วันอาทิตย์ที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

อิตาเลียนปนไทย ลาดพร้าวซอย 18

โดย คุณชาย 4

ปกติชิมอยู่แต่อาหารไทย อาหารจีน อาทิตย์นี้ คุณชาย 4 อยากกินอาหารสไตล์อิตาเลียน แต่เบื่อขับรถเข้าเมือง บังเอิญเพื่อนแนะนำให้ลองไปร้าน EAT AT 18+ ลาดพร้าวซอย 18 แยก 12 ร้านนี้เดินทางสะดวก จะขับรถไปหรือใช้บริการรถไฟฟ้า MRT ก็ง่าย ลงสถานี ลาดพร้าว ทางออกที่ 2

ไปถึงร้านจริงจึงรู้ ร้าน EAT AT 18+ เป็นร้านอาหารสไตล์อิตาเลียนแท้ แต่ปนสไตล์อาหารไทยเข้าไปด้วย คุณบุญทะนิกา หงษ์สวัสดิ์ บอกว่า เปิดมาได้ 5 เดือน บรรยากาศเน้นความเป็นโมเดิร์นเรียบหรูมีสไตล์

เข้ามาแล้วอบอุ่นเป็นกันเอง เหมาะสำหรับครอบครัวหรือพนักงานออฟฟิศเลิกงานมานั่งชิลๆ

“แถวลาดพร้าวยังไม่ค่อยมีร้านอาหารแนวนี้ ลูกค้าก็สะดวกไม่ต้องฝ่ารถติดเดินทางเข้าเมือง อาหารทุกจานจะเน้นจานใหญ่ ราคาไม่แพง ราคาแต่ละจานลงท้ายด้วยเลขแปด”

มุมขวาร้านมีดนตรีเปียโนให้ลูกค้าได้ขึ้นไปร้องเพลง จะร้องเพลงไทย เพลงสากล เพลงยุคเก่ายุคใหม่ มือเปียโนชาย วัยผมแซมขาว เล่นได้

เสียงเปียโนเพลงแรกดังกังวาน เมื่อเวลาหนึ่งทุ่ม บุญทะนิกาแนะนำให้ชิมเมนูเรียกน้ำย่อย นาโช่ชีส

เชฟเอาแผ่นนาโช่มาโรยด้วยมอสซาเรลล่าและเชดด้าชีสแล้วเอาไปอบ ราดด้วยอะโวคาโดดิฟ ส่วนผสม อะโวคาโด 1 ลูก หอมแดงและกระเทียมอย่างละ 15 กรัม มะนาวครึ่งลูก ผักชี พริกชี้ฟ้าแดง ซอสทาบาสโก้ครึ่งช้อนชา เกลือ พริกไทย และโอลีฟออย

วิธีทำ สับหอมแดง กระเทียม ผักชี พริกชี้ฟ้าแดงผสมกับอะโวคาโดที่บี้จนละเอียดให้เข้ากัน จากนั้นเติมน้ำมะนาว ซอสทาบาสโก้ เกลือ พริกไทย และโอลีฟออย ตักเสิร์ฟบนแผ่นนาโช่

ความกรอบของแผ่นนาโช่ และความเค็มจากตัวชีส กระตุ้นต่อมความอยากได้เป็นอย่างดี

ต่อด้วยเมนูเด็ด เปาะเปี๊ยะลาบเป็ด เชฟเอาอกเป็ดไปกริล (ย่าง) จากนั้นเอามาสับแล้วทำเป็นลาบ ห่อด้วยแผ่นเปาะเปี๊ยะแล้วทอดในน้ำมันจนเหลืองกรอบ จัดใส่จานกินคู่กับน้ำจิ้มบ๊วย

กัดเข้าไปคำแรกสิ่งที่สัมผัสได้ คือกลิ่นความหอมของลาบ และแผ่นแป้งเปาะเปี๊ยะที่นุ่มไม่กรอบมากจนเกินไป บอกได้คำเดียวว่า อร่อย!

สลัดกุ้งอะโวคาโด เชฟเอากุ้งไปกริลจนสุก เสิร์ฟพร้อมผักออแกนิกมะเขือเทศเชอรี่ อะโวคาโด และมะม่วงน้ำดอกไม้ คลุกเคล้าด้วยน้ำสลัดงาญี่ปุ่น จานนี้เหมาะสำหรับสาวๆที่รักสุขภาพ

ซี่โครงหมูบาร์บีคิว บุญทะนิกาบอกว่า ซี่โครงหมูสั่งเข้ามาทั้งแผ่นแล้วเอามาผ่าครึ่ง ใช้เวลาอบ 2 ชั่วโมงครึ่ง เพื่อให้นุ่มและล่อน ตัวซอสบาร์บีคิว ส่วนผสมมีพริก หอมใหญ่ สับปะรดเอามาผัด ผสมด้วยซอสมะเขือเทศ ซอสพริก ใส่เครื่องเทศ ใช้เวลาเคี่ยวหนึ่งวันจนเหลือครึ่งหม้อ เพื่อความเข้มข้น ราดบนซี่โครงหมูให้ชุ่ม

คุณชาย 4 บอกเลยว่า เนื้อหมูนุ่มมาก รสชาติหวานกำลังดี จนลืมร้านที่ผ่านๆมาได้สนิทใจ

สเต๊กปลาแซลมอน เชฟเลือกเนื้อแซลมอนขนาด 200 กรัม มาล้างทำความสะอาด จากนั้นทาเนยสดให้ทั่วกระทะเพิ่มความหอม ตั้งไฟปานกลาง นำเนื้อปลาแซลมอนมาโรยด้วยเกลือและพริกไทยให้ทั่ว เอามากริลบนกระทะ และย่างหน่อไม้ฝรั่งพอสุก

กินคู่กับซอสคิโคแมน ที่มีส่วนผสม ซอสคิโคแมน น้ำผึ้ง เนยจืด พริกไทยดำ วิธีทำ นำเนยจืดตั้งไฟให้ละลาย หลังจากนั้นใส่ซอสคิโคแมนและน้ำผึ้ง พร้อมด้วยพริกไทยดำตามลงไป คนทุกอย่างเข้ากัน เสร็จแล้วนำมาราดบนปลาแซลมอน พร้อมเสิร์ฟ

รสชาติความหวานเข้มข้นของซอสคิโคแมนเข้ากันกับเนื้อปลาแซลมอนได้อย่างกลมกล่อม

ต่อด้วยพิซซ่าพาร์มาแฮมกับซาลามี่หรือไส้กรอกอิตาเลียน

“พิซซ่าแป้งบางกรอบ สไตล์อิตาเลียน โรยหน้าด้วยมอซซาเรลล่าชีส” บุญทะนิกาว่า

แป้งพิซซ่าเชฟจะทำเอง ใช้แป้งหงส์ ถุงสีเขียว ส่วนผสม ยีสต์ น้ำเย็น น้ำมันมะกอก เกลือ น้ำตาล ตีให้เข้ากันแล้วพักไว้ จากนั้นเอามาปั้นแล้วรีดเป็นแผ่น ราดด้วยซอสมะเขือเทศ โรยหน้าด้วยมอซซาเรลล่าชีส ใส่หน้าพาร์มาแฮมและโรยหน้าด้วยซาลามี่ที่หั่นบางๆ เอาไปอบในอุณหภูมิ 300 องศา ใช้เวลาอบ 7 นาที รสชาติกำลังดี

บุญทะนิกากลัวจะเลี่ยนเกินไป ขอเบรกด้วยเมนูไทยบ้าง เป็นผัดไทยกุ้งแม่น้ำ

เชฟจะทำซอสผัดไทยไว้ก่อน ส่วนผสมมีหอมใหญ่ กระเทียม พริกแห้ง วิธีทำ เอาพริกมาต้มให้เปื่อยแล้วนำไปปั่นให้ละเอียด จากนั้นเอาไปเคี่ยวกับน้ำตาลปี๊บ น้ำปลา น้ำมะขาม ให้เข้ากันทั้งสามรส

เวลาทำก็เอาซอสผัดไทยมาผัดกับเครื่อง เช่น เต้าหู้ หอมแดงซอย หัวไชโป๊หวาน ถั่วลิสง เสร็จแล้วเอาเส้นผัดไทยลงไปผัดให้นิ่ม เติมน้ำซอสไปอีกหนึ่งช้อน ผัดไปจนได้ที่ เติมกุยช่าย ถั่วงอก ตอกไข่ใส่ลงไป

กุ้งแม่น้ำจะผัดแยกไว้ต่างหาก แล้วราดด้วยซอสผัดไทยพอสุกได้ที่ ตักใส่จานวางบนเส้นผัดไทย พร้อมเครื่องเคียง ถั่วงอก ใบกุยช่าย ถั่วลิสง มะนาว

ผัดไทยจานนี้เส้นนุ่มกำลังดี รสชาติมีครบทุกรส แทบไม่ต้องปรุงเพิ่ม ตัวเนื้อกุ้งแม่น้ำเด้งด๋ึงรับรู้ได้ถึงความสดใหม่

ต่อด้วยของหวาน 18+โทสต์ บุญทะนิกาบอกว่า ที่ร้านจะทำขนมปังโทสต์ใหม่ทุกวัน ส่วนผสมมีผงอบเชย นมจืด ไข่ไก่ ใส่ลงในภาชนะที่เตรียมไว้ นำขนมปังโทสต์ลงไปชุบจนชุ่ม จากนั้นนำคอนเฟลกที่บดจนละเอียดมาหุ้มขนมปัง แล้วนำไปทอดด้วยน้ำมันของเนยจืด

การทอดต้องใช้ทักษะเป็นพิเศษ ไม่อย่างนั้นขนมปังโทสต์จะอมน้ำมัน เสร็จแล้วเสิร์ฟพร้อมไอศกรีมวานิลลาและกล้วยหอม

บุญทะนิกาบอกว่า 18+โทสต์ ใครมากินก็ต้องติดใจ จึงอยากชวนลูกค้าให้มาลอง

ร้าน EAT AT 18+ ลาดพร้าวซอย 18 แยก 12 แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพฯ โทรศัพท์ 0–2512–5724, 0–81871-9099 เปิดบริการจันทร์ถึงเสาร์ ตั้งแต่เวลา 17.00 น. ถึง 24.00 น. ที่จอดรถกว้างขวาง ติดตามโปรโมชั่นของร้านได้จากเฟซบุ๊ก ไอจี.

คุณชาย 4