วันพุธที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ทานเล่นเพลินๆ..."เมี่ยงกลีบบัวบ้านสวน"

ความพิถีพิถัน ละเมียดละไม ถือเป็นหัวใจหลักของการทำ “อาหารไทย” ไม่ว่าอาหารคาว หวาน หรือเมนูของทานเล่น ซึ่งบางเมนูยังมีสูตรเฉพาะที่ถ่ายทอดสู่รุ่นต่อรุ่น แต่ถึงอย่างไร หัวใจสำคัญคือต้องใส่ใจในทุกขั้นตอนการทำ เพื่อให้ได้ซึ่งรสชาติที่อร่อย พร้อมสีสันหน้าตาอันน่ารับประทาน ซึ่งก็เป็นเอกลักษณ์ของอาหารไทยอยู่แล้ว

สัปดาห์นี้ Business On My Way ขอพาท่านผู้อ่านไปรู้จักกับอาหารว่างทานเล่นของไทยกับ “เมี่ยงกลีบบัวบ้านสวน” ของคู่ชีวิตที่รักในการทำอาหารไทย “คุณฤทธิ์” (ฤทธิ์ พรายพรรณ) และ “คุณอ้วน” (อ้อมจันทร์ พรายพรรณ) ซึ่งทั้งคู่ก็ชอบทำทานกันเองเป็นประจำอยู่แล้ว

อีกทั้งยังมีโอกาสโชว์ฝีมือให้เพื่อนๆ คนใกล้ชิดได้ลิ้มลองด้วย หนึ่งในเมนูนั้นก็มีเมี่ยงกลีบบัว ที่หลายคนได้ลองแล้วต่างติดใจ

คุณฤทธิ์ เล่าว่า จุดเริ่มต้นของเมี่ยงกลีบบัวบ้านสวนเกิดจากเมื่อครั้งที่มีรุ่นน้องไปทานข้าวที่บ้าน ซึ่งก็มีเมนูเมี่ยงกลีบบัวให้ได้ชิม จากนั้นได้มีการนำไปโพสต์ลงสื่อโซเชียลมีเดีย ก็มีกลุ่มเพื่อนของน้องเข้ามาสอบถามว่าไปทานที่ไหน สนใจอยากจะสั่งซื้อมาทาน จุดนี้เองก็ทำให้รู้ว่ามีกลุ่มคนที่สนใจและอยากที่จะหาซื้อมาทาน

“ที่ผ่านมาก็มีเพื่อนๆหลายคนที่เคยชิมก็แนะนำให้ลองทำจำหน่าย แต่ด้วยเรื่องเวลายังไม่ลงตัวเพราะเราทั้งคู่ต่างมีงานประจำทำอยู่ด้วย ซึ่งหลังจากจัดระบบเวลาเรียบร้อยก็ไม่ลังเลที่จะทำเมี่ยงกลับบัว ซึ่งตอนนี้ก็ทำมาแล้วกว่า 3 เดือน ก็ได้รับเสียงตอบรับที่ดีจากลูกค้า”

คุณฤทธิ์ เล่าด้วยว่า การก้าวมาทำธุรกิจนี้ถือเป็นการเติมเต็มความชอบส่วนตัวของเราทั้งคู่ ซึ่งเราต่างไม่มีความคุ้นเคยกับการค้าขายมาก่อน แต่ก็ใช้ความพยายามศึกษาหาข้อมูล ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องยากเพราะงานประจำที่ทำก็จะอยู่กับข้อมูลเยอะอยู่แล้ว เนื่องจากเราทั้งคู่ทำงานในแวดวงสื่อสารมวลชน ก็ต้องหาข้อมูลมาสรุป เพื่อนำเสนอประชาชนต่อไป

หลังจากตัดสินใจที่จะทำเมี่ยงกลีบบัว ผมและภรรยาก็ทุ่มเทศึกษาหาข้อมูลอย่างเต็มที่ ชนิดที่ว่ามีเมี่ยงคำที่ไหนที่ว่ารสชาติดี อร่อย ก็จะหาโอกาสตระเวนไปลองทาน เพื่อเก็บข้อมูล รวมถึงศึกษาตลาดไปในตัว เพื่อนำมาพัฒนาเมี่ยงกลีบบัวของเราให้ออกมาดี

“จุดเด่นของเมี่ยงกลีบบัวของเราคือด้านวัตถุดิบที่เลือกใช้จะคัดแต่ของที่มีคุณภาพ ปลอดสารพิษ โดยดอกบัว พริกขี้หนู มะนาว ก็เป็นสิ่งที่ปลูกเองในบ้านที่นนทบุรี ซึ่งหากวัตถุดิบไหนที่หาซื้อก็จะเลือกจากแหล่งที่มีคุณภาพ เช่น กุ้งแห้งก็ใช้ไซส์ใหญ่จากมหาชัย และไฮไลต์อีกอย่างคือเราใช้เม็ดมะม่วงหิมพานต์แทนถั่วลิสง ซึ่งก็จะได้อรรถรสมากขึ้น”

ด้านคุณอ้วน เล่าเสริมว่า นอกจากวัตถุดิบที่เลือกสรรแต่ของคุณภาพ เมี่ยงกลีบบัวบ้านสวนยังมีความโดดเด่นในด้าน
น้ำเมี่ยงสูตรเฉพาะที่รสชาติกลมกล่อม เข้มข้น ที่สำคัญไม่หวานเกินไป (ได้ยินอย่างนี้คนชอบหวานน้อยคงฟิน) ซึ่งกว่าจะได้น้ำเมี่ยงก็ต้องผ่านการเคี่ยวมาหลายชั่วโมง พูดได้ว่าเป็นพระเอกของเมี่ยงกลีบบัวเราก็ว่าได้

นอกจากพระเอกน้ำเมี่ยงแล้ว ก็ต้องมีนางเอกนั่นก็คือ “มะพร้าว” ที่ทานเป็นเครื่องเคียง โดยจะเลือกมะพร้าวมาขูดเอง แล้วนำไปผ่านกระบวนการอบ เพื่อให้ได้ความกรอบหอมชวนทานมากขึ้น

“ในอนาคตคิดอยากที่จะผลิตน้ำเมี่ยง และมะพร้าวอบ ออกจำหน่ายเป็นชุด เพื่อให้ลูกค้าซื้อไปทำทานเองที่บ้าน เพราะในส่วนตัวมองว่าหัวใจหลักที่จะทำให้การทานเมี่ยงให้อร่อย น้ำเมี่ยงและมะพร้าว อบ ถือเป็นส่วน ประกอบที่สำคัญ” คุณอ้วนเล่าด้วยน้ำเสียงมุ่งมั่น

ทั้งนี้ คุณอ้วนยังแอบกระซิบวิธีทานเมี่ยงกลีบบัวให้อร่อยตามแบบฉบับบ้านสวนด้วยว่า เวลาตักมะพร้าวอบใส่กลีบบัวเพื่อเตรียมทานแล้ว ควรปิดฝาถ้วยมะพร้าวให้มิดชิดไม่ให้โดนลม เพื่อรักษาความกรอบไว้เวลาทานคำต่อไปก็ยังกรอบอยู่

คุณอ้วน เล่าว่า สำหรับกลีบบัวที่ใช้คือกลีบดอกบัวหลวง โดยเราจะเก็บตอนเช้า นำมาล้างทำความสะอาดที่ละใบ ผึ่งลมให้แห้ง ซึ่งขั้นตอนนี้เหมือนดูง่ายๆ แต่ต้องใช้ความพิถีพิถันมาก เพราะหากจับแรงเกินไป กลีบบัวจะช้ำดูไม่น่าทาน งานนี้ใครสนใจก็สามารถแอดไลน์ lotus881 สั่งซื้อกันได้ ราคากล่องละ 150 บาท

ท้ายสุดทั้งคู่ยังแอบบอกความฝันจากนี้ด้วยว่า อยากที่จะเปิดร้านอาหารเล็กๆ ที่บ้านตนเอง นำเสนอบรรยากาศแบบบ้านสวนอีกด้วย.