วันอาทิตย์ที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

สนามพระ 08/10/60

พระสมเด็จจิตรลดา พ.ศ.๒๕๐๙ ของเอ๋ เมืองจันท์.

เข้าสู่ สนามพระวิภาวดี ด้วย ธรรมะพระราชา ซึ่ง พระบาทสมเด็จพระเจ้า อยู่หัว รัชกาลที่ ๙ มีพระราชดำรัสกับ ครูโรงเรียนราษฎร์สอนศาสนาอิสลาม ๔ จังหวัดภาคใต้ ที่ปัตตานี เมื่อ ๒๔ สิงหาคม พ.ศ.๒๕๑๙ “ความเจริญของคนทั้งหลาย ย่อมเกิดมาจากประพฤติชอบ และการหาเลี้ยงชีพชอบเป็นหลักสำคัญ ผู้ที่จะสามารถประพฤติชอบ และหาเลี้ยงชีพชอบได้ด้วยนั้น ย่อมจะมีทั้งวิชาความรู้ ทั้งหลักธรรมทางศาสนา เพราะสิ่งแรก เป็นปัจจัยสำคัญสําหรับใช้กระทําการทํางาน สิ่งหลัง เป็นปัจจัยสำคัญ สําหรับส่งเสริมความประพฤติและการปฏิบัติงานให้ชอบ คือให้ถูกต้องและเป็นธรรม”.....

ต่อไป ไปดู พระสมเด็จบางขุนพรหม พิมพ์สังฆาฏิ (ไม่มีหู) กรุเก่า วัดใหม่อมตรส ของเสี่ยศุภชัย สายัณห์.....

ช่วงนี้ มีภาพพระสมเด็จชั้นดี แชมป์องค์จริง หน้าใหม่ ไม่มีริ้วรอยสัมผัสใช้ มาให้ดูต่อเนื่อง เพราะแฟนคลับ นักนิยมพระเครื่องและนักสะสมพระพรีเมียม เริ่มเข้าใจว่า การเก็บพระดีมีคุณภาพไว้ดูคนเดียว สู้เอามาเผยแพร่แบ่งคนอื่นให้ได้ดูไม่ได้ เพราะจะรู้สึกปลื้มกับเสียงชื่นชม และเป็นประโยชน์แก่สังคมมากกว่าเก็บไว้ดูคนเดียว.....

และยังทำให้รู้ว่าพระในครอบครอง มีคุณค่าแค่ไหน อย่างองค์นี้ที่เป็น พระพิมพ์สังฆาฏิ ซึ่งแยกพิมพ์ ไว้ ๒ แบบ คือ มีหู กับ ไม่มีหู และยังมีการแยกพิมพ์ย่อยลงลึกถึงเอกลักษณ์รายละเอียด ที่แตกต่างได้เป็น ๔ แบบ คือ ๑.พิมพ์แขนกลม เข่าขีด ๒.พิมพ์แขนกลม เข่าหนา ๓.พิมพ์แขนกลม ฐานขาสิงห์ ๔.พิมพ์ชะลูด ฐานขาสิงห์.....

องค์นี้เป็นแบบที่ ๓.แขนกลม ฐานขาสิงห์ ที่มีจุดสังเกตสำคัญ เช่น ๑.พระพักตร์กลมเรียวเล็กตื้น ๒.พระเกศยาวจรดซุ้ม ๓.ฐานชั้นกลางเป็นแบบขาสิงห์ ๔.ฐานชั้นล่างสุดใหญ่หนา ด้านซ้ายมือเรามักสอบแคบ ๕.เส้นซุ้มครอบแก้วคมบาง ๖.ขอบรอบองค์พระปรากฏเส้นบังคับพิมพ์ ตั้งเป็นเส้นสันชัดเจน ฯลฯ.....

องค์ที่สอง เป็น พระสมเด็จจิตรลดา พ.ศ.๒๕๐๙ พระเครื่องฝีพระหัตถ์ หนึ่งเดียวของ ร.๙ ที่ได้ชื่อว่ามีมงคลสูงสุดของแผ่นดิน ดังที่ ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช ขนานนามว่า “พระกำลังแผ่นดิน”.....

