วันพุธที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

อสส.ยก กม.ใหม่ บี้'ทักษิณ' รื้อฟื้นคดีทุจริต สัมปทานมือถือ-กู้กรุงไทย

จ่อยื่นร้องศาลฎีกาการเมือง นายกฯพลิ้วเลือกตั้งต้นปี62


“มีชัย” ออกโรงป้อง “บิ๊กตู่” กำหนดเลือกตั้ง ชี้นายกฯระบุวันหย่อนบัตร เม.ย.62 เป็นการคาดการณ์แบบยาวที่สุด พท.ยังมึนคำพูดนายกฯ ชี้เอาแน่เอานอนไม่ได้ เพราะเลื่อนแล้วเลื่อนอีกมาหลายครั้ง “หมวดเจี๊ยบ” ดักคอเล่นลิ้นลากเลือกตั้งไปปี 62 ชี้ขัดแย้งรัฐธรรมนูญและบันทึกที่ให้ไว้ในทำเนียบขาว ยินดี “บิ๊กตู่” ประกาศตัวตั้งพรรค หรือให้เสนอชื่อเป็นนายกฯ ดีกว่าเป็นอีแอบ โผล่มาในฐานะนายกฯคนนอก ปชป.ก็ข้องใจ นายกฯพูดคลุมเครือ ไม่เชื่อจะตั้งพรรคชี้รอดยาก ประวัติศาสตร์มีให้เห็นมาแล้ว “บิ๊กตู่” ย้ำปลายปีหน้าประกาศวันเลือกตั้ง ก็คือวันเลือกตั้ง ก่อนทำตามขั้นตอนอีก 150 วัน เผย “ทรัมป์” ถามจุดยืนเรื่องเกาหลีเหนือ อสส.ชี้ ก.ม.คดีอาญานักการเมืองฉบับใหม่ สั่งฟื้นคดีกรุงไทย-สัมปทานมือถือของ “ทักษิณ” ได้

ยังเป็นประเด็นทุ่มเถียงในแวดวงการเมือง สำหรับการกำหนดประกาศวันเลือกตั้งของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ระบุว่าจะประกาศในช่วงปลายปี 2561 ทำให้เกิดข้อสงสัยว่าจะมีการเลือกตั้งเกิดขึ้นเมื่อใดกันแน่

“มีชัย” ออกโรงป้อง “บิ๊กตู่” มองยาวๆ

เมื่อวันที่ 6 ต.ค. ที่รัฐสภา นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) กล่าวถึง กรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ระบุกฎหมายลูกจะเสร็จในเดือน พ.ย.61 แล้วต้องประกาศวันเลือกตั้งภายใน 150 วัน ในเดือน เม.ย.62 ซึ่งขัดแย้งกับโรดแม็ปในรัฐธรรมนูญ ที่ตีกรอบว่ากฎหมายลูกจะเสร็จอย่างช้าในเดือน มิ.ย.61 แล้ววันเลือกตั้งจะกำหนดได้ปลายปี 61 ว่า ทุกอย่างจะเป็นไปตามขั้นตอนที่รัฐธรรมนูญกำหนดไว้ ที่นายกฯคาดการณ์ไว้นั้น อาจจะเป็นการนับเวลาแบบยาวที่สุดในอีกแบบหนึ่ง แต่ก็ไม่สงสัยเกี่ยวกับกรอบเวลาการเลือกตั้ง เพราะไม่ใช่หน้าที่ของกรธ.ที่จะต้องจัดการเลือกตั้ง

พท.เย้ยคำพูด “บิ๊กตู่” ไม่น่าเชื่อถือ

นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รักษาการรองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. ระบุจะประกาศการเลือกตั้งประมาณ พ.ย.61 ว่าคงต้องช่วยกันตีความว่าสิ่งที่ พล.อ.ประยุทธ์พูดนั้นหมายถึงอย่างไร จะประกาศเพื่อจัดเลือกตั้งหลัง พ.ย.61 หรือต้นปี 62 รวมถึงวันที่อ้างว่าจะประกาศก็อาจมีการเลื่อนการประกาศหรือเลื่อนการเลือกตั้งออกไปอีก ทุกอย่างสามารถเกิดขึ้นได้หมด อย่าเพิ่งไปทึกทักเอาเองว่า พล.อ.ประยุทธ์จะประกาศจัดการเลือกตั้งในปี 61 เพราะที่ผ่านมา รัฐบาล คสช.ก็ส่งสัญญาณในลักษณะที่ไม่มีความแน่นอนแบบนี้มาตลอด เลื่อนมาเรื่อยๆ และไม่รู้จะไปประกาศที่ไหนต่อ ประชาชนตัดสินใจได้ว่าคำพูดของ พล.อ.ประยุทธ์น่าเชื่อถือเพียงใด และเอาเข้าจริงก็ถึงขั้นไม่รู้จะเชื่อใครในรัฐบาลหรือแม้แต่เครือข่ายแม่น้ำ 5 สาย ส่วนที่ พล.อ.ประยุทธ์จะอยู่ต่อถามประชาชนหรือยัง สภาพเศรษฐกิจในปัจจุบันพี่น้องประชาชนอยู่กันอย่างยากลำบาก รวยกระจุกจนกระจาย ปัญหาความเหลื่อมล้ำรุนแรง ดังนั้น ก่อนที่ พล.อ.ประยุทธ์จะไปหาคนตั้งพรรคให้ ช่วยให้ความเชื่อมั่นโดยการประกาศวันเลือกตั้งให้ชัดเจนก่อนดีกว่า

