วันศุกร์ที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

แก๊งต้มตุ๋นอ้างเจ้าแห่งรัฐมอญ หลอกนักธุรกิจไทยลงทุนสนามบิน สูญ 300 ล.

เล่นใหญ่! รองอธิบดีดีเอสไอ เผยตามรวบแก๊งต้มตุ๋น อ้างตัวเป็นเจ้าแห่งรัฐมอญ หลอกนักธุรกิจไทยร่วมลงทุนเมกะโปรเจกต์ สร้างสนามบินในเมียนมา เสียหายกว่า 300 ล้านบาท

เมื่อเวลา 17.00 น. วันนี้ 6 ต.ค. 60 พ.ต.ต.สุริยา สิงหกมล รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เปิดเผยว่า ทางหน่วยข่าวกรองของดีเอสไอ ได้ดำเนินการตรวจสอบพฤติกรรม หลังพบว่ามีกลุ่มขบวนการแอบอ้างเป็นเจ้าแห่งรัฐมอญ และใกล้ชิดกับผู้ใหญ่ในประเทศเมียนมา หลอกลวงนักธุรกิจไทย ซึ่งล่าสุดหลอกนักธุรกิจไทยกว่า 100 บริษัท ให้ร่วมลงทุนในเมกะโปรเจกต์ สร้างสนามบิน และสิ่งก่อสร้างขนาดใหญ่ในเมียนมา มูลค่า 300 ล้านบาท โดยขบวนการดังกล่าวมีการแต่งกายเลียนแบบข้าราชการระดับสูงในประเทศไทย และเมียนมา พร้อมมีการนำรูปลงในโซเชียล เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ ก่อนเสนอ พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีดีเอสไอ เพื่อขออนุมัติเป็นคดีพิเศษ 217/2560 กรณีการนำเข้าข้อมูลบุคคล นิติบุคคล และข้อมูลที่เกี่ยวข้องอันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์

"กระทั่งได้มีการออกหมายจับ ผู้ต้องหา 3 ราย เมื่อวันที่ 4 ต.ค.ที่ผ่านมา คือ 1. นางสุภัตทา จันทรรังษี สัญชาติไทย ประธาน กรรมการบริษัท ฮัจยี กรุ๊ป จำกัด(ไทย) 2. นายโกสินธ์ จินาอ่อน สัญชาติไทย และ 3. นายกอว มิน อู (Mr.KYAW MYINT OO) หรือ เทพโยธิน มหาทุน สัญชาติชาวเมียนมา ในฐานความผิด ร่วมกันโดยทุจริต หรือโดยหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน อันมิใช่การกระทำความผิดฐานหมิ่นประมาทตามประมวลกฎหมายอาญาและร่วมกันเผยแพร่หรือส่งต่อซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์โดยรู้อยู่แล้วว่าเป็นข้อมูลคอมพิวเตอร์ อันเป็นเท็จ" พ.ต.ต.สุริยา กล่าว

รองอธิบดีดีเอสไอ เผยอีกว่า ต่อมาวันที่ 5 ต.ค. เจ้าหน้าที่ดีเอสไอ จับกุม นางสุภัตทา และ นายโกสินธ์ ได้บริเวณย่านลาดพร้าว กรุงเทพฯ ก่อนทหารอายัดตัว และนำไปสอบสวนที่ค่ายทหาร มทบ.11 เนื่องจากเกี่ยวกับความมั่นคงและหลายฐานควมผิด ไม่สามารถเปิดเผยได้ เบื้องต้น ผู้ต้องหารับสารภาพว่าร่วมกันก่อเหตุจริง ส่วนนางสุภัตทา จันทรรังษี ที่มีนามสกุลตรงกับ พล.ต.ท.วิโรจน์ จันทรังษี อดีต ผบช.น.นั้น จากการสอบถามเจ้าตัวแล้ว ทราบว่าไม่มีความเกี่ยวข้อง แค่นามสกุลตรงกัน ทั้งจากแนวทางการข่าวทราบว่า ตัวนางสุภัตทาจะแอบอ้างว่ารู้จักกับผู้ใหญ่ฝั่งเมียนมา และสามารถขอสัมปทานโครงการต่างๆ ได้ ส่วนนายโกสินธ์ จินาอ่อน ทราบว่าเป็นอดีต บก.นิตยสารท้องถิ่นฉบับหนึ่ง และร่วมขบวนการสร้างเว็บไซต์และข่าวให้น่าเชื่อถือ ประกอบกับ นายกอว มิน อู หรือ เทพโยธิน มหาทุน สัญชาติชาวเมียนมา จะแอบอ้างเป็นกษัตริย์มอญ ขณะนี้ยังหลบหนีอยู่ที่ประเทศเมียนมา

พ.ต.ต.สุริยา กล่าวอีกว่า บ่ายวันที่ 6 ต.ค. เจ้าหน้าที่มาตรวจค้นบริษัท ฮัจยี กรุ๊ป จำกัด(ไทย) ของนางสุภัตทา ที่อยู่ใน ต.บึง อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี พบป้ายหน้าบริษัทเปลี่ยนเป็น บริษัท ฮัจยะส์ กรุ๊ป จำกัด เบื้องต้น พบปืนลูกโม่ 1 กระบอก พร้อมกระสุน .38 จำนวน 1 กล่อง เอกสารการหลอกลวง เช็คเงินสด และผังการวางแผนแบ่งงาน ซึ่งเจ้าหน้าที่ยึดไว้ตรวจสอบ ขยายผลต่อไป ทั้งนี้ วันที่ 9 ต.ค.นี้ ทราบว่า จะมีผู้เสียหายในคดีนี้บางส่วนเดินทางมาที่ดีเอสไอ เพื่อให้ปากคำในฐานะพยาน อยากฝากประชาสัมพันธุ์ถึงประชาชนและผู้เสียหาย ที่เคยถูกขบวนการดังกล่าวแอบอ้าง และหลอกลวงสร้างความเสียหาย ให้ประสานมายังดีเอสไอได้ตลอดเวลา.