วันอาทิตย์ที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

คำสอนของพ่อ! หาคำตอบ ‘เด็กรุ่นใหม่’ รู้จักพระบรมราโชวาทแค่ไหน?

ไม่ใช่แค่ความสูญเสียครั้งใหญ่ในประวัติศาสตร์ไทย แต่เหตุการณ์การจากไปอย่างไม่มีวันกลับของพ่อหลวง ร.9 ได้สร้างแรงกระเพื่อมให้ชาวไทยทั้งผอง หันกลับมารำลึกถึงพระราชกรณียกิจอันสำคัญ และตระหนักถึงคำสอนของพระองค์ท่านอีกครั้งหนึ่ง 

จะว่าไปถ้าเป็นคนไทยรุ่นคุณปู่คุณย่า ตา ยาย ลุง ป้า ก็คงอินและซาบซึ้งกับพระบรมราโชวาทของในหลวง ร.9 เพราะเกิดมาทันได้เห็นเหตุการณ์เหล่านั้นกับตา แต่สำหรับเด็กๆ วัยรุ่นเจเนอเรชั่นใหม่ในยุค 4.0 แบบนี้ล่ะ พวกเขารู้จักและเข้าใจกับคำว่า พระบรมราโชวาท หรือ คำสอนของพ่อ มากแค่ไหน?

ไทยรัฐออนไลน์ ลงพื้นที่ไปสำรวจรอบๆ ท้องสนามหลวงในช่วงโค้งสุดท้ายของการเข้ากราบพระบรมศพฯ เมื่อ 2-3 วันที่ผ่านมา และหาคำตอบจากปากเด็กๆ รุ่นนี้มาให้ทราบกัน...


1. พีรวิทย์ มหาวิทยาลัยศิลปากร

คนแรกที่เราเข้าไปพูดคุยด้วย คือ พีรวิทย์ นักศึกษาชายจากมหาวิทยาลัยศิลปากร เขาเล่าถึงความรู้สึกของตัวเองว่า

“สิ่งที่พระองค์ท่านทำเพื่อคนไทยไม่มีอะไรที่สูญเปล่าเลยครับ กาลเวลาผ่านไปส่วนใหญ่คนจะชอบลืมเลือน แต่สำหรับผมสิ่งที่พระองค์ท่านทำมาตลอด 70 ปี ผมไม่มีวันลืม ใครจะลืมผมไม่ทราบนะ แต่ผมซาบซึ้งจริงๆ กับสิ่งที่พระองค์ท่านทำ”

พีรวิทย์เล่าต่อด้วยความปลื้มปีติว่า ตัวเขาเองน้อมนำหลักคำสอนของพระองค์ท่านมาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน กล่าวคือ ถ้าวันไหนอากาศไม่ร้อนจนเกินไป เขาก็จะไม่เปิดแอร์ เพราะถือว่านอกจากเป็นการช่วยชาติประหยัดพลังงาน ยังช่วยกันลดค่าใช้จ่ายภายในบ้านตามแนวคิดปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงอีกด้วย

"ผมว่าอันนี้ง่ายๆ เลย พื้นฐานที่เราทุกคนทำได้ครับ” พีรวิทย์บอก แถมนักศึกษาชายคนนี้ยังพูดทิ้งท้ายอย่างกินใจอีกว่า  “ชีวิตนี้คนวัยผมคงได้เห็นพระองค์ท่านแค่ในทีวี แล้วก็มองเห็นอีกทีแค่พระบรมโกศ ไม่เคยเห็นพระพักตร์จริงๆ แต่เราคนไทยทุกคนก็รักพระองค์ท่านกันทั้งหมดครับ”

2. จุ๋ม มหาวิทยาลัยราชภัฏธนบุรี

สำหรับ จุ๋ม นักศึกษาสาวจากมหาวิทยาลัยราชภัฏธนบุรี เธอบอกว่าเธอคุ้นเคยกับคำสอนของในหลวง ร.9 มาตั้งแต่เด็กๆ เข้าใจ และซาบซึ้งต่อพระบรมราโชวาทของพระองค์ท่านมาจนถึงวันนี้ โดยหลักการดำเนินชีวิตที่เธอยึดถือมาปฏิบัติตามรอยพระองค์ท่านคือ ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