ซัดเล่นลิ้นลากเลือกตั้งไปปี 62

ร.ท.หญิง สุณิสา เลิศภควัต อดีตรองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า การที่รัฐบาลส่งสัญญาณว่าปีหน้าจะไม่มีการเลือกตั้ง และการเลือกตั้งไม่น่าจะเกิดขึ้นเร็วกว่าปี 2562 เป็นสิ่งที่สวนทางกับรัฐธรรมนูญ และขัดแย้งกับแถลงการณ์ร่วมสหรัฐฯ-ไทย ที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้า คสช. รับปากกับนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ซึ่งทำเนียบขาวได้บันทึกไว้เป็นลายลักษณ์อักษรในข้อที่ 8 โดยระบุว่ารัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์จะเร่งรัดดำเนินการออกกฎหมายลูกให้เป็นไปตามกำหนด ให้สามารถจัดเลือกตั้งได้ในปี 2561 ไม่ใช่ 2562 อย่างที่รัฐบาลพยายามเล่นลิ้นว่าสิ่งที่นายกฯจะทำในเดือน พ.ย.ปีหน้า คือประกาศว่าเมื่อไหร่จะเลือกตั้ง ไม่ได้แปลว่าจะเลือกตั้งปีหน้า แสดงถึงการเตรียมเบี้ยวสัญญา สะท้อนว่าเวลา พล.อ.ประยุทธ์อยู่กับฝรั่งแล้วกลัวหัวหด แต่พออยู่ต่อหน้าคนไทยกลับทำเป็นเล่นลิ้น ขอเตือนว่ายิ่งเลื่อนการเลือกไปนานเท่าไหร่ หายนะทางเศรษฐกิจก็จะยิ่งมาเยือนประเทศ ไทยเร็วขึ้นเท่านั้น เพราะนักลงทุนจะยิ่งขาดความเชื่อมั่นในเสถียรภาพทางการเมือง อย่างนี้แล้ว พล.อ.ประยุทธ์จะยื้ออยู่ในอำนาจเพื่อสร้างความเสียหายให้บ้านเมืองต่อไปทำไม

ยินดี “บิ๊กตู่” ลงสนามไม่เป็นอีแอบ

นายสามารถ แก้วมีชัย อดีต ส.ส.เชียงรายพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์กรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. ระบุกับคนไทยที่มาให้กำลังใจที่สหรัฐฯว่าจะหาคนตั้งพรรคการเมืองว่า เห็นด้วยถ้า พล.อ.ประยุทธ์ จะตั้งพรรคการเมืองเอง หรือไปเป็นสมาชิกพรรคการเมือง ให้เขาเสนอชื่อเป็นนายกฯอีกครั้ง เป็นเรื่องน่าสนับสนุน เพราะเป็นการเข้ามาตามครรลองประชาธิปไตย ถือเป็นเรื่องน่ายินดี แบบนั้น พล.อ.ประยุทธ์ จะถือเป็นนักการเมืองที่สมบูรณ์แท้จริง ต้องชื่นชมในสปิริต เพราะดีกว่าการเป็นนายกฯคนนอก เป็นอีแอบให้เขาเลือกกันภายหลัง และถ้า พล.อ.ประยุทธ์มาเล่นการเมืองเต็มตัวจริงเราก็ไม่ถือว่าท่านจะเป็นคู่แข่ง เพราะถือเป็นทางเลือกให้กับประชาชน เมื่อถามว่า ถ้า พล.อ.ประยุทธ์ ตั้ง พรรคการเมืองจริง จะไปรอดหรือไม่ นายสามารถกล่าวว่า ถือเป็นเรื่องท้าทายของ พล.อ.ประยุทธ์ เพราะผลโพลต่างๆของท่านก็ออกมาดี ส่วนจะไปรอดหรือไม่นั้นต้องไปถามประชาชน ผลตรงนั้นจะเป็นเครื่องชี้วัดที่แท้จริงว่าตลอดการทำงาน 3 ปี ของ พล.อ.ประยุทธ์ ประชาชนให้ความชื่นชมมากน้อยแค่ไหน เพราะคะแนนเสียงจะเป็นตัวชี้วัดที่แท้จริง

