วันพฤหัสบดีที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

สิ่งที่ควรทำ

โดย ฟ้าคำราม

หลังจากสมาคมกีฬาฟุตบอลของอินโดนีเซียและไทย ประกาศ ความร่วมมือ พร้อมเสนอตัวขอเป็นเจ้าภาพจัดฟุตบอลโลก รอบสุดท้ายในปี ค.ศ.2034 ในการประชุมคณะกรรมการสหพันธ์ฟุตบอลแห่งอาเซียน (เอเอฟเอฟ) ครั้งที่ 12 ที่เกาะบาหลี ของอินโดนีเซีย เมื่อ วันก่อน นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา มีความเห็นตามมาที่น่าสนใจมากทีเดียว

รัฐมนตรีกีฬาบอกว่า การเสนอตัวจัดฟุตบอลโลก เป็นเรื่องใหญ่!!!

ใช้งบประมาณมหาศาล ซึ่งรัฐบาลยังไม่ขอรับปากอะไรในเรื่องนี้ตอนนี้ จนกว่าจะได้มีการศึกษาข้อมูลอย่างละเอียด พร้อมระบุด้วยว่า ที่ผ่านมา มีตัวอย่างให้เห็นว่า หลายชาติตอนได้จัดทุกอย่างดีหมด แต่พอจบทัวร์นาเมนต์ไปแล้ว เศรษฐกิจของประเทศแย่

ตรงนี้ ต้องขอปรบมือให้รัฐมนตรีกอบกาญจน์ ที่อยู่บนพื้นฐานของความเป็นจริง

แม้ว่า พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง นายกสมาคม จะยืนยันมาก่อนหน้านี้ว่า พร้อมที่จะเดินหน้าเต็มตัว เพราะจะเป็นการสร้างเศรษฐกิจให้กับประเทศ

ขณะที่ในเรื่องของสนาม ถึงแม้เรายังมีไม่เพียงพอ ส่วนอินโดนีเซียมีสนามที่ได้มาตรฐานอยู่เต็มไปหมด แต่เรื่องนี้เชื่อว่าจะแก้ปัญหาได้ เมื่อไทยแจ้งว่าจะเสนอตัว น่าจะทำให้เราได้งบประมาณในอนาคต เพื่อที่จะสร้างสนามที่เข้าหลักเกณฑ์ที่ฟีฟ่ากำหนด

แน่นอนว่า คำกล่าวของ พล.ต.อ.สมยศ ดังกล่าว ดูเหมือนจะเป็นสิ่งที่คาดว่า น่าจะ และเชื่อว่าจะได้มา เช่นเดียวกับการศึกษาหาข้อมูล อย่างเป็นทางการก็ยังไม่มี เรียกได้ว่า ยังไม่มีอะไรที่มารองรับอย่างเป็นเรื่องเป็นราวเลย ยังเลื่อนลอยอยู่

และล่าสุด ก็ยังเป็นเครื่องหมายคำถาม ในเมื่อภาครัฐมีท่าทียังแบ่งรับแบ่งสู้ หรือบางทีอาจจะเฉยๆ กับเรื่องนี้ แล้วเรื่องงบประมาณที่ต้องใช้จำนวนมาก สมาคมกีฬาฟุตบอลฯ จะเอามาจากไหน หรือจะให้เอกชนเข้ามาช่วย ก็ยังไม่รู้ว่าจะมีใครเข้ามาสนับสนุนบ้าง

ยังเป็นแนวคิดที่ลอยอยู่บนอากาศอยู่!!!

มากกว่านั้น การได้รับการหนุนหลังจากรัฐบาล ในการเสนอตัวจัดเป็นสิ่งสำคัญมากๆ แต่ดูเหมือนกระบวนการของสมาคม จะสลับกลับด้าน ไปจับมือกับอินโดนีเซียก่อน ทั้งๆที่ยังไม่มีการพูดคุยหรือสอบถามภาครัฐเลย ยังไม่มีมติอะไรเกิดขึ้นเลย

ถือเป็นเรื่องที่น่าแปลก หรือว่าสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ มีวิธีการที่นอกเหนือกว่านี้ ก็ต้องรอดูต่อไป

อย่างไรก็ตาม ถ้าในท้ายที่สุด ภาครัฐจะต้องใช้งบประมาณไปกับการเสนอตัวจัดฟุตบอลโลกจริงๆ ก็ต้องบอกว่าวงการกีฬาไทย ยังมีอีกหลายเรื่องที่จำเป็นต้องใช้เงินงบประมาณอีกมาก หากจัดลำดับดีๆ เรื่องเสนอตัวจัดฟุตบอลโลก แทบจะไม่จำเป็นเอาเสียเลย

ถ้าต้องควักสักก้อนใหญ่ๆ โครงการสร้างศูนย์ฝึกกีฬาเพื่อความเป็นเลิศของไทย ที่กระทรวงฯ เดินทางไปดูงาน ดูต้นแบบที่ญี่ปุ่นมาแล้ว เพื่อนำมาเนรมิตขึ้นในสนามกีฬาหัวหมาก ดูจะคุ้มค่ากว่ามาก ประโยชน์ที่ประเทศชาติจะได้รับในภาพใหญ่ ดู เป็นชิ้นเป็นอัน

น่าจ่ายมากกว่า และเป็นสิ่งที่ควรทำก่อน มากกว่าอีกด้วย...


ฟ้าคำราม