วันพฤหัสบดีที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

‘ปุ๊กลุก’ สะดวกจิ้น ‘ไมค์’ แค่ในจอ นอกจอซุ่มคุย “หนุ่ม” นอกวงการ?!!

อินเตอร์มาเต็ม...ม พุ่งทะลุจอ สำหรับ ปุ๊กลุก-ฝนทิพย์ วัชรตระกูล นางเอกสาวจากละครเรื่อง “นายฮ้อยทมิฬ” ทางช่อง 7 พิสูจน์ความสามารถเหลือล้น หากมีความตั้งใจแล้วอะไรๆ ก็หยุดยั้งเอาไว้ไม่ได้ โดยเฉพาะการพูดภาษาอีสาน ซึ่งไม่ใช่สิ่งที่ถนัดแต่ก็เว่าแล้วแฟนๆไม่ดราม่า ยิ่งประกบกับไมค์-ภัทรเดช พระเอกคู่จิ้นสุดหล่อคนเดิม งานนี้เรื่อง “หัวใจ” ต้อง “ลุ้น” กันต่อไป แต่ที่แน่ๆ สวยระดับ มง (กุฎ) ลง อย่าง ปุ๊กลุก มีคนจีบเพียบ แต่ใครจะ “วิน” ต้องรอคำตอบกันต่อไปค่า...า คุณขา...า ใน “คนดังนั่งคุย”

เรื่องนี้จะเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับคนอีสาน ต้องพูดอีสานด้วยหรือเปล่า

“ต้องพูดอีสานยากมาก อาทิตย์แรกๆที่ไปถ่ายทำเหนื่อยมากๆ กังวลว่าจะพูดผิด จะท่องบททุกวันให้พี่แม่บ้านที่บ้านมาช่วยฟังด้วยเพราะว่าเขาเป็นคนอีสาน ภาษาอีสานมันยากตรงที่มันไม่สามารถใส่วรรณยุกต์ได้บางคำ ซึ่งเราก็ไม่สามารถจำวรรณยุกต์ได้เราก็เลยจำเป็นต้องฝึก หนูมีความรู้สึกว่าหนูรับเล่นแล้วหนูต้องเต็มที่กับมันค่ะ ต้องทำให้ได้ จะต้องแบบว่าคนดูดูเราแล้วต้องชมว่าพ่อแม่เป็นคนอีสานหรือเปล่า? ทำไมพูดเหมือนจังหนูต้องการฟีลแบบนี้ ก่อนนอนหนูก็จะฟังเสียงอัดของพี่ที่เป็นคนอีสานค่ะเขาจะอัดมาให้ฟังหนูก็ฟังก่อนนอนทุกคืน หนูว่าละครแต่ละเรื่องที่เรารับยากแล้วนะเรื่องนี้ยากยิ่งกว่า หนูจะอ่านบทของคนอื่นด้วยเพราะบางทีเราเล่นด้วยกันถ้าเขาส่งมาแล้วเราทำหน้างงไม่รู้ความหมายก็ไม่ได้ ในความคิดหนูภาษาอังกฤษว่ายากแล้วภาษาอีสานยากกว่าเยอะเลยค่ะ พอตอนหลังอยู่ในกองพี่ๆ เขาจะพูดภาษาอีสานใส่กันตลอดเราก็จะพอเข้าใจแล้ว”

เราต้องมาพูดภาษาอีสานแบบนี้กลัวการเปรียบเทียบไหม

“ส่วนตัวหนูเล่นละครรีเมกมาตลอดอยู่แล้ว การโดนเปรียบเทียบมันเป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว ถ้าสมมติเรามาคอยคิดว่าเราจะทำยังไงให้ดีกว่าเขา ทำยังไงให้คนมาชอบเรา หนูว่ามันกดดันตัวเองเกินไป หนูแข่งกับตัวเองดีกว่า ให้คนอีสานตัดสินหนูคิดว่ามันเป็นสิ่งที่ถูกต้อง ในเมื่อเราเล่นเป็นคนอีสานเราต้องพูดเหมือนคนอีสาน เพราะฉะนั้นถ้าคนอีสานดูเขาจะรู้ว่าหนูโอเคหรือยัง หนูตั้งใจอยากได้รับกระแสตอบรับแค่ทำไมพูดเหมือนจังเลย เหมือนคนอีสานเลย อย่างที่หนูบอกค่ะ แต่หนูผ่านการเปรียบเทียบกับคนอื่นมาค่อนข้างเยอะก็เลยไม่ค่อยกดดันถ้าจะเอาไปเปรียบกับคนอื่น” ในกองไมค์มีช่วยเราเรื่องภาษาไหม “ช่วยค่ะทุกคนช่วยกันหมดเลย ใครที่พูดภาษา อีสานได้จะคอยสอนหนูตลอด เพราะบางทีเราออกเสียงเพี้ยน ตัวเราเองเนี่ยจะไม่รู้แต่ว่าถ้าเป็นคนอีสานเนี่ยเค้าจะฟังออกเลยว่าเพี้ยน”

