วันอังคารที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ปีที่ 3 "จักรทิพย์" ยึด 6 เรื่อง ดึงประชาชนเป็นศูนย์กลาง

“2 ปีที่ผ่านมา รอง ผบ.ตร.–ผู้ช่วย ผบ.ตร. ทุกคนให้ความร่วมมือดี นโยบายต่างๆมอบกันไปหมดแล้ว ตั้งแต่รับตำแหน่ง ปีแรกเน้นนโยบายการปรับภาพลักษณ์ตำรวจมองว่าดีขึ้น ดำเนินการกับตำรวจที่ออกนอกแถวไปหลายนาย และเชื่อว่าประชาชนรู้สึกได้ว่าตำรวจดีขึ้น นโยบายปีที่ 2 เน้นไปที่การยกระดับโรงพัก บำบัดทุกข์บำรุงสุข ตำรวจทุกหน่วยร่วมแรงร่วมใจกันดี คดีสำคัญเกิดขึ้น ร่วมแรงร่วมใจกันสืบสวนจับกุมคนร้าย ปีที่ 3 เน้นเข้าร่วมโครงการหน่วยพระราชทานประชาชนจิตอาสาอย่างเต็มรูปแบบ “เราทำความดีด้วยหัวใจ” โดยเฉพาะช่วงพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพล อดุลยเดช ตำรวจทุกนายร่วมแรงร่วมใจปฏิบัติหน้าที่ที่รับผิดชอบเต็มกำลังความสามารถ”

พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. มอบนโยบายให้ ผบก.ทั่วประเทศ ตามนโยบาย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม แบ่งหน้าที่ รอง ผบ.ตร.ร่วมกันขับเคลื่อนงานบริหาร พล.ต.อ.รุ่งโรจน์ แสงคร้าม รอง ผบ.ตร. งานป้องกันปราบปรามอาชญากรรม พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร. งานด้านสืบสวนสอบสวน พล.ต.อ.เดชณรงค์ สุทธิชาญบัญชา รอง ผบ.ตร. งานด้านกฎหมายและคดี พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา รรท.รอง ผบ.ตร. งานด้านความมั่นคงและกิจการพิเศษ พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร. งานมั่นคงตามนโยบายรัฐบาลมาโดยตลอด งานจเรตำรวจให้ พล.ต.อ.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ รรท.จตช.

พล.ต.อ.จักรทิพย์ มุ่งทำงานสนองความ ต้องการของประชาชนและนโยบายรัฐบาลให้เป็นรูปธรรม ทุกหน่วยยึดประชาชนเป็นศูนย์ กลาง การกระจายอำนาจลงสู่ระดับพื้นที่โดยเฉพาะสถานีตำรวจ มุ่งเน้นเป้าหมาย “เป็นหลักประกันความยุติธรรมและความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ที่มีมาตรฐานสากล” ยึดถือค่านิยมร่วมกัน “พิทักษ์ชาติ ศาสน์ กษัตริย์ เป็นที่รักของประชาชน”

ประชาชนได้รับการอำนวยความสะดวกและการบริการที่รวดเร็ว เสมอภาค เป็นธรรม มีความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินมากขึ้น มีความเชื่อมั่นในการอำนวยความยุติธรรมและการบังคับใช้กฎหมายที่โปร่งใส สะดวก และรวดเร็ว ส่งผลให้สังคมและประเทศชาติมีความมั่นคงและสงบสุข

พล.ต.อ.จักรทิพย์ กำหนดนโยบายสำคัญ 6 ประการ 1.การพิทักษ์ ปกป้อง และเทิดพระเกียรติเพื่อความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ ถือเป็นภารกิจสูงสุดที่ผิดพลาดไม่ได้ ตำรวจทุกนายต้องศึกษาระเบียบและปฏิบัติให้ถูกต้อง ตรวจสอบปราบปรามผู้ละเมิดสถาบัน และเตรียมความพร้อมงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ 2.การรักษาความมั่นคงและความสงบเรียบร้อยในสังคม สนองนโยบายรัฐบาลให้เกิดความมั่นคง ร่มเย็น เป็นสุข น้อมนำแนวทางพระราชดำริ “เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา” และ “หลักเศรษฐกิจพอเพียง” มาปรับใช้ 3.การป้องกันปราบปรามและลดระดับอาชญากรรม ลดความรุนแรงของอาชญากรรม เมื่อเกิดคดีต้องจับกุมให้ได้โดยเร็ว เน้นการดึงประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการป้องกันอาชญากรรม 4.การแก้ไขปัญหายาเสพติดในทุกมิติ เน้นการปราบปราม จับกุมการลักลอบนำเข้ายาเสพติดจากต่างประเทศ สืบสวนขยายผล ยึดทรัพย์ผู้เกี่ยวข้องทุกราย สร้างเกาะคุ้มกันรับรู้พิษภัยยาเสพติด

5.การเร่งรัดขับเคลื่อนกระบวนการปฏิรูปองค์กรตำรวจในยุคประชาคมอาเซียน สร้างองค์ความรู้ เพิ่มศักยภาพของเจ้าหน้าที่ตำรวจในการป้องกันอาชญากรรมข้ามชาติ รวมทั้งสร้างเครือข่ายทั้งภายในและภายนอกประเทศ 6.การเสริมสร้างความสามัคคี และการบำรุงขวัญข้าราชการตำรวจ ให้ยึดถือปฏิบัติตามอุดมคติตำรวจ 9 ข้อ