ให้ประชาชนตัดสินผลงาน 3 ปี

ด้านนายวรชัย เหมะ อดีต ส.ส.สมุทรปราการ กล่าวว่า ถ้า พล.อ.ประยุทธ์จะตั้งพรรคการเมือง หรือให้นอมินีจัดตั้งพรรคการเมืองแล้วใช้นโยบายของ พล.อ.ประยุทธ์ในการหาเสียง เสนอชื่อท่านลงชิงตำแหน่งนายกฯอย่างเปิดเผย ตั้งแต่วันรับสมัครรับเลือกตั้งจะเป็นเรื่องดีอย่างยิ่ง เพราะจะเป็นสีสันทางการเมืองและเป็นบทพิสูจน์ผลงานการบริหารประเทศของท่าน ว่าการที่ท่านยึดอำนาจเข้ามาบริหารประเทศ 3 ปีที่ผ่าน สามารถแก้ปัญหาปากท้องให้พี่น้องประชาชนได้มากน้อยแค่ไหน เพราะการเข้ามาแบบนี้จะสง่างามมากกว่าการรอเป็นนายกฯคนนอก ถ้าเข้ามาตามระบบเช่นนี้แล้วประชาชนให้การสนับสนุน นักการเมืองพร้อมยอมรับการตัดสินใจของประชาชนที่เลือกพรรคของท่านเข้ามา เพราะตอนนี้ผลสำรวจความคิดเห็นหลายสำนักก็พูดตรงกันว่าคนนิยม พล.อ.ประยุทธ์มาก ก็ให้ท่านตั้งพรรค การเมือง มาเป็นนักการเมืองแบบเต็มตัวไปเลย

ปชป.ข้องใจนายกฯพูดคลุมเครือ

นายวิลาศ จันทรพิทักษ์ อดีต ส.ส.กทม.พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า คำพูดของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้า คสช. ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา ยังมีความคลุมเครือ ไม่ชัดเจนในบางส่วน เพราะนายกฯระบุว่า จะประกาศวันเลือกตั้งในปี 2561 ก็จริง แต่เมื่อดูในคำแถลงการณ์ร่วมระหว่าง พล.อ.ประยุทธ์และประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กลับระบุว่าจะมีการเลือกตั้งภายในปี 2561 จึงยังไม่รู้ความหมายของ พล.อ.ประยุทธ์ว่าจริงๆแล้วคืออะไร การที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและ รมว.กลาโหม และนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธาน สนช. ออกมาแถลงหรือตอบคำถามสื่อมวลชน เหมือนพูดเปิดทางเพื่อช่วยนายกฯว่าจะไม่จัดการเลือกตั้งในปี 2561 จึงควรให้นายกฯเป็นผู้ตอบคำถามนี้เองจะดีที่สุด ถึงเวลานั้นหากต้องการจะเอาใจนายกฯก็ค่อยพูด แต่การออกมาพูดก่อนเช่นนี้กลับสร้างความสับสนต่อสังคมไทยมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้นายกฯยังพูดในลักษณะแทงกั๊ก กับคนไทยที่สหรัฐฯ ทั้งเรื่องจะเป็นนายกฯต่อตามที่ประชาชนเรียกร้อง หรือการจะตั้งพรรคการเมือง ที่ระบุว่ากำลังหาคนตั้งพรรคอยู่ ซึ่งสามารถตีความหมายไปได้ทั้งสองทาง ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น อาจใช้อ้างในอนาคตได้ว่าเคยพูดไปแล้ว

ไม่เชื่อ “บิ๊กตู่” ตั้งพรรคชี้รอดยาก

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า เข้าใจว่าการจะให้นายกฯกำหนดวันเลือกตั้งเลยนั้นคงเป็นไปไม่ได้ เพราะกรอบเวลาของการร่างกฎหมายลูกมีอยู่ และขอให้คำนึงถึงเรื่องความมั่นคงของสถาบันเบื้องสูงและประเทศชาติก่อนเรื่องอื่น การพูดถึงเรื่องวันเลือกตั้งมีรายละเอียดตามขั้นตอนของกฎหมายหลายจังหวะเวลา เข้าใจว่านายกฯคงมีเหตุผลและความรับผิดชอบที่สำคัญอยู่ ตามหลักการรัฐบาลปกติอยู่ครบเทอมจะใช้เวลา 4 ปี และเห็นว่ารัฐบาลที่มาจากการรัฐประหารไม่ควรอยู่ยาวนานกว่า 4 ปี ส่วนกรณีที่นายกฯระบุว่ากำลังหาคนตั้งพรรคอยู่นั้น คิดว่าเป็นการพูดแหย่เล่น เหมือนปืนลั่น เพราะถ้าจะตั้งพรรคการเมืองจริงก็เคยมีบทเรียนก่อนแล้วว่าคนที่มาจากการทำปฏิวัติ พอมาตั้งพรรคการเมืองล้วนประสบความล้มเหลวทั้งหมด ดังนั้น ควรดูสิ่งที่ผ่านมาว่าการตั้งพรรคการเมืองไม่ใช่สูตรสำเร็จ และไม่ใช่เครื่องมือในการรับรองว่าเมื่อลงจากอำนาจแล้วจะระวังหลังให้ได้ แต่ตัวที่จะการันตีได้คือผลงานของรัฐบาล ไม่ใช่มือในสภาฯ