เดินทางไปกี่กิโลคะเรื่องนี้

“หลายโลเลยค่ะ มีไปสระบุรี รังสิตคลอง 12 บ้าง แต่ละที่แต่ละจังหวัดมีหลายจุด ส่วนคาราวานควายเนี่ยเราจะถ่ายกันที่สระบุรี แดดแรงมากหนูดำขึ้นเยอะเลย (หัวเราะ) ละครเรื่องมันจะต้องถ่ายแบบแห้งแล้งใช่ไหมคะเพราะมันเป็นละครทางภาคอีสาน ฝนตกก็ถ่ายไม่ได้ ต้องถ่ายตอนแดดจัดๆ ซึ่งร้อนมาก แต่หนูก็เต็มที่นะจะไม่มีมาขอไม่เอาได้ไหม แต่จะมีแค่ตอนพักหนูจะขอร่มหน่อย” ส่วนใหญ่เราจะได้เป็นนางเอกสายภูธร “หนูคิดว่าตัวหนูเล่นบทไหนจะต้องตีบทให้แตกนะ ถ้าวันนึงหนูได้บทคุณหนูก็คงต้องพยายามเยอะหน่อยด้วยสีผิวและใบหน้าของเราอาจจะยากแต่ก็คิดว่าทำได้ (หัวเราะ)” ความสนุกสนานที่เราได้จากเรื่องนี้ “ความสนุกของละครเรื่องนี้หนูว่ามันครบรส เวลาบู๊มันจะตื่นเต้นสนุกค่ะ แล้วละครเรื่องนี้จะมีเพลงด้วยเพราะเป็นละครแนวละครเพลงเราก็จะมีเพลงค่อนข้างเยอะและมีพี่ๆนักร้องลูกทุ่งมาสร้างสีสันให้กับบทเพลงด้วยเยอะเลย หนูกับไมค์ก็มีโอกาสได้ร้องเพลงคู่กันด้วย”

เพลงคู่ที่ร้องกันกับไมค์เป็นอย่างไรบ้าง

“ชื่อเพลง อาการรัก ค่ะ ยากมากหนูว่าเพลงลูกทุ่งจะมีเอกลักษณ์ส่วนตัว ถ้าเป็นพี่ไผ่ หรือพี่ข้าวทิพย์ร้องเหมือนเขาพูดอีสานอยู่แล้วเวลาฟังก็โอเค แต่เวลาหนูร้องมันจะเป็นเหมือนพยายามเหมือนมากกว่า หนูก็เลยจะให้พี่ข้าวทิพย์ช่วยดูช่วยเกาให้ดู คือเราไม่ได้อยากได้แค่ร้องได้ แต่อยากได้แบบเราร้องดีเลย ปกติหนูก็ชอบร้องเพลงแต่พอมาเจอลูกทุ่งหนูว่ายากมาก” ปกติเรากับไมค์จะสนิทกันแต่ในเรื่องเราต้องไม่ชอบขี้หน้ากันแบบนี้ทำเขาลงเหรอ “ส่วนใหญ่ถ้าเป็นฉากทะเลาะกันเราจะคุยกันก่อนหน้านี้แล้วว่าแยกกันก่อนนะจะไม่คุยกันคือให้รู้กันในอารมณ์ที่เขาก็อยากจะง้อเราแต่เราก็จะตีตัวออกห่าง เพื่อเอาความรู้สึกจริงๆ ทั้งหมดไปใส่กันในละคร เราจะสร้างสถานการณ์ขึ้นมาเองเพราะว่าเวลาเราไปเข้าฉากเราจะอยู่ในภาวะอารมณ์นั้นๆ อยู่ก็จะทำให้เล่นง่ายขึ้น”

