เข้าร่วมโครงการจะมีลักษณะพิเศษคือเป็นนักเรียนทุนการศึกษาของรัฐบาล โดยนักเรียนชั้นมัธยมปีที่ 6 จะได้โควตาที่นั่งเรียนในมหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติตามความสมัครใจ ถือเป็นความตกลงการทำงานร่วมกันของรัฐบาลโดยกระทรวงศึกษาธิการและกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ซึ่งมีสถาบันการพลศึกษาวิทยาเขตต่างๆ ในพื้นที่ได้ร่วมสนับสนุนครู สถานที่ อุปกรณ์ฝึกซ้อม และสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ

โดยเด็กนักเรียนที่เข้าร่วมโครงการจะเป็นนักเรียนที่คุณพ่อคุณแม่ผู้ปกครองและครูบาอาจารย์มีความมุ่งหวังที่จะเห็นความสำเร็จความก้าวหน้าตามคำขวัญของโครงการที่ว่า “เส้นทางสู่ฝันสรรค์สร้างแรงบันดาลใจ นักกีฬาไทยสู่สากล” เพราะฉะนั้นจึงขอทำความเข้าใจ สร้างการรับรู้ว่าสิ่งต่างๆ เหล่านี้เป็นสิ่งที่รัฐบาลให้ความปรารถนาดี มีเจตนารมณ์อันแน่วแน่ที่จะพัฒนาศักยภาพของเด็กนักเรียน ไม่ว่าจะเป็นการเรียนการสอนทางวิชาการหรือทักษะความสามารถด้านกีฬา เพื่อที่จะเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศตามยุทธศาสตร์ของรัฐบาลที่กำหนดไว้ให้ประเทศไทยมีความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน

ดังนั้น เพื่อเป็นการสานสัมพันธ์ระหว่างนักเรียนในโครงการทั้ง 2 โครงการ สพฐ. จึงได้จัดกิจกรรม “สามัคคีสัมพันธ์ สานฝันห้องเรียนกีฬา” ขึ้น เป้าหมายเพื่อให้นักเรียนได้เรียนรู้สืบสานศาสตร์พระราชา พร้อมทั้งน้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาเป็นหลักในการดำเนินชีวิต รวมถึงสร้างการรับรู้ ทำความเข้าใจ แลกเปลี่ยนเรียนรู้พหุวัฒนธรรม และแข่งขันกีฬากระชับความสัมพันธ์เพื่อสร้างมิตรภาพและความสามัคคีระหว่างนักเรียนผู้เข้าร่วมโครงการ ผ่านกิจกรรมต่างๆ ได้แก่ การเรียนรู้ฐานกิจกรรมศาสตร์พระราชาของในหลวง รัชกาลที่ 9 ในหลวง รัชกาลที่ 10 และสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ กิจกรรมทักษะพื้นฐานกีฬา กิจกรรมความรู้ทางด้านโภชนาการกับกีฬา มีการแข่งขันฟุตบอลและวอลเลย์บอลกระชับมิตร และกิจกรรมการแสดงพหุวัฒนธรรม “สามัคคีสัมพันธ์ สานฝัน ห้องเรียนกีฬา” ของนักเรียนที่เข้าร่วมโครงการจาก 4 ภูมิภาค ซึ่งแสดงความสวยงามของวัฒนธรรมในแต่ละท้องถิ่น อย่างเช่น การแสดงกลองสะบัดชัย จากโรงเรียนสุโขทัยวิทยาคม การแสดงโปงลาง จากโรงเรียนสารคามพิทยาคม การแสดงกลองยาว จากโรงเรียนเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระศรีนครินทราฯ จ.สมุทรสาคร การแสดงรองเง็ง จากโรงเรียนกาญจนาภิเษกวิทยาลัย จ.กระบี่ และการแสดงรวม (Medley) ของกลุ่มโรงเรียนในโครงการฯ ซึ่งกิจกรรมในครั้งนี้ นอกจากนักเรียนในโครงการห้องเรียนกีฬา 4 ภูมิภาค และนักเรียนในโครงการสานฝันการกีฬาสู่ระบบการศึกษาจังหวัดชายแดนใต้แล้ว ยังมีครูผู้ฝึกสอน ผู้บริหาร และผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง เข้าร่วมกิจกรรมด้วย จำนวนทั้งสิ้นกว่า 1,500 คน

นายบุญรักษ์ ยอดเพชร เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ได้กล่าวถึงการจัดกิจกรรมนี้ โดยคาดหวังว่านักเรียนที่เข้าร่วมกิจกรรมนี้จะเรียนรู้และทำความเข้าใจเกี่ยวกับกิจกรรมพหุวัฒนธรรมและสร้างมิตรภาพ ความรัก ความสามัคคี ผ่านกิจกรรมกีฬาฟุตบอลและวอลเลย์บอล พร้อมทั้งตอบสนองนโยบายของรัฐบาลในเรื่องการปฏิรูปการศึกษา โดยการใช้กีฬาเป็นสื่อในการแก้ปัญหาสังคม สร้างลักษณะนิสัยให้มีน้ำใจนักกีฬา พัฒนาความรู้และทักษะจนสามารถประกอบอาชีพได้

ขณะที่ พลเอกสุรเชษฐ์ ชัยวงศ์ รมช.ศธ. กล่าวสรุปว่า “สำหรับกิจกรรมในครั้งนี้ ใช้ชื่อว่า “สามัคคีสัมพันธ์ สานฝันห้องเรียนกีฬา” ซึ่งนำมาจากความรู้รักสามัคคีที่เป็นคำสอนหลักการทรงงานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 เมื่อรู้รักสามัคคีแล้วก็สอนให้เด็กนักเรียนในโครงการทั้ง 2 โครงการ ได้มีความเชื่อมโยงเครือข่ายกันสร้างความดี มีความสามัคคีร่วมกัน มีความสัมพันธ์ที่ดี แม้จะมีความแตกต่างกันในแต่ละภูมิภาคก็เป็นคนไทยร่วมกัน เพราะฉะนั้นนักเรียนจะได้ศึกษาเรียนรู้ตามปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ได้ดูงานเปิดโลกทัศน์และได้นำสิ่งดีงามของแต่ละภูมิภาคมาแสดงแลกเปลี่ยนเรียนรู้ซึ่งกันและกัน และเราก็จะร่วมใจกันร้องเพลงรักกันไว้เถิดและเพลงสามัคคีชุมนุม ซึ่งเป็นความมุ่งหวังของผู้ใหญ่ทุกคนที่ต้องการเห็นเด็กนักเรียนทุกคนมีคุณภาพ มีความเจริญก้าวหน้า มีระเบียบวินัย มีความตั้งอกตั้งใจที่จะสร้างความดี และประสบผลสำเร็จในอนาคตต่อไป”

ทั้งนี้ ในพิธีเปิดงานกิจกรรม "สามัคคีสัมพันธ์ สานฝันห้องเรียนกีฬา" เพื่อตอบสนองนโยบายของรัฐบาลในการสนับสนุนโครงการฯ พลเอกธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองนายกรัฐมนตรี ได้สนับสนุนอุปกรณ์ Fitness และ Weight Training ให้กับโครงการห้องเรียนกีฬา จำนวน 8 ชุด และโครงการสานฝันการกีฬาเข้าสู่ระบบการศึกษาจังหวัดชายแดนใต้ จำนวน 9 ชุด เพื่อทางโครงการฯ ได้นำไปพัฒนาร่างกายนักเรียนในโครงการให้แข็งแรงต่อไป.