หลังจากทรงกำหนด รูปทรง แบบพิมพ์ คัดสรรรวบรวมมวลสารศักดิ์สิทธิ์มาเป็นส่วนผสมเนื้อพระ ก็ทรงกดพิมพ์ ถอดพิมพ์ ตกแต่ง โดยมี อ.ไพฑูรย์ เมืองสมบูรณ์ หัวหน้ากองหัตถศิลป์ในพระองค์ เป็นที่ปรึกษา.....

แล้วพระราชทานพระทุกองค์ ด้วยพระหัตถ์ นับแต่ปี พ.ศ.๒๕๐๘-๒๕๑๓ ผู้ได้รับ มีทั้งข้าราชบริพาร ข้าราชการ ทุกระดับชั้น แต่ด้วยจำนวนพระที่มีไม่ถึง ๔,๐๐๐ องค์ ทำให้มีการแสวงหาด้วยราคาที่สูงขึ้นเรื่อยๆ ตั้งแต่ 4-5 พันบาท จนปัจจุบันถึงหลักล้าน.....

และถึงหลายๆล้าน สำหรับองค์ ที่สร้างพระราชทานปี พ.ศ.๒๕๐๙ (ถือเอาเลข ๙ เป็นเลขมหามงคล ตรงเลข ลำดับรัชกาล) ซึ่งพิจารณา ได้จากพิมพ์พระที่มีความ คมชัด ความเรียบร้อยลงตัว ในการตกแต่ง เนื้อพระที่มีมวล สารมากและผิวเนื้อที่เป็นสีค่อนข้างดำ ยิ่งเป็นองค์ที่มีความสมบูรณ์งดงามสุดๆอย่างองค์นี้ เสี่ยเอ๋ เมืองจันท์ มั่นใจว่า อนาคตจะมีค่าทวีคูณ หลายเท่าตัว.....

ว้าว อีกองค์นานๆๆๆ ได้ดู คือ พระกริ่งเทพโมฬี พ.ศ.๒๔๔๑ สมเด็จพระสังฆราช (แพ) วัดสุทัศน์ฯ เพราะเป็น พระกริ่งรุ่นแรก ของ สมเด็จพระสังฆราช (แพ) ที่ทรงประกอบพิธีเททอง สร้างตามตำรับวิชาที่ได้รับมอบจากองค์พระอุปัชฌาย์ สมเด็จพระวันรัต (แดง) ขณะดำรงสมณศักดิ์ที่ พระเทพโมฬี.....

จำนวนสร้างมีบันทึกว่า ๙ องค์ ทำพิธีเทหล่อแบบกริ่งในตัวเนื้อนวโลหะ เนื้อในสีเงินขาว ผิวนอกกลับดำ ทุกองค์มีหมายเลขไทยสลักกำกับใต้ฐาน.....

เมื่อปัจจุบัน ปรากฏมี พระกริ่งเทพโมฬี พิมพ์ชัด เนื้อใช่ แต่ไม่มีเลขกำกับ ออกมาในวงการ จึงมีความคิดเห็นเพิ่มเติม ว่าพระที่มี ตัวเลขกำกับ น่าจะเป็น พระส่วนพระองค์ ส่วนที่ ไม่มีหมายเลข น่าจะเป็นพระที่มีผู้ขออนุญาตร่วมสร้าง หรือสร้างเผื่อเหลือเผื่อขาด ซึ่งก็น่าจะ มีจำนวนน้อยกว่า .....

สำหรับของ เสี่ยเพชรอิทธิ ชวลิตธำรง เป็นองค์ที่มีการตกแต่งสวยงาม ด้วยฝีมือช่างชั้นครู ส่วนเรื่องหมายเลข ถามไปก็บอกมาว่าเหมือนมี แต่ลบเลือนจนดูไม่ออกว่าเป็นเลขอะไร.....

ตามมาด้วย พระยอดขุนพล พิมพ์ใหญ่ เนื้อชินเงิน กรุวัดไก่ ลพบุรี ต้นตำรับพระยอดขุนพล เมืองลพบุรี ที่มีชื่อเสียง ค้นพบมาก่อนพระยอดขุนพล เมืองลพบุรีสกุลอื่นๆ.....

แบบว่าถ้าพูดถึง พระยอดขุนพล ต้องยกให้กรุวัดไก่ เป็นเบอร์ต้นด้วยอานุภาพความศักดิ์สิทธิ์ ที่มีทั้งแคล้วคลาด คงกระพัน และโภคทรัพย์.....

พิมพ์พระมีหลายแบบ เนื้อพระมีทั้ง ชินเงิน ชินตะกั่ว (สนิมแดง) และเนื้อดิน ทุกเนื้อทุกพิมพ์เป็นพระหายาก ราคาสูงถึงหลักแสน สภาพงามซึ้งสมบูรณ์สุด แบบองค์นี้ของเสี่ยยุทธนา วงศ์กนกศิลป์ ประเมินกันถึง หลักล้าน.....

ถัดไปดู พระบางกรุเก่า วัดพระคง ลำพูน ของ เสี่ยเพชรอิทธิ ซึ่งน่าปลื้ม เพราะพระดียี่ห้อนี้ เซียนใหญ่ที่รู้ลึกรู้จริงหลายราย ตามหาชั่วชีวิตยังไม่เจอ เพราะพิจารณาได้ว่า เป็นพระที่สร้างถึงยุคพระนางจามเทวี เช่นเดียวกับ พระรอด.....

มีจุดสังเกตเอกลักษณ์ ตรงองค์พระที่สมบูรณ์ ปีกเนื้อที่ปลิ้นบางรอบองค์ เนื้อพระละเอียดหนึกแน่น เหมือนเนื้อพระรอด หลังพระมีเนื้ออูมเต็ม แบบพระรอด ฯลฯ ถือได้เป็นพระแบบ ทู อิน วัน.....

ถึงองค์นี้จะไม่สวยสุดในตระกูล “พระบาง” แต่ก็สวยสุดในกรุวัดมหาวัน สัมผัสได้ถึงความเข้มขลังศักดิ์สิทธิ์ ด้านเมตตามหานิยม คุ้มครองป้องกันภัย ดังภาษิตว่า “พระลือ เลื่องชื่อลือลั่นปฐพี พระบางคุ้มภัยมี ดีเมตตามหาเสน่ห์”.....

ต่อด้วย เหรียญหล่อพระพุทธ พิมพ์ข้างยันต์อุ เนื้อตะกั่ว หลวงปู่ศุข วัดปากคลองมะขามเฒ่า ชัยนาท พระเครื่องทรงสี่เหลี่ยม ขนาดเล็ก เนื้อโลหะ ทองแดง สัมฤทธิ์ ตะกั่ว แบบพิมพ์มีมาก รายละเอียดแตกต่าง อย่าง พิมพ์ข้างรัศมี ข้างยันต์ ฯลฯ ด้านหลังเรียบ พบทั้งชนิดมีรอยจารอักขระลายมือ และไม่มี เห็นปุ๊บรู้ปั๊บว่าเป็นพระหลวงปู่ศุข.....

อย่างองค์นี้ของ เสี่ยเพชร ที่วันนี้แทบจะเหมาสัมปทานสนามพระไปคนเดียวครึ่งหน้า เป็น พิมพ์นิยมข้างยันต์ เนื้อตะกั่ว ที่ยังมี ผิวปรอท ขาวสมบูรณ์ สภาพสวยเดิม--เก็บรักษามาอย่างดีเยี่ยมแบบนี้ ก็ต้องจ่ายเยอะกว่าปกติ.....

ตามมาด้วย พระเนื้อผงยาวาสนา พิมพ์ซุ้มรัศมี จุ่มรัก หลวงปู่บุญ วัดกลางบางแก้ว นครปฐม ของ เสี่ยพ๊อต นครชัยศรี.....

๔-๕ ปีก่อน พระเครื่องสกุลนี้ ทุกชนิด ทุกเนื้อทุกพิมพ์ ที่สร้างทันอายุท่าน ได้รับความนิยมสูงเยี่ยมเป็นกระแสร้อนจนเดือด ราคาขยับขึ้นวันต่อวัน แบบว่าใครมีพระสามารถแลกเปลี่ยนเป็นเงินสดได้ทุกเวลา ยิ่งเป็นพระพิมพ์ นิยม เนื้อผงยา จุ่มรัก สภาพ สมบูรณ์อย่างองค์นี้ ยิ่งขายง่าย กำไรเยอะ.....

สุดท้ายคือ เหรียญรุ่นแรก พ.ศ.๒๕๑๙ หลวงพ่อพาน วัดเฉลิมราษฎร์ (โป่งกระสัง) อ.กุยบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ของ เสี่ยพายุ บ้านวัชรสาร และบอกเป็นเหรียญพระเกจิมาแรงสุดของประจวบฯ.....

จากประวัติที่แนบมา จึงทราบว่าท่านเป็นชาวบ้านกล้วย ต.บางเค็ม อ.เขาย้อย เพชรบุรี กำเนิดเมื่อปี พ.ศ.๒๔๕๔ อุปสมบทที่วัดหนองไม้เหลือง อ.บ้านลาด เพชรบุรี และเป็นศิษย์ หลวงพ่อทองศุข วัดโตนดหลวง และพระเกจิเรืองนามในพื้นถิ่น.....

ถึงปี พ.ศ.๒๕๑๓ ท่านไปจำพรรษาที่สำนักสงฆ์บ้านโป่งกระสัง พัฒนาจนเจริญรุ่งเรืองจนมรณภาพเมื่อ ๒๕๓๙ รวมอายุ ๘๔ ปี.....

ตลอดอายุท่าน ใช้วิชาพุทธาคม สร้างความศรัทธาเลื่อมใส ด้วยตะกรุด ผ้ายันต์ ที่แสดงอานุภาพความศักดิ์สิทธิ์ จนหลวงพ่อยิด วัดหนองจอก พระเกจิอาจารย์ดังแห่งยุค กล่าวยกย่องท่านเสมอ --เหรียญรุ่นแรกของท่านแบบนี้ หากันมาก ราคาเทียบได้กับเหรียญพระเกจิยุคเก่า.....

บอกลาวันนี้กันด้วยเรื่องคณะศิษย์ประชุมเตรียมจะ จัดงานทำบุญ หลวงปู่ สมภารวัดแห่งหนึ่งในนครพนม ซึ่งอายุครบ 7 รอบ และอยากขออนุญาตทำเหรียญที่ระลึก .....

แต่ไม่มีใครกล้าขอ เพราะหลวงปู่ไม่เคยอนุญาตให้จัดงานใดๆเกี่ยวกับตัวท่านเลย เพราะสมถะและไม่เคยสร้างพระเครื่องวัตถุมงคล.....

สุดท้าย ชาวบ้านจึงรวมตัวทั้งหมู่บ้าน ไปกราบนมัสการ ขอจัดงาน แต่แค่กราบ ยังไม่ทันได้พูดอะไร หลวงปู่ก็พูดขึ้นพร้อมรอยยิ้ม ว่าที่จะจัดงาน ก็ให้ทำได้ แต่อย่าเอิกเกริก ให้ทำตามกำลังเอาแค่คนในหมู่บ้าน สำหรับเหรียญ ข้าจะทำให้ ตามจำนวนที่ต้องการ ให้ลงชื่อบอกจำนวนไว้ จะทำดีที่สุด ทำครั้งเดียว ได้ไว้ต้องรักษา ต่อไปจะมีค่า หาไม่ได้
.....

แล้วให้นายเค็ม ลูกศิษย์ที่เป็นกำพร้า มาอยู่กับหลวงปู่ตั้งแต่อายุ ๗ ขวบ ถึงวันนี้อายุ ๔๐ จดชื่อและจำนวนเหรียญ ซึ่งส่วนใหญ่ก็ขอตามจำนวนคนในครอบครัว เฉลี่ยไม่เกินบ้านละ ๑๐ เหรียญ รวมแล้วราว ๔๐๐ เหรียญ.....

หลวงปู่ดูรายชื่อแล้วยิ้ม แต่ถาม นายเค็ม ว่า แล้วเอ็ง ไม่เห็นมีชื่อ ไม่อยากได้กับเขาบ้างหรือ ไม่มีลูกมีเมีย ก็เอาไว้ใช้ติดตัวเพื่อนึกถึงกัน.....

นายเค็ม ก้มกราบทันที แล้วบอกว่า เหรียญเดียวคงไม่พอ ตั้งใจจะขอหลวงปู่สัก ๑๐๐ เหรียญ คนอื่นเขาขอไว้ให้ลูกหลาน ส่วนผมตั้งใจขอไว้ทำทุน--เพราะเชื่อหลวงปู่ ที่บอกว่าต่อไปจะมีค่า หาไม่ได้ เจ้าค่ะ อามิตตพุทธ.


สีกาอ่าง