วันพฤหัสบดีที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เทศบาลนครนนทบุรี...ต้นแบบ เปลี่ยนเลขหมายประจำบ้านมาตรฐาน

สภาพการขยายตัวของเมืองทำให้พื้นที่เขตเทศบาลนครนนทบุรี จ.นนทบุรี ที่มีพื้นที่ติดกับกรุงเทพมหานคร กลายเป็นพื้นที่ทำเลทองที่ประชาชนในทุกระดับชั้นเข้ามาอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก พื้นที่เขตเทศบาลนครนนทบุรี มี 38.9 ตารางกิโลเมตร มีบ้านเรือนมากถึง 146,974 หลังคาเรือน มีจำนวนประชากรทั้งสิ้น 255,633 คน

ด้วยสภาพบ้านเรือนที่กระจายปลูกสร้างเกือบจะเต็มพื้นที่ การกำหนดบ้านเลขที่ในระบบเดิมจะกำหนดตามพื้นที่ของแต่ละหมู่ ซึ่งเป็นพื้นที่โซนกว้างๆ โดยการกำหนดบ้านเลขที่จะกำหนดให้ตามลำดับการปลูกสร้างก่อน-หลัง ทำให้บ้านเลขที่กระโดดข้ามพื้นที่ไม่เรียงกันเป็นระเบียบก่อให้เกิดปัญหาต่างๆ ได้แก่

การตรวจสอบและค้นหาที่ตั้งของบ้านในเขตเทศบาลนครนนทบุรีทำได้ยากมาก เมื่อมีเหตุร้ายตำรวจใช้เวลานานกว่าจะพบบ้านที่เกิดเหตุ หรือรถพยาบาลวนเวียนหาบ้าน บางครั้งอาจไม่ทันกาลที่จะช่วยเหลือชีวิตผู้ป่วยได้

รวมถึงการกำหนดหน่วยเลือกตั้งและที่เลือกตั้งของบ้าน ไม่สามารถกำหนดที่เลือกตั้งได้ตรงกับที่อยู่จริง ทำ ให้ประชาชนไปใช้สิทธิเลือกตั้งน้อย เนื่องจากหน่วยเลือกตั้งไกลบ้าน และบ้านรื้อถอนหรือบ้านที่ถูกเวนคืนหรือถูกไล่ที่ที่ได้รื้อถอนไปแล้ว แต่ยังคงถือทะเบียนบ้านไว้ โดยไม่ได้แจ้งจำหน่ายทะเบียนบ้านต่อนายทะเบียนทำให้เกิดปัญหา

ดังนั้น นายสมนึก ธนเดชากุล นายกเทศมนตรีนครนนทบุรี จึงได้มอบนโยบายให้นายสิทธิพล วงษ์ดนตรี ปลัดเทศบาลนครนนทบุรีใน ฐานะนายทะเบียนท้องถิ่นเทศบาลนครนนทบุรีในขณะนั้น เมื่อ พ.ศ.2547 ดำเนินโครงการปรับปรุงเปลี่ยน แปลงเลขหมายประจำบ้านในพื้นที่เขตเทศบาลนครนนทบุรีขึ้นในครั้งแรก เพื่อให้ตรงกับสำนักทะเบียนกลาง ที่ให้กำหนดเรียงลำดับบ้านในแต่ละถนน ตรอก ซอย

โดยเปลี่ยนแปลงการกำหนดบ้านเลขที่ในระบบเดิม ซึ่งกำหนดเลขที่บ้านตามพื้นที่ของหมู่ เป็นการกำหนดเลขที่บ้านตามพื้นที่ของแต่ละถนน ตรอก ซอย โดยฝั่งซ้ายของถนน ตรอก ซอย ให้กำหนดเลขที่บ้านเป็นเลขคี่ เช่น 1 3 5 7 9 และฝั่งขวาให้กำหนดเลขที่บ้านเป็นเลขคู่ เช่น 2 4 6 8 10 เรียงกันไปตามลำดับบ้านในแต่ละถนน ตรอก ซอย จนครบทุกหลัง เริ่มแก้ไขเปลี่ยนแปลงเลขที่บ้านในพื้นที่ตำบลท่าทราย เป็นตำบลแรกใน พ.ศ.2548

หลังจากการรัฐประหาร เมื่อวันที่ 19 กันยายน 2549 เป็นต้นมา สภาพการเมืองในขณะนั้นไม่มีความแน่นอน เทศบาลนครนนทบุรีจึงไม่สามารถดำเนินงานตามโครงการต่อได้ จนเมื่อปลาย พ.ศ. 2554 ขณะนั้นนางพรศรี กิจธรรม เป็นปลัดเทศบาลนครนนทบุรี จึงได้เริ่มดำเนินโครงการเปลี่ยนแปลงเลขที่บ้านในพื้นที่ตำบลบางกระสอเป็นระยะที่ 2

เมื่อ นางพรศรี กิจธรรม เกษียณอายุราชการ นายเปี่ยมศักดิ์ ตันนิรัช ปลัดเทศบาลนครนนทบุรีคนใหม่จึงได้มารับช่วงในการดำเนินงานตามโครงการต่อในพื้นที่ตำบลตลาดขวัญและตำบลสวนใหญ่ และ น.ส.ปิยะรัตน์ ลิ่วลักษณียนาวิน รักษาการปลัดเทศบาลนครนนทบุรี ได้ดำเนินงานตามโครงการต่อในพื้นที่ตำบลบางเขน ซึ่งเป็นตำบลสุดท้ายของการดำเนินงานตามโครงการ เมื่อเดือนตุลาคม พ.ศ.2559

วิธีการดำเนินงานตามโครงการเริ่มตั้งแต่ขั้นตอนการสำรวจบ้าน การจัดทำฐานข้อมูลการเปลี่ยน แปลง การแก้ไขเปลี่ยนแปลงเลขที่บ้านในฐานข้อมูลการทะเบียนราษฎร การแจ้งเจ้าบ้านมาแก้ไขเปลี่ยน แปลง เป็นการดำเนินงานโดยเจ้าหน้าที่ของกองทะเบียนราษฎรและบัตรประจำตัวประชาชน ซึ่งแบ่งเจ้าหน้าที่ออกเป็น 5 ชุด สลับสับเปลี่ยนหมุนเวียนกันออกสำรวจข้อมูล ควบคู่กับภารกิจในการให้บริการประชาชนด้านงานทะเบียนราษฎรและบัตรประจำตัวประชาชนในแต่ละวัน โดยมีจ่าเอกอนุรักษ์ โยธารักษ์ ผอ.กองทะเบียนราษฎรและบัตรประจำตัวประชาชน เป็นผู้ควบคุมการปฏิบัติงาน

การปรับเปลี่ยนเลขหมายประจำบ้านใหม่นี้ ก่อประโยชน์ต่อหลายหน่วยงานทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนทั่วไปมากมาย อาทิ บ้านเรือนในเขตเทศบาลนครนนทบุรี เรียงกันเป็นระเบียบ ฝั่งซ้ายของถนน ตรอก ซอย เรียงเป็นเลขคี่ ฝั่งขวาเรียงเป็นเลขคู่ ซึ่งเป็นไปตามหลักสากล

ประชาชนทั่วไปหรือหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนสามารถค้นหาที่ตั้งของบ้านที่อยู่ในเขตเทศบาลนครนนทบุรีได้โดยง่าย สะดวกและรวดเร็ว ฐานข้อมูลของบ้านเรือนในเขตเทศบาลนครนนทบุรีมีความถูกต้องตรงตามข้อเท็จจริง หน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนสามารถนำข้อมูลไปวางแผนการพัฒนาในด้านต่างๆได้อย่างมีประสิทธิภาพ

คณะกรรมการการเลือกตั้งสามารถกำหนดหน่วยเลือกตั้งให้สอดคล้องกับพื้นที่ที่ประชาชนอาศัยอยู่โดยการรวมซอยหรือถนนที่อยู่ใกล้ๆกัน มากำหนดเป็นหน่วยเลือกตั้งแล้วกำหนดที่เลือกไว้ในพื้นที่ของหน่วยนั้น จะทำให้ประชาชนเดินทางไปใช้สิทธิได้โดยง่ายและสะดวก ซึ่งเป็นการส่งเสริมการปกครองในระบอบประชาธิปไตย ให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการมาใช้สิทธิเลือกตั้งมากขึ้น

นอกจากนี้ ไปรษณีย์สามารถนำจ่ายจดหมายได้โดยง่าย สะดวก รวดเร็ว หน่วยงานด้านสาธารณสุขสามารถให้ความช่วยเหลือผู้ป่วยหรือเข้าควบคุมการระบาดโรคได้ทันทีและสามารถกำหนดพื้นที่สิทธิการรักษาพยาบาลของประชาชนให้ได้รับการรักษาในสถานพยาบาลที่ใกล้บ้าน

รวมทั้งสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาสามารถกำหนดเขตพื้นที่การรับเด็กเข้ารับการศึกษาของโรงเรียนต่างๆ ที่อยู่ในเขตเทศบาลนครนนทบุรีได้ ด้วยความถูกต้องและเป็นธรรม

ที่สำคัญคือการป้องกันสาธารณภัยต่างๆ ของหน่วยงานที่รับผิดชอบ เช่น ตำรวจ เจ้าหน้าที่ป้องกันฯ อาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน และเจ้าหน้าที่มูลนิธิต่างๆ สามารถดำเนินการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยด้วยความรวดเร็ว เพราะค้นหาที่ตั้งของบ้านที่เกิดเหตุได้ด้วยความรวดเร็ว

ตลอดระยะเวลาที่ดำเนินงานตามโครงการ เทศบาลนครนนทบุรี ได้ประสานการทำงานร่วมกับส่วนราชการอื่นๆที่เกี่ยวข้อง เช่น การประปา การไฟฟ้า ไปรษณีย์ สำนักงานที่ดิน สรรพากร เพื่อร่วมกันแก้ไขปัญหาถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นกับประชาชนจากการดำเนินงานตามโครงการ โดยเฉพาะไปรษณีย์ที่มีผลกระทบโดยตรง เทศบาลนครนนทบุรีได้ประสานการทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด

นางวิมลนันท์ สมใจประเสริฐ อายุ 50 ปี แม่ค้าข้าวแกง ซอยรัตนาธิเบศร์ 24 ถนนรัตนาธิเบศร์ ต.บางกระสอ อ.เมืองนนทบุรี ตึกแถวอาคารพาณิชย์ กล่าวว่า เดิมบ้านเลขที่ 67/3/5 แต่พอทางเทศบาลแจ้งมาให้ไปเปลี่ยนบ้านเลขที่ใหม่เป็นบ้านเลขที่ 2 และบ้านเลขที่ 4 ทำให้สะดวกไม่ต้องมีทับหรือหมู่ให้ยุ่งยาก และยังจำง่ายขึ้น ต่างจากเมื่อก่อนต้องมีทับมีหมู่ ซึ่งเทศบาลได้แบ่งเป็นบ้านเลขที่ คู่และคี่

ด้าน นายสมนึก ธนเดชากุล นายกเทศบาลนครนนทบุรี เปิดเผยว่า ได้ดำเนินการเปลี่ยนแปลงเลขที่บ้านในพื้นที่เทศบาลนครนนทบุรี ประกอบไปด้วย ต.สวนใหญ่ ต.บางกระสอ ต.บางเขน ต.ตลาดขวัญ และ ต.ท่าทราย ไปแล้วจำนวน 136,740 หลังคาเรือน คงเหลือบ้านที่ยังไม่ได้เปลี่ยนแปลงในฐานข้อมูลการทะเบียนราษฎร แต่ได้ดำเนินการสำรวจแล้ว จำนวน 10,234 หลังคาเรือน จะดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในเดือนตุลาคม 2560 นี้แน่นอน

“ช่วงที่เริ่มดำเนินการ เจ้าหน้าที่ต้องออกสำรวจกันทุกพื้นที่ และทำความเข้าใจกับเจ้าของบ้าน ผมเองก็ต้องออกไปพูดคุยทำความเข้าใจกับเจ้าของบ้านที่เป็นผู้ใหญ่ และมีตำแหน่งสูงหลายคน อธิบายให้เข้าใจถึงประโยชน์ ทุกคนเข้าใจจึงยอมรับให้ปรับเปลี่ยน และตอนนี้ใครยังไม่นำสำเนาทะเบียนบ้านมาแก้ไขเปลี่ยนแปลง ก็ขอให้แก้ไขได้ในเวลาราชการ” นายสมนึก กล่าว

ความสำเร็จในการปรับเปลี่ยนเลขหมายประจำบ้านของเทศบาลนครนนทบุรีนี้ กลายเป็นต้นแบบให้เทศบาลต่างๆมาศึกษา รวมทั้ง กทม. และเป็นผลงานขององค์กรปกครองท้องถิ่นที่ได้รับรางวัลและเครื่องหมายมาตรฐาน “ศูนย์บริการสะดวก GECC)” อย่างภาคภูมิใจ.

สุรชัย ส้มฉุน