พอมาเล่นละครเรื่องนี้คู่กันอีกคนก็เชียร์กันให้จิ้นนอกจอ

“หนูว่ามันเป็นความโชคดีของหนูนะที่เล่นละครแล้วคนเชียร์เรา ถ้าเราเล่นแล้วไม่มีคนเชียร์มันเท่ากับว่าเราตีบทไม่แตก มันเหมือนทำไมมายัดเยียดความรักให้กับคน 2 คนแต่ไม่มีใครลุ้นให้เรารักกันเลยหรอ เราในบทของละครเรื่องนี้เราก็จะไม่ลดมาตรฐานเดิม เราต้องทำให้คนมีความเชื่อเดิมว่าสุดท้ายแล้วพระนางก็ต้องมาชอบกันนะ มารักกันนะ ถึงแม้ว่าต้นเรื่องเราจะตีกันก็ตาม จะตีกันยังไงก็แล้วแต่ก็ต้องมีเคมีให้คนรู้สึกว่าอยากให้รักกัน ถ้าให้ลุ้นมารักกันจริงๆนอกจอ หนูว่าอยู่กันเป็นเพื่อน แบบนี้ดีแล้วมันทำงานได้ง่าย” มีความเป็นไปได้บ้างไหมเพราะมีคนลุ้นกันเยอะมาก “หนูว่าแบบนี้มันกำลังดี มันสบายใจดี หนูว่าเป็นเพื่อนกันมันไม่มีทะเลาะกันทำงานได้สบายใจกว่า เวลามีปัญหาเราสามารถมาแชร์กันได้” เวลามีข่าวด้วยกันเราคุยกันไหม “คุยค่ะ ต่อให้หนูมีข่าวกับคนอื่นสุดท้ายมันก็ตกมาอยู่ที่ไมค์อยู่ดี (หัวเราะ) ค่อนข้างชินค่ะเพราะว่ามันไม่มีอะไร”

สัญญาช่องเราต่อไหม

“ยังอยู่เหมือนเดิม ยังอยู่อีกนาน เพิ่งต่อไปเมื่อปีที่แล้วเอง ตัดสินใจอยู่ต่อเพราะหนูเกิดมาจากที่นี่ แล้วก็ไม่มีเหตุผลอะไรที่เราจะต้องไม่ต่อ ที่นี่ผู้ใหญ่ก็มอบโอกาสที่ดีให้กับหนูเสมอ หนูคิดว่าเป็นครอบครัวที่อบอุ่นตั้งแต่เด็กจนตอนนี้เราได้สิ่งที่ดีๆจากผู้ใหญ่เสมอ ทำให้เราได้มีโอกาสแสดงความสามารถของเราได้อย่างเต็มที่ก็เลยไม่ได้รู้สึกน้อยใจหรืออะไร แฮปปี้มีความสุขดีค่ะ” ช่วงนี้หลายคนฉีกสัญญา เยอะ “คนแต่ละคนก็คงอยากจะมีเส้นทางของตัวเอง แต่หนูยังรู้สึกว่าอยู่ที่นี่แล้วอบอุ่น” เราต่อไปทั้งหมดกี่ปีแล้ว “ตอนแรก 2 ปี ตอนเป็นนางงามแล้วหนูก็มาต่อ อีก 5 ปี ตอนนี้ต่ออีก 3 ปี น่าจะใช่นะคะ (หัวเราะ) เพราะหนูอยู่มา 7 ปีแล้วค่ะ”

มองย้อนกลับไป 7 ปีแรกที่เราก้าวเข้ามาเป็นอย่างไรบ้าง

“ขอบคุณทุกๆปัญหาในชีวิตนะคะ ขอบคุณทุกเรื่องราว ขอบคุณทุกๆการล้มของเรา ทุกอย่างเป็นครูหมดเลย มองย้อนกลับไปหนูคิดว่าวันนั้นทำทุกอย่างเต็มที่แล้ว แต่สิ่งเดียวที่หนูว่าไม่รู้เลยคือประสบการณ์ วันนั้นที่เราพลาดเพราะประสบการณ์เราน้อยไม่ใช่จิตใจหรือเจตนาเราไม่ดี เราขอบคุณทุกๆเรื่องราวในชีวิตเลย เราอาจจะเจอเรื่องไม่ดีมากกว่าคนอื่น ทุกคนเจอปัญหาเหมือนกันทุกคน แต่หนูอาจจะเจอในแบบที่ทุกคนเห็นและรับรู้กันเยอะ ทำให้เราได้เปลี่ยนการวางตัว การใช้ชีวิตได้ไว ทำให้เราได้โตไวกว่าคนอื่น ฉะนั้นทุกๆ ปัญหาของชีวิตมันคือครูของเรา ทำให้เราสามารถแบ่งปันให้กับคนอื่นๆได้ว่าเรื่องนี้เราเคยเจอมาแล้วเดี๋ยวมันก็ผ่านไปขอให้คิดดีไว้ หนูเชื่อนะว่าวงการบันเทิงต้องการคนดีและมีคุณภาพอยู่เสมอ เราควรมีวินัย ตรงต่อเวลา เราต้องอ่อนน้อมอยู่เสมอ ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหนเราจะไปถึงจุดที่สูงแค่ไหนก็แล้วแต่เราก็ต้องเป็นเหมือนเดิม”

สายตาคนนอกมองว่าปุ๊กลุกเป็นสายมั่นสายแรง

“เป็นสิ่งที่ทุกคนมองหนูมาแบบนี้อยู่แล้วมองมาตั้งแต่ต้น เราอาจจะไม่สามารถไปเปลี่ยนแปลงความคิดของเขาได้ แต่ถ้าถามว่าเรามีมุมร้องไห้ไหม มันมีอยู่แล้วพี่เราไม่ได้สตรองอยู่ตลอดเวลา แต่ภาพที่คนเห็นส่วนใหญ่จะเห็นเราในทำนองว่ามีคนมาว่าเราเราจะไม่ยอม แต่เขาไม่รู้เลยว่าจริงๆแล้วการโต้ตอบกลับไปของเราอะเราร้องไห้อยู่ในใจนะจริงๆ เป็นคนแข็งนอกอ่อนในนะ หนูว่าทุกคนบนโลกใบนี้มีทุกมุมเหมือนกัน มียิ้ม หัวเราะ ร้องไห้ ทุกคนต้องมี แล้วแต่ว่าคนจะมองเราในมุมไหน ซึ่งทุกวันนี้ก็มีคนมองหนูในมุมนั้นๆอยู่แต่หนูเชื่อว่าถ้าสักวันมีคนเจอหนูเขาจะสามารถไปพูดว่า เราน่ารักนะจริงๆแล้ว และหนูก็เชื่อว่าถ้าวันนี้เราทำสิ่งที่ดีๆ ทุ่มเทไปหมดแล้วอาจจะยังไม่มีใครเห็น แต่สักวันนึงต้องมีคนเห็นแน่นอนหนูเชื่อแบบนั้น”

ตอนนี้ตกลงปลง ใจกับหนุ่มคนไหนหรือยัง

“ยังค่ะ (หัวเราะ) หนูก็มีคนคุยนะคะแต่ว่าหนูจะสบายๆหนูยังแฮปปี้กับแบบนี้อยู่ค่ะ เลยยังไม่คิดว่าเราต้องมีแบบจริงจัง เรายังไม่รู้ว่าต้องเปิดตัวว่าเราต้องมีแล้วนะ หนูยังเรื่อยๆอยู่ บางคนเข้ามาเขาก็ไม่เข้าใจการทำงานของเรา แต่ถ้าจะให้เรามาเปลี่ยนแบบรับงานน้อยลง เพื่อให้คนคนนึงเข้าใจหนูก็ไม่ค่ะ เพราะหนูคิดว่าช่วงนี้หนูยังทำงานได้เยอะอยู่ยังสามารถกอบโกยได้ เพื่อวันหนึ่งพ่อแม่เราจะได้สบายด้วย ถ้าวันหนึ่งหนูจะมีครอบครัวหนูต้องใช้เวลาศึกษาเขานิดนึงเพราะไม่ใช่ว่าปากบอกเข้าใจเราแต่จริงๆไม่แฮปปี้หนูก็ไม่โอเคนะ” อย่างคนที่คุยด้วยคนนี้ล่ะ เขาเข้าใจเราไหม “ก็ดีค่ะ เขาเหมือนเป็นทั้งเพื่อนทั้งพี่เรามากกว่า ก็สนิทระดับนึงแต่ก็ยังไม่ใช่แฟน เพราะการที่เราจะศึกษาใครสักคนนึงหนูว่ามันมีหลายปัจจัย แล้วอีกอย่างเราอยู่ในวงการบันเทิงถ้าเราเปิดตัวแล้วสมมติเราเลิกไปเราเป็นผู้หญิงมันก็จะดูไม่ค่อยสวยเท่าไหร่ เพราะฉะนั้นหนูว่าถ้าเรายังไม่ชัดเจนอย่าเพิ่งดีกว่า”.