“หนูอยากบอกว่าหนูซาบซึ้งกับทุกๆ คำสอนของพระองค์ท่าน หนูจะเป็นคนดีของสังคมค่ะ สิ่งไหนที่พระองค์ท่านเคยพูดเคยสอนไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ เศรษฐกิจพอเพียง และอะไรอีกหลายๆ อย่าง ก็จะนำมาปฏิบัติและนำมาใช้ค่ะ”

เธอบอกอีกว่า “หนูติดตามพระราชประวัติของพระองค์ท่านในเรื่องที่ พระองค์ท่านใช้ยาสีฟันจนหมดหลอด ในขณะที่คนอื่นอาจจะใช้ไม่ทันหมดแล้วก็ทิ้ง ซึ่งหนูก็ทำตามสิ่งที่พระองค์ท่านทำค่ะ คือหนูจะใช้อย่างเห็นคุณค่า เพราะว่าหนูอยู่หอด้วยทำให้ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายไปได้เยอะเลยค่ะ”

3. ชลธิรศน์ ดีจันทร์ มหาวิทยาลัยเนชั่น

ส่วนสาวนักศึกษา ม.เนชั่น อย่าง ชลธิรศน์ ดีจันทร์ เธอก็ตอบไม่ต่างกันว่า เธอรู้จักและซาบซึ้งต่อคำสอนของพ่อหลวง ร.9 เป็นอย่างดี แม้จะเกิดไม่ทันในยุคที่พระองค์ท่านทรงเสด็จฯ ไปปฏิบัติพระราชกรณียกิจทั่วประเทศ แม้ไม่ได้มีโอกาสสัมผัสอย่างใกล้ชิดเหมือนคนรุ่นคุณตาคุณยาย แต่ก็ติดตามทางทีวี รับรู้มาตลอดตั้งแต่เด็กจนโต

“หลักคำสอนของพระองค์ท่านที่หนูนำมาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน ก็มีอยู่หลายอย่างนะคะ แต่หลักๆ เลย ก็จะเป็นเรื่องของปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ซึ่งหนูยึดถือและดำเนินรอยตามมาตลอด อีกอย่างหนึ่งทางบ้านและครอบครัวของหนูก็ได้มีการนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้เหมือนกันค่ะ”

4. หมวย มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา

อีกหนึ่งสาวนักศึกษาอย่าง หมวย จากมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา เธอบอกว่า เธออินกับเรื่องปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมากๆ เป็นหลักการดำเนินชีวิตที่ทุกๆ คน รวมทั้งตัวเธอเองสามารถทำได้ 

"หนูนำหลักคำสอนของพระองค์ท่านมาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันก็คือ เรื่องปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงค่ะ พยายามบริหารเก็บออมเงิน และใช้จ่ายอย่างประหยัดยึดหลักตามปัจจัย 4 ค่ะ”

5. มุกดารัตน์ นักศึกษาจากจังหวัดบึงกาฬ

ส่วนนักศึกษาต่างจังหวัดอย่าง มุกดารัตน์ เดินทางมาไกลจากจังหวัดบึงกาฬ สีหน้าของเธอในขณะที่นั่งต่อคิวรอเข้าถวายสักการะพระบรมศพในวันนั้น ดูเหน็ดเหนื่อยจากการเดินทาง แต่เมื่อเราพูดคุยกับเธอเกี่ยวกับ หลักคำสอนของพ่อหลวงรัชกาลที่ 9 เธอกลับตอบได้อย่างคล่องแคล่วและไม่มีอาการเหนื่อยล้าเลยแม้แต่น้อย

“หนูมีโอกาสได้มากราบพระบรมศพเป็นครั้งแรกค่ะ นั่งรถมาจากจังหวัดบึงกาฬ หนูรู้สึกดีใจที่ได้มากราบพระบรมศพครั้งหนึ่งในชีวิต หนูอยากมาตั้งนานแล้วแต่ว่าไม่มีโอกาส หนูอยากจะบอกกับพระองค์ท่านว่า ยังรักและคิดถึงพระองค์ท่าน และหนูก็นำหลักคำสอนของพระองค์ท่านมาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันก็คือ ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง โดยตัวหนูจะเก็บออมเงินค่าขนมในแต่ละวันค่ะ”

นี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น ถ้าเทียบจากเด็กวัยรุ่นไทยรุ่นใหม่นับล้านๆ คน แต่อย่างน้อยคำตอบของพวกเขาเหล่านี้ก็ทำให้ผู้ใหญ่อย่างเราอิ่มเอมใจได้มากทีเดียว.