“นิพิฏฐ์” แนะให้ย้อนดูประวัติศาสตร์

นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า กรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. ตอบคำถามคนไทยในสหรัฐฯเรื่องตั้งพรรคการเมืองนั้น ขอให้ก้าวข้ามรหัสลับในคำพูดของ พล.อ.ประยุทธ์ไปเลยจะดีกว่า เพราะไม่ว่าท่านจะตั้งพรรคการเมือง หรือหาผู้สนับสนุนเป็นรัฐบาลโดยไม่ตั้งพรรคการเมืองก็ถือเป็นสิทธิ์ของท่าน ดังนั้นเราไม่ควรวิจารณ์ และทั้งสองข้อนี้เวลานี้สถานการณ์การเมืองยังเดินไปไม่ถึงจุดนั้น เป็นเรื่องอนาคต เมื่อถามว่า ขณะนี้มีความเคลื่อนไหวของคนในเครื่องแบบสีเขียวบางส่วนกับพรรคใหม่ที่ชื่อว่า พลังชาติไทย (พชท.) นายนิพิฏฐ์ตอบว่า เป็นปกติธรรมดาของทุกครั้งหลังการยึดอำนาจ จะมีเหตุการณ์เช่นนี้ แต่ขอให้ศึกษาประวัติศาสตร์การเมืองดูว่า ถ้ามาจากอย่างนี้แล้วจะมีจุดจบอย่างไร ตามคำกล่าวที่ว่า “ประวัติศาสตร์สอนให้เรารู้ว่า เราไม่เคยเรียนรู้อะไรจากประวัติศาสตร์เลย”

คนไทยติง “บิ๊กตู่” ผลาญงบแหลก

นายอุเทน ชาติภิญโญ หัวหน้าพรรคคนไทย กล่าวถึงการเดินทางเยือนประเทศสหรัฐอเมริกาของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช.ว่า ได้ติดตามผลการหารือของผู้นำ 2 ประเทศพบว่า ประเทศไทยเจรจาขอซื้อสินค้าจากสหรัฐฯเพียงฝ่ายเดียว ไม่ว่าจะเป็นยุทโธปกรณ์ทางทหาร เนื้อหมู เครื่องในหมู ไก่งวง ถ่านหิน และยังมีแผนเพิ่มการลงทุนในสหรัฐฯอีก 8,300 ล้านเหรียญสหรัฐฯ อดแปลกใจไม่ได้ว่าเหตุใดประเทศไทยจำเป็นหรือที่ต้องทำตัวเป็นผู้ซื้อ หรือผู้ให้กับประเทศมหาอำนาจอย่างสหรัฐฯ สวนทางกับหัวหน้ารัฐบาลหรือระดับรัฐมนตรีของไทยที่ผ่านมา เมื่อไปเยือนต่างประเทศจะมีวาระการเสนอขายสินค้า การดึงนักลงทุนจากต่างประเทศมาไทย ดังนั้นครั้งนี้มีความผิดปกติอย่างเห็นได้ชัด และหากบรรลุภารกิจด้านการค้าได้เพียงเท่านี้ โดยรัฐบาลลืมนึกถึงสถานะทางการเงินของประเทศในปัจจุบัน ก็ไม่จำเป็นต้องสูญเสียงบประมาณจำนวนมากขนคณะไปใหญ่โต

“บิ๊กป้อม” ปลื้มผลการเยือนอเมริกา

วันเดียวกัน เมื่อเวลา 09.00 น. ที่กระทรวงกลาโหม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กล่าวถึงการเดินทางไปเยือนสหรัฐอเมริกาของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช.ว่า ภาพรวมถือว่าเป็นเรื่องที่ดีประเทศไทยและสหรัฐฯเองก็มีความร่วมมือในทุกๆเรื่อง ทั้งการค้า การต่างประเทศ นับว่าเป็นความสำเร็จ เพราะประเทศเรามีรัฐบาลที่มาจากรัฐประหารแต่ทางสหรัฐฯได้เชิญไปพูดคุย พร้อมทั้งให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางอาเซียน สำหรับการลงทุนการค้ากับสหรัฐฯ ทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กระทรวงพาณิชย์ ก็ยังคงต้องดำเนินการต่อไป ส่วนกรณีที่ทางสหรัฐฯมีแนวโน้มจะเชิญตนและหน่วยงานความมั่นคงของไทยไปพูดคุยนั้น ทางสหรัฐฯยังไม่ได้เชิญมา

ปัดตอบเลือกตั้งชี้นายกฯพูดแล้ว

เมื่อถามว่า โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ เป็นห่วงเรื่องปัญหาชาวโรฮีนจา รัฐยะไข่ ประเทศเมียนมา อาจจะขอความร่วมมือให้ไทยช่วยเจรากับเมียนมา พล.อ.ประวิตรตอบว่า พล.อ.อาวุโส มิน ออง หล่าย ผู้บัญชาการทหารสูงสุดของเมียนมา ได้เดินทางมาคุยกับตนแล้วในเดือนที่ผ่านมา พล.อ.อาวุโส มิน ออง หล่าย บอกว่า ชาวเบงการี (โรฮีนจา) มาตีเขาก่อน และนางอองซาน ซูจี ออกมาพูดไปแล้ว ทุกอย่างไม่เกี่ยวกับประเทศไทย เมื่อถามถึงการกำหนดวันเลือกตั้งในปีหน้า พล.อ.ประวิตรตอบว่า นายกฯพูดชัดเจนแล้ว ส่วนกระแสข่าว น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี จัดตั้งรัฐบาลพลัดถิ่นนั้น ตนไม่ทราบ พูดกันไปเอง

