วันศุกร์ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ทราย แชร์ประสบการณ์ในศรีธัญญา เปิดภาพรพ.บ้าที่ไม่ค่อยมีใครเคยเห็น

หลังจากที่ นักแสดงสาว ทราย อินทิรา เจริญปุระ ได้เปิดใจว่า คุณแม่เป็นโรคซึมเศร้า และตนก็ได้พาคุณแม่ไปอยู่โรงพยาบาลศรีธัญญา จากนั้นเลยเกิดประเด็นดราม่าขึ้นมาอย่างรุนแรง ซึ่งหลายคนก็ยังคาใจว่า เพราะเหตุใด เธอจึงพาคุณแม่ไปอยู่ที่นั่น ทำไมแค่นี้ถึงดูแลแม่ตัวเองไม่ได้ 

ล่าสุด ทราย ก็ได้โพสต์แชร์ประสบการณ์เรื่อง โรงพยาบาลศรีธัญญาให้ได้รู้ เพราะที่ผ่านมา ทุกคนจะรู้แต่เพียงว่า โรงพยาบาลศรีธัญญา คือที่ที่มีแต่คนบ้ามารักษาตัวเท่านั้น เหมือนในละครที่เคยดู โดย ทราย ได้โพสต์ผ่านอินสตาแกรมส่วนตัวว่า

"สปช. สร้างเสริมประสบการณ์ชีวิตเรื่องศรีธัญญากัน - เราเข้าใจว่าหลายคนรู้สึกชอบกลกับ "ศรีธัญญา" เราเข้าใจฟีลนะ แต่จริงๆ ก็เหมือนโรงพยาบาลโรคเฉพาะทางอื่นๆ อย่างศูนย์หัวใจ หรือศูนย์โรคมะเร็ง ที่จะมีคุณหมอ และบุคลากรผู้เชี่ยวชาญกับโรคเฉพาะทางนั้นๆ

จริงๆ โรงพยาบาลรักษาจิตเวชเฉพาะทางที่เป็นเอกชนก็มีค่ะ แต่ไกลบ้านเรามากๆ แต่ก่อนแม่ก็เคยหา หมอเองก็ยังออกปากว่าการเดินทางไกลๆ รถติดๆ ก็สร้างความเครียดทั้งคนไข้และคนพามาเปล่าๆ

ไปอยู่โรงพยาบาลนี่ แม่ต้องผ่านการคัดกรอง การตรวจ คุยกับหมอ ซักประวัติเทียบกันทั้งจากแม่และจากเรา เราโดนซักประวัติ 3-4 รอบกว่าจะไปถึงวอร์ด (แต่เจ้าหน้าที่และบุคลากรทุกจุดติดต่อใจเย็นมากๆ ค่ะ กราบหัวใจเลย) ต้องติดต่อคุณพยาบาลทุกครั้ง ต้องให้เบอร์ติดต่อ

เพื่อที่พยาบาลจะได้โทรรายงานอาการผู้ป่วยได้ตลอด เพราะการให้ญาติไปเยี่ยมตลอดจะทำให้ผู้ป่วย (ซึ่งส่วนใหญ่ก็มาเพราะโดนสปอยล์มาจากบ้าน) ยิ่งงอแง หลายคนอาจจะงงว่าทำไมแม่ยอมมา

จริงๆ หมออยากให้มาตั้งแต่แม่ขู่ฆ่าตัวตาย ทำร้ายคนในบ้านแรกๆ แล้ว แต่ก็นะ...คนเป็นลูกไม่ได้ทำใจง่ายๆ จนหลังๆ หนักขึ้นเลยต้องหาบุคคลที่ 3 มาช่วยกันพูด เพราะลำพังกับลูก แม่ดื้อมากๆ ดีว่าแม่มีเพื่อนที่คุ้นกัน และแม่ยังจำได้ อาสามาเป็นตัวช่วย

แม่อยู่ห้องสะอาดสะอ้านโปร่งโล่งแบบในภาพนี้ค่ะ ห้ามญาตินอนเฝ้า แต่ต้องมีน้องผู้ดูแลพิเศษเฝ้าตลอด 24 ชั่วโมง ผลัดกันเวรละ 8 ชั่วโมง อาหารสั่งได้นะคะ (ยกเว้นผู้มีข้อจำกัดทางอาหาร เช่น มีโรคประจำตัว) มีกิจกรรมกลุ่มให้แม่พูดคุย ทำอาหาร ห่อขนมจีบ (เรายังบอกแม่เลยว่าจำสูตรไว้ด้วยนะ จะเอามาทำในอร่อยสร้างภาพ) กายภาพ ฯลฯ

ญาติก็ต้องเข้ากลุ่มพบผู้เชี่ยวชาญ เพื่อพูดคุย และรับแนวทางการดูแลต่อหลังจากออกจากโรงพยาบาล คนไข้ก็จะมีอบรมด้วยนะคะ ว่าวิธีปฏิบัติตัวเวลาออกไปอยู่ข้างนอกควรจะเป็นยังไง

แม่อยู่มาอาทิตย์นึงแล้วค่ะ หมอบอกว่าอย่างต่ำต้อง 2 อาทิตย์ เพื่อสร้างวินัยใหม่ ตอนนี้แม่กินข้าว/กินยา/นอนตรงเวลา (ไม่ดื้อกับพยาบาลเหมือนกับลูกเนาะ555) ร้องไห้น้อยลง การรับรู้วันเวลาดีขึ้นมาก และไม่ค่อยเกรี้ยวกราดแล้ว

รายละเอียดการรักษา และการเข้าเยี่ยมเป็นไปอย่างเคร่งครัด เราหวังว่าแม่จะดีขึ้นเร็วๆ รู้ว่าหวังให้หายเลยมันเป็นไปไม่ได้แล้ว แต่ถ้าแม่จะมีความสุขขึ้น ได้ยิ้ม ได้คุยเล่นกันบ้าง เราก็ดีใจแล้ว

แนะนำให้มาหาหมอจริงๆ นะ เครียด นอนไม่หลับ หรือคุณพ่อคุณแม่ใครเริ่มเข้าสู่วัยปลาย มีนิสัยมีวิถีชีวิตที่แปลกไป ก็มาคุยได้ค่ะ ไม่น่ากลัวเลย :)".