ผู้บังคับบัญชาต้องเป็นแบบอย่าง ตำรวจทุกนายต้องขับเคลื่อนเคียงบ่าเคียงไหล่เดินไปด้วยกันอย่างเป็นมืออาชีพ ให้สมกับที่สังคม ประชาชนคาดหวังไว้

โจทย์ 6 ข้อ ที่ ผบ.ตร.มอบให้หน่วยนำไปปฏิบัติ ครอบคลุมทุกด้าน ทุกมิติ ขับเคลื่อนองค์กรตำรวจกว่า 2 แสนนาย ในการก้าวไปข้างหน้าในทิศทางเดียวกัน ให้ประชาชนมีความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ได้รับการบริการดูแลเอาใจใส่ที่ดี ตำรวจต้องได้รับความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น มีขวัญกำลังใจ สวัสดิการที่ดี ผู้บังคับบัญชาต้องลงไปดูแลลูกน้อง บำรุงขวัญ สร้างความสามัคคี ทำให้ทุกคนเกิดความภาคภูมิใจในองค์กร พร้อมที่จะทำงานเดินไปด้วยกัน

“ไม่ได้พูดเข้าข้างตัวเอง สิ่งที่ได้สั่งการลงไปได้รับการสนองเป็นอย่างดี เชื่อว่าต่อไปจะดีขึ้นกว่าเดิม ขณะนี้ภาพลักษณ์ของตำรวจในสายตาพี่น้องประชาชน ในสายตาผู้บังคับบัญชา เชื่อว่าน่าเป็นที่พึงพอใจในระดับหนึ่ง เพราะตำรวจที่ไม่ดี ตนได้สั่งปลดออกไล่ออกไปหลายนาย เราพยายามทำให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ตำรวจทุกนาย เป็นที่รักของประชาชน เกิดความศรัทธา มีความเชื่อมั่นในการปฏิบัติงาน ส่วนการปฏิรูปตำรวจยังเป็นอีกหนึ่งนโยบายที่ได้ให้ไว้ตั้งแต่ปีแรกที่เข้ารับตำแหน่ง ซึ่งยอมรับว่า มีบางส่วนที่เห็นขัดแย้งกับคณะกรรมการปฏิรูปชุดใหญ่ ในส่วนตำรวจดำเนินการไป ส่วนจะเอาหรือไม่เอาอยู่ที่การตัดสินใจของคณะกรรมการชุดใหญ่ เพราะบางอย่างเราเห็นด้วย บางอย่างไม่เห็นด้วย แต่สำนักงานตำรวจแห่งชาติไม่เคยขัด เช่น การถ่ายโอนบางหน่วยงาน ซึ่งคณะอนุกรรมการยอมรับว่าบางหน่วยไม่พร้อมรับงาน”

พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. กล่าวเพิ่มเติมกับ “ทีมข่าวอาชญากรรม” ว่า “อาชญากรรมในปีนี้จะมีความเปลี่ยนแปลงมากยิ่งขึ้น หากคดีไหนมีความจำเป็นจะลงพื้นที่ไปช่วยผู้ใต้บังคับบัญชาเพื่อสร้างความอุ่นใจให้กับประชาชน เน้นเมื่อเกิดคดีต้องจับกุมให้ได้ ส่วนการปฏิรูปตำรวจนั้น ตำรวจได้ปฏิรูปตนเองมาตลอด โดยทำคู่ขนานกับคณะกรรมการปฏิรูปตำรวจตามรัฐธรรมนูญ ตำรวจพร้อมปฏิบัติตามนโยบายรัฐของรัฐบาลในทุกๆเรื่อง เพื่อให้ประเทศเดินหน้า สังคมเกิดความสงบสุข ตลอดเวลา 2 ปีที่ผ่านมาได้รับความร่วมมือจากรอง ผบ.ตร. และ ผบช.แต่ละภาค แต่ละหน่วย เป็นอย่างดีในทุกเรื่อง มีการปรับแผนในทุกเดือน ทั้งในเรื่องสถิติคดี ปัญหาความมั่นคง เสริมสร้างขวัญกำลังใจ ปัญหาทุกปัญหาเราไม่สามารถกำหนดล่วงหน้าได้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น แต่เมื่อเกิดขึ้นแล้วต้องดูและปรับการดำเนินการแต่คดีทั่วๆไปที่ผ่านมา เรารู้อยู่แล้วถึงรูปแบบคดีต่างๆ รอง ผบ.ตร.ทุกท่านมีความรู้ความสามารถ เพียงแต่ถ้าคดีไหนเป็นคดีสะเทือนขวัญจริงๆ บางครั้งอาจจะลงไปกำชับดูแลสั่งการ เพื่อให้เกิดความรวดเร็วคล่องตัว”

เป็นนโยบายหลักของ ผบ.ตร. ในการย่างเข้าสู่ปีที่ 3 ในการขับเคลื่อนงานตอบสนองต่อนโยบายรัฐบาล และความต้องการของประชาชน มองประชาชนเป็นศูนย์กลางของงานตำรวจ

ทำให้ตำรวจเป็นที่เชื่อมั่นศรัทธาของพี่น้องประชาชน.

ทีมข่าวอาชญากรรม