วันเสาร์ที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ล่าอีก2-แก๊งปล้น 60 ล. จับแล้ว5-เงินครบ หัวโจกที่แท้ลูกจ้าง

นครบาลโชว์รวบ 5 ผู้ต้องหาแก๊งปล้น 60 ล้านบาทเสี่ยค้าจิวเวลรี่กลางกรุง พร้อมยึดเงินของกลางได้ครบ เผยที่แท้ลูกน้องใหม่ลูกน้องเก่าสุมหัวปล้นเจ้านาย ลงทุนเช่าห้องในคอนโดที่เกิดเหตุวางแผนนาน 1 เดือน แฉตัวหัวโจกขนเงินให้เจ้านายมาแล้ว 4 ครั้ง ก่อนขี้รดบนหลังคาวางแผนปล้น เร่งล่าอีก 2 คนที่ยังหลบหนี พร้อมตรวจเส้นทางธุรกรรมทางการเงินเสี่ยผู้เสียหายทำถูกต้องหรือไม่

จากเหตุปล้นอุกอาจ กลุ่มคนร้าย 5-7 คน สวมหมวกไหมพรมสีดำปิดบังใบหน้า ใช้ปืนก่อเหตุปล้นเงินสด 196 ล้านเยน มูลค่าประมาณ 60 ล้านบาทของนายภัทริศ หรือโตโต้ แต้รัตนชัย นักธุรกิจซื้อขายทองคำแท่งและส่งออกเครื่องประดับเพชรไปประเทศญี่ปุ่น ระหว่างลูกจ้างในบริษัทขนเงินสดจำนวนดังกล่าว มาจากประเทศญี่ปุ่นเพื่อนำมาเก็บไว้ในห้องพัก เหตุเกิดที่ลานจอดรถชั้น 5 อาคารรัชดา พาวิลเลี่ยน ซอยรัชดาภิเษก 30 ถนนรัชดาภิเษก แขวงจันทรเกษม เขตจตุจักร กทม. เมื่อกลางดึกวันที่ 2 ต.ค. ก่อนทั้งหมด จะยึดรถกระบะฟอร์ด สี่ประตู สีส้ม ทะเบียนป้ายแดง ส-5179 กรุงเทพมหานคร ของกลุ่มผู้เสียหายขับหลบหนี ตำรวจมั่นใจเกลือเป็นหนอน กระทั่งเมื่อกลางดึกวันที่ 4 ต่อเนื่องวันที่ 5 ต.ค. สืบใหญ่นครบาลตามรวบผู้ต้องหาได้ 3 คน พร้อมรถกระบะฟอร์ดที่คนร้ายขับหลบหนี รวมทั้งยึดเงินสดสกุลเยนได้ครบถ้วนที่บ้าน 1 ในผู้ต้องหาย่านทุ่งครุ โดย พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. และนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่เข้าสอบปากคำเคร่งเครียด โดยมีรายงานจะแถลงผลจับกุมคดีนี้ในวันที่ 5 ต.ค. ตามที่เสนอข่าวไปนั้น

ที่แท้แก๊งปล้นเงินเยน เป็นลูกน้องเสี่ยผู้เสียหาย โดยเมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 5 ต.ค. ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร. พล.ต.อ.เดชณรงค์ สุทธิชาญบัญชา รอง ผบ.ตร. พล.ต.ท.ชัยวัฒน์ เกตุวรชัย ผู้ช่วย ผบ.ตร. พล.ต.ท.ชาญเทพ เสสะเวช รรท.ผบช.น. พล.ต.ต.สมพงษ์ ชิงดวง รอง ผบช.น. พล.ต.ต.อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์ ผบก.สส.บช.น. พ.ต.อ.เอกชัย บุญวิสุทธิ์ รรท.ผบก.น.2 พ.ต.อ.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รอง ผบก.สส.บช.น. พ.ต.อ.คณบดี เลิศอมรศักดิ์ ผกก.สส.บก.น.2 พ.ต.อ.ยรรยง สันติปรