วันอาทิตย์ที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

'อุเทน' อัด 'ประยุทธ์'เยือนสหรัฐฯล้มเหลว ถูกล็อกคอซื้อสินค้าฝ่ายเดียว

"อุเทน" สวด "คณะลุงตู่" เยือนสหรัฐฯล้มเหลว เจรจาการค้า-การลงทุนไม่เป็น ถูกล็อกคอซื้อสินค้าฝ่ายเดียว แถมยังคุยโวจะทุ่มอีก 8 พันล้านเหรียญฯไปลงทุนที่แดนลุงแซม ทั้งที่สถานะประเทศด้อยกว่า-ฐานะการเงินก็ไม่ดี ซัดผลาญงบฯขนคณะไปใหญ่

เมื่อวันที่ 6 ต.ค.60 นายอุเทน ชาติภิญโญ หัวหน้าพรรคคนไทย กล่าวถึงการเดินทางเยือนประเทศสหรัฐอเมริกาอย่างเป็นทางการ ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและคณะว่า เท่าที่ติดตามข่าวมาและได้รับข้อมูลส่วนหนึ่งจากผู้แทนเอกชนรายหนึ่งที่ติดตามคณะไปด้วย สะท้อนให้เห็นถึงความไร้กึ๋นของผู้เจรจากับทางการสหรัฐฯ เนื่องจากผลการหารือของผู้นำทั้ง 2 ประเทศนั้น มีแต่ประเทศไทยที่เจรจาขอซื้อสินค้าจากทางสหรัฐฯเพียงฝ่ายเดียว ไม่ว่าจะเป็นยุทโธปกรณ์ทางการทหาร เนื้อหมู เครื่องในหมู ไก่งวง และถ่านหินอีกจำนวนหนึ่ง ตลอดจนคำประกาศของ พล.อ.ประยุทธ์ว่า ไทยมีแผนเพิ่มการลงทุนในสหรัฐฯอีก 8,300 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ทำให้แปลกใจว่าเหตุใดประเทศไทยในฐานะประเทศที่ยังไม่พัฒนา จำเป็นหรือที่ต้องทำตัวเป็นผู้ซื้อ หรือผู้ให้กับประเทศมหาอำนาจอย่างสหรัฐฯ เพราะเดิมไม่ว่าหัวหน้ารัฐบาลหรือในระดับรัฐมนตรีของไทยไปเยือนประเทศใด ก็จะเตรียมวาระเพื่อการเสนอขายสินค้า และดึงนักลงทุนจากต่างประเทศเข้ามาลงทุนในไทย แต่ครั้งนี้มีความผิดปกติอย่างเห็นได้ชัด จากประเทศผู้ขายสินค้า กลายเป็นการเสนอตัวขอรับซื้อสินค้า

อีกทั้งยังเป็นการซื้อในรายการที่สหรัฐฯในฐานะผู้ขายอยากจะขาย หรือยัดเยียดที่จะขายให้เรา เนื่องจากสินค้าแต่ละชนิดตั้งแต่ยุทโธปกรณ์ทางการทหาร ซึ่งก็ไม่เห็นว่าประเทศไทยจะมีความจำเป็นที่ต้องซื้อมาใช้ หรือซื้อจากสหรัฐฯมาเพิ่มเติมแต่อย่างใด อีกทั้งเนื้อหมู ที่มีอยู่ล้นประเทศ จนเราต้องส่งออกสินค้าเหล่านี้ไปขายยังประเทศอื่นๆ และถือเป็นผู้ส่งออกเนื้อหมูติดอันดับต้นๆ ของโลก เช่นเดียวกับการจะนำเข้าไก่งวง ทั้งที่ไม่ได้เป็นอาหารที่นิยมในไทย อีกทั้งวัฒนธรรมของคนไทยก็ไม่ได้มีเทศกาลขอบคุณพระเจ้าที่ต้องใช้ไก่งวงมารับประทานเป็นประเพณี ขณะที่ถ่านหินนั้น ปัจจุบันก็มีการนำเข้าจากประเทศเพื่อนบ้าน ประเทศในเอเชีย และออสเตรเลียอยู่แล้ว ยิ่งไม่มีความจำเป็นต้องไปเพิ่มความเสี่ยงและสูญเสียต้นทุนจากค่าขนส่งทางไกล อีกทั้งเรื่องคุณภาพของถ่านหินจากประเทศสหรัฐฯก็มีข้อมูลว่าคุณภาพแย่และก่อมลพิษมากกว่าที่เรานำเข้ามาจากประเทศเพื่อนบ้านอีกด้วย

"หากมองเฉพาะเรื่องผลสัมฤทธิ์ในการเยือนสหรัฐฯในด้านการค้านั้น จะเห็นได้ว่า พล.อ.ประยุทธ์ และคณะ ไปทำข้อตกลงในฐานะผู้ซื้อสินค้าเพียงอย่างเดียว เหมือนกับนายกฯและรัฐบาลลืมนึกถึงสถานะและฐานะทางการเงินในปัจจุบันของประเทศไทย และหากบรรลุภารกิจได้เพียงเท่านี้ ก็ไม่จำเป็นต้องสูญเสียงบประมาณจำนวนมาก ขนคณะไปใหญ่โตอย่างที่เห็นกันด้วยซ้ำ จึงต้องขออนุญาตถามท่านนายกฯ ว่าข้อมูลที่ได้มานั้นจริงตามนี้หรือไม่" นายอุเทนกล่าว

นายอุเทน กล่าวต่อว่า เป็นที่น่าสังเกตถึงห้วงเวลาการเดินทางไปเยือนสหรัฐฯที่มีการออกหมายเชิญให้ไปเยือนในลักษณะฉุกละหุก ฝ่ายไทยทราบล่วงหน้าเพียงไม่กี่วัน อีกทั้งยังเป็นช่วงที่ประเทศไทยกำลังจะมีพระราชพิธีสำคัญ ซึ่งส่วนตัวมองว่าเป็นการไม่สมควรที่นายกฯไทยจะเดินทางไปต่างประเทศในช่วงนี้ และในฐานะที่ต่างก็เป็นพันธมิตรกันมายาวนาน ก็น่าจะสามารถเจรจาต่อรองขอปรับช่วงเวลา หรือเลื่อนออกไปในเวลาที่เหมาะสมกว่านี้ อีกทั้งทราบมาว่า ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ก็กำลังจะมาเยือนหลายประเทศในเอเชีย และเข้าร่วมการประชุมกลุ่มความร่วมมือทางเศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิก (เอเปก) ที่ประเทศเวียดนาม และการประชุมสมาคมประชาชาติเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) ที่ประเทศฟิลิปปินส์ ในช่วงต้นเดือน พ.ย.นี้อยู่แล้ว ทางการไทยอาจจะถือโอกาสเชิญประธานาธิบดีสหรัฐฯให้มาเยือนประเทศไทยก่อน แล้วจึงค่อยนัดหมายไปเยือนสหรัฐฯในภายหลัง หรือใช้เวทีดังกล่าวเจรจานอกรอบ น่าจะประหยัดทั้งเวลาและงบประมาณ

"ช่วงเดือน ต.ค.นี้ ถือว่าเป็นห้วงเวลาในการเตรียมพระราชพิธีสำคัญ ผู้เป็นหัวหน้ารัฐบาลสมควรต้องอยู่ควบคุมและกำกับดูแลการเตรียมงานพระราชพิธีให้สมพระเกียรติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเชิญผู้นำหรือบรรดาแขกจากประเทศต่างๆ การมอบหมายให้รัฐมนตรีเจ้ากระทรวงแต่ละกระทรวงซึ่งหลายคนทำงานไม่เป็น ไม่น่าวางใจให้มากำกับดูแลงานสำคัญเช่นนี้ นายกฯจึงควรทุ่มเทเวลาที่มีอยู่อันน้อยนิดนี้ เพื่อเตรียมความพร้อมให้ดีที่สุดมากกว่าการเดินทางไปต่างประเทศเช่นนี้" นายอุเทนระบุ.