“บิ๊กตู่” ร่วมฉลองสุลต่านบรูไน

เมื่อเวลา 14.00 น. ที่ท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 (บน.6) ดอนเมือง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. พร้อมด้วยนางนราพร จันทร์โอชา ภริยา ออกเดินทางไปยังท่าอากาศยานนานาชาติบรูไน เพื่อเข้าร่วมพระราชพิธีฉลองสิริราชสมบัติครบ 50 ปี ของสมเด็จพระราชาธิบดีสุลต่านฮัสซานัล โบลเกียห์ แห่งบรูไนดารุสซาลาม ที่กรุงบันดาร์เสรีเบกาวัน โดยก่อนออกเดินทาง พล.อ.ประยุทธ์ทักทายผู้สื่อข่าวตามปกติ แต่ไม่ให้สัมภาษณ์ใดๆ โดยเมื่อเข้าร่วมพระราชพิธีฯเสร็จ พล.อ.ประยุทธ์ได้เดินทางกลับประเทศทันที ถึงท่าอากาศยานทหาร 2 บน.6 เวลาประมาณ 01.00 น. วันที่ 7 ต.ค.

ย้ำปลายปีหน้าประกาศวัน ลต.

ค่ำวันเดียวกัน เวลา 20.15 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช.กล่าวในรายการศาสตร์พระราชาสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืนว่า การเดินทางปฏิบัติภารกิจประเทศสหรัฐอเมริกา ตามคำเชิญของนายโดนัลด์ เจ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา เป็นการเยือนระดับนายกรัฐมนตรีของไทยอย่างเป็นทางการในรอบ 12 ปี เป็นการหารือสองต่อสอง (four-eye meeting) ตนได้ชื่นชมความสัมพันธ์ที่เป็นมิตรยาวนาน 184 ปี เรื่องการพัฒนาการเมืองไทย “ผมก็ได้ยืนยัน ท่านไม่ได้ถามอะไรผม ท่านไม่ได้ให้ความสำคัญในเรื่องนี้นะ ก็เป็นที่น่าแปลกใจแสดงว่าท่านเข้าใจ ผมก็ได้ยืนยันว่าเราเดินหน้าตามโรดแม็ป จะมีการเลือกตั้งแน่นอนในปลายปีหน้า คำว่าเลือกตั้งก็คือการประกาศวันเลือกตั้งนะ จากนั้นก็ต้องมีขั้นตอนในการดำเนินการต่ออีกประมาณ 150 วัน ก็ยืนยันไปตามนั้น ตามโรดแม็ป ท่านก็บอกว่าประเทศไทยสวยงาม คนไทยก็น่ารักนะครับ ก็เห็นในภาพ อะไรต่างๆในวีดิทัศน์ อะไรต่างๆหลายครั้ง ผมก็ถือโอกาสขอเชิญท่านประธานาธิบดีทรัมป์ และภรรยาเยือนเมืองไทยด้วยในโอกาสที่อาจจะในช่วงเดินทางไปร่วมประชุมที่เอเชียในเดือนหน้านี้ หรือโอกาสอื่นตามความเหมาะสม”

“ทรัมป์” ถามเอาไงเรื่องเกาหลีเหนือ

นายกฯกล่าวว่า ในส่วนประเด็นเกาหลีเหนืออันนี้เป็นประเด็นร้อน ซึ่งก็ไม่ได้เป็นการคาดคั้นอะไรกัน เพียงแต่ว่าได้สอบถามความคิดเห็นของเรากับเกาหลีเหนือ เรายืนยันว่าเราต้องการเห็นความสงบในคาบสมุทรเกาหลี การแก้ปัญหาที่ไม่ก่อให้เกิดความรุนแรง พร้อมที่จะร่วมมือกับสหรัฐฯ และประชาคมระหว่างประเทศ ผลักดันให้เกาหลีเหนือกลับไปสู่โต๊ะเจรจา มากกว่าไปสู่ความรุนแรง อีกเรื่องคือ ภัยการก่อการร้าย วันนี้ยืนยันว่ายังไม่พบการเคลื่อนไหวของไอซิสในประเทศไทย แม้จะมีข่าวอยู่บ้าง ก็เป็นเรื่องของการลักลอบหรืออะไรทำนองนี้ ยังไม่มีเรื่องของการใช้อาวุธ ไม่มีเรื่องของการแสดงตัวออกมา สำหรับในประเทศไทยเองก็ยังไม่มีใครที่จะไปร่วมการสู้รบ อาจจะเห็นในเว็บไซต์เราก็ไม่เกี่ยวข้อง บางที่เอาสนุกก็เขียนไปเรื่อยๆ ใครชวนอะไรก็เห็นด้วยๆไปหมด วันนี้ต้องระมัดระวังการใช้โซเชียล

ปัดไทยเป็นเศรษฐีเร่ซื้ออาวุธ

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่าได้ขอให้สหรัฐฯดูแลในเรื่องของสินค้าเกษตรของไทยให้มากขึ้น เป็นการแลกเปลี่ยนต่างตอบแทนกันทุกเรื่อง ผู้นำเขาก็จะพูดในเรื่องหลักการว่าจะมีเรื่องอะไรบ้าง แต่ในส่วนของการทำงานก็จะมีคณะทำงานที่จะต้องพูดคุยกันในรายละเอียด ว่าทำได้ ไม่ได้ ถ้าทำไม่ได้ต้องแก้ไขอย่างไร มีอุปสรรคตรงไหน การมาครั้งนี้หลายคนอาจจะมองว่าตนมาดีลกับใครหรือจะมาซื้ออาวุธ ถ้าคิดอย่างนี้มันก็ไม่ได้ล่ะ ประเทศไทยไม่ใช่ประเทศมหาเศรษฐีที่ไหน ที่มีเงินแล้วจะไปตกลงซื้ออะไรกับใครก็ได้ ทุกอย่างมันมีกระบวนการหมด อยู่ในแผนการใช้จ่ายงบประมาณประจำปีอยู่แล้ว สินค้าจากสหรัฐอเมริกาเป็นสินค้าที่มีคุณภาพ ผู้นำเขาก็ยินดีนะ เพียงแต่ต้องขอให้ดูแลในเรื่องของราคา ราคามันสูง ต้องขอบคุณคนไทยที่อาศัยอยู่ต่างประเทศ อุตส่าห์เดินทางมาจากหลายรัฐ โดยไม่ได้ไปบังคับ ถือว่าเป็นกำลังใจจากพี่น้องคนไทยที่อยู่ ต่างประเทศ ถึงแม้ว่าจะอยู่ต่างประเทศแล้ว เป็นซิติเซ่นไปแล้วยังไม่ลืมความเป็นคนไทย เป็นตัวอย่างที่ดีให้คนไทยในประเทศได้รู้สึกอย่างนี้บ้าง สำหรับบางพวกบางคนตนก็ไม่อยากจะไปกล่าวถึง

จ่อปรับระบบถ่วงดุล พนง.สส.-อัยการ

นายอัชพร จารุจินดา ประธานคณะกรรมการปฏิรูปด้านกระบวนการยุติธรรม แถลงว่า ที่ประชุมมีข้อสรุปว่าจะทำแผนการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมให้ครอบคลุม 7 ด้านคือ 1.การกำหนดเวลาดำเนินงานของหน่วยงานในกระบวนการยุติธรรมให้เกิดความชัดเจน ประชาชนสามารถตรวจสอบได้โดยไม่ล่าช้า 2.สร้างกลไกช่วยเหลือประชาชนผู้ขาดแคลนทุนทรัพย์ให้เข้าถึงกระบวนการยุติธรรม 3.สร้างกลไกเพื่อลดความเหลื่อมล้ำและความไม่เป็นธรรม 4.สร้างกลไกเพื่อให้บังคับการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด 5.ปรับปรุงระบบการสอบสวนคดีอาญาให้ถ่วงดุลระหว่างพนักงานสอบสวนและพนักงานอัยการ 6.กำหนดให้นำนิติวิทยาศาสตร์มาใช้ในการสอบสวนคดีอาญา และ 7.เสริมสร้างและพัฒนาวัฒนธรรมองค์กร พัฒนาปรับปรุงด้านรายได้สิทธิประโยชน์ให้กับบุคลากร

ด้าน พล.ท.กฤษณะ บวรรัตนารักษ์ กรรมการปฏิรูปฯ กล่าวว่า การปฏิรูปกฎหมายในครั้งนี้จะปฏิรูประบบการยุติธรรมของทหารด้วย เช่น ศาลทหาร และอัยการทหาร

อสส.ฟันธงรื้อคดีแบงก์กรุงไทยได้

นายเข็มชัย ชุติวงศ์ อัยการสูงสุด กล่าวถึงกรณีการบังคับใช้ พ.ร.บ.วิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองฉบับใหม่ จะส่งผลกระทบต่อคดีทุจริตปล่อยกู้ธนาคารกรุงไทยกับกลุ่มกฤษดามหานคร ที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองจำหน่ายคดี ในส่วนของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ไม่เดินทางมาศาลและถูกออกหมายจับ รวมถึงคดีทุจริตออกกฎหมายแก้ไขค่าสัมปทานโทรศัพท์มือถือและดาวเทียมเป็นภาษีสรรพสามิตหรือไม่ว่า คดีดังกล่าวเป็นการยื่นฟ้องคดีในกฎหมายเก่าปี 42 ที่เดิมกฎหมายเขียนว่า ไม่สามารถที่จะดำเนินกระบวนพิจารณาคดีลับหลังโดยที่ไม่มีตัวจำเลยได้ แต่กฎหมายใหม่ มาตรา 28 ให้ศาลสามารถพิจารณาคดีลับหลัง ซึ่งในบทเฉพาะกาลมาตรา 69 ของกฎหมายใหม่ระบุไว้ว่า การดำเนินการใดที่เกิดขึ้นมาโดยสมบูรณ์ตามกฎหมายเก่าแล้วนั้นจะไม่ได้รับผลกระทบ แต่ให้พิจารณาต่อไปตามกฎหมายใหม่ที่บังคับใช้ ดังนั้นความเห็นส่วนตัว คดีดังกล่าวสามารถรื้อฟื้นกลับมาพิจารณาใหม่ได้

ยันขอยื่นส่งผู้ร้ายข้ามแดนคดี “ปู”

นายเข็มชัยกล่าวว่า ส่วนขั้นตอนการตั้งคณะทำงานขึ้นมาพิจารณาเรื่องนี้ ให้อธิบดีสำนักงานคดีพิเศษที่เดิมเคยเป็นผู้ดูแลรับผิดชอบคดีเป็นผู้เสนอรายชื่อขึ้นมา และยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ขอให้นำคดีขึ้นมาพิจารณาใหม่ หากศาลฎีกาฯเห็นตรงกันเรื่องการบังคับใช้กฎหมายส่วนนี้คดีก็สามารถดำเนินการต่อได้ ส่วนกรณี น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯจะขอลี้ภัยในต่างประเทศนั้น ยังไม่ทราบว่าจะขอสถานะลี้ภัยที่ประเทศใด ซึ่งเป็นเรื่องที่ประเทศนั้นๆ ต้องเป็นผู้พิจารณา อัยการไม่มีหน้าที่เกี่ยวข้องกับส่วนนี้ แต่ในส่วนกระบวนการของไทยที่จะทำได้คือต้องติดตามตัวจำเลย โดยอัยการจะต้องยื่นขอส่งผู้ร้ายข้ามแดน แต่ต้องทราบแหล่งที่อยู่ที่ชัดเจนก่อน และสุดท้ายการพิจารณาต้องขึ้นอยู่กับดุลพินิจของฝ่ายบริหารในประเทศนั้นด้วยว่า จะให้ส่งตัวเป็นผู้ร้ายข้ามแดนหรือไม่ แม้ตามหลักสากลจะไม่ส่งผู้ร้ายข้ามแดนตามความผิดทางการเมือง แต่ขึ้นอยู่กับการตีความว่า ความผิดทางการเมืองครอบคลุมแค่ไหน หากประเทศใดขอรายละเอียดคดี น.ส.ยิ่งลักษณ์มา เราจะต้องยืนยันว่าเป็นคดีทุจริตไม่ใช่คดีความผิดทางการเมือง

ดีเอ็นเอในรถพา “ปู” หนียันใครไม่ได้

ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ต.ภาณุรัตน์ หลักบุญ รอง ผบช.น. ในฐานะหัวหน้าคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงเอาผิดทางวินัย พ.ต.อ.ชัยฤทธิ์ อนุฤทธิ์ รอง ผบก.น.5 ที่มีพฤติกรรมพา น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯหลบหนีไม่ไปฟังคำพิพากษาคดีจำนำข้าว เผยว่า ขณะนี้ผลการตรวจเทียบเคียงดีเอ็นเอที่พบในรถยนต์โตโยต้า คัมรี่ ทะเบียน ฌข 5323 กรุงเทพมหานคร ยานพาหนะต้องสงสัยพาหลบหนีเปรียบเทียบกับของใช้ในบ้านของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ และคอนโดฯของเลขาฯส่วนตัว ยังไม่มีผลออกมาอย่างเป็นทางการ สอบถามเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานระบุว่าดีเอ็นเอที่พบในรถมีสิ่งแปลกปลอมเจือปนเยอะจนไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นดีเอ็นเอของใครบ้าง อย่างไรก็ตาม เร็วๆนี้เตรียมสรุปผลสอบว่า ตำรวจที่พา น.ส.ยิ่งลักษณ์หลบหนีมีความผิดทางวินัยหรืออาญาหรือไม่ โดยจะทำรายงานสรุปผลสอบส่งให้ พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร.ดำเนินการชั้นต่อไป

ได้ฤกษ์เคาะวันสมัคร กกต.ใหม่

วันเดียวกัน ที่รัฐสภา มีการประชุมคณะกรรมการ สรรหากรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่มีนายชีพ จุลมนต์ ประธานศาลฎีกา เป็นประธาน เป็นครั้งแรก เพื่อพิจารณาสรรหาบุคคลผู้สมควรได้รับการแต่งตั้งเป็น กกต. ตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย กกต. โดยกำหนดกรอบและแนวทางสรรหาเบื้องต้น ที่ประชุมได้กำหนดให้เปิดรับสมัครบุคคลผู้สมควรได้รับการแต่งตั้งเป็น กกต. ระหว่างวันที่ 19 ต.ค.-10 พ.ย.60 คาดว่าจะสรรหาเสร็จภายใน 90 วันตามกฎหมาย และที่ประชุมได้นัดประชุมครั้งต่อไปเพื่อร่างประกาศและระเบียบต่างๆในวันที่ 18 ต.ค. สำหรับ รายชื่อคณะกรรมการสรรหา กกต. ประกอบด้วย 1.นายชีพ จุลมนต์ ประธานศาลฎีกา เป็นประธาน 2.นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธาน สนช. 3.นายปิยะ ปะตังทา ประธานศาลปกครองสูงสุด 4.บุคคลซึ่งศาลรัฐธรรมนูญแต่งตั้ง คือ นายเจริญศักดิ์ โรจนฤทธิ์พิเชษฐ์ 5.บุคคลซึ่งผู้ตรวจการแผ่นดินแต่งตั้ง คือนายไพโรจน์ กัมพูสิริ และ 6.บุคคลซึ่งคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) แต่งตั้ง คือนายประเสริฐ โกศัลวิตร

ป.ป.ช.เฟ้นหาตัวเลขาฯใหม่

พล.ต.อ.สถาพร หลาวทอง กรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ในฐานะประธานกรรมการคัดเลือกบุคคลเพื่อดำรงตำแหน่งเลขาธิการ ป.ป.ช. เปิดเผยว่า ป.ป.ช.เปิดรับสมัครบุคคลเข้ารับการคัดเลือกเพื่อดำรงตำแหน่งเลขาธิการ ป.ป.ช. โดยยื่นใบสมัครด้วยตัวเองตั้งแต่วันที่ 6-24 ต.ค.นี้ ที่สำนักงาน ป.ป.ช. จ.นนทบุรี คุณสมบัติของผู้สมัครต้องเคยดำรงตำแหน่งประเภทบริหารระดับสูงในฐานะรองเลขาธิการคณะกรรมการป.ป.ช.อย่างน้อย 1 ปี, เคยดำรงตำแหน่งหัวหน้าส่วน ราชการระดับกรมหรือตำแหน่งไม่ต่ำกว่าศาสตราจารย์ที่เคยบริหารงานในสถาบันอุดมศึกษาไม่ต่ำกว่าตำแหน่งคณบดีอย่างน้อย 1 ปี, ต้องผ่านการฝึกอบรมนักบริหารระดับสูงที่คณะกรรมการ ป.ป.ช.หรือ ก.พ.รับรอง, ผ่านการประเมินสมรรถนะหลักทางการบริหารของ ก.พ. หรือ ป.ป.ช.กำหนด และมีคุณลักษณะมีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ เข้าใจกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ผู้สมัคร ต้องยื่นคุณสมบัติพร้อมผลงานไม่เกิน 5 เรื่อง เพื่อแสดงทัศนคติและประสบการณ์ให้เห็นว่ามีความรู้ความสามารถเหมาะสม เช่น บทความทางวิชาการ ผลงานทางการศึกษา คาดว่าจะประกาศชื่อผู้ผ่านการคัดเลือกเป็นเลขาธิการ ป.ป.ช.คนใหม่ ได้หลังวันที่ 13 พ.ย.นี้

“ชลธิศ” พ้อถูกกล่าวหาปมขัดผล ปย.

ที่สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี นายชลธิศ สุรัสวดี ที่ปรึกษาพิเศษประจำสำนักนายกฯอดีตอธิบดีกรมป่าไม้ เข้ารายงานตัวกับนางพัชราภรณ์ อินทรีย์ยงค์ ปลัดสำนักนายกฯ พร้อมกับยื่นหนังสือกับปลัด สปน. และนายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ เพื่อขอความเป็นธรรม จากนั้น นายชลธิศแถลงว่ายืนยันเคารพมติ ครม.แต่ต้องการแสดงความบริสุทธิ์ใจ ตลอดการทำงานไม่มีเรื่องทุจริต โดยศูนย์อำนวยการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ (ศอตช.) และกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ไม่มีการตั้งคณะ กรรมการตรวจสอบตน อย่างไรก็ตาม ที่ถูกกล่าวหา อาจไปทำงานขัดผลประโยชน์กับบุคคลที่แสวงหาผลประโยชน์กับประเทศ โดยเฉพาะกรมป่าไม้ ต้องเข้าไปเกี่ยวกับกลุ่มนายทุน จึงอาจทำให้มีกลุ่มคนที่ไม่หวังดีโยงใยกับบางคนที่เกี่ยวข้องกับข้าราชการในกระทรวงทรัพยากรฯหรือไม่ จนทำให้เกิดความเข้าใจผิด เมื่อถามว่า อาจเป็นเพราะนามสกุลสุรัสวดีหรือไม่ นายชลธิศตอบว่า ตนเป็นหลานของนายปลอดประสพ สุรัสวดี แต่ไม่เคยฝักใฝ่การเมือง ถ้าเป็นอย่างนั้น คงได้เป็นอธิบดีตั้งแต่ปี 56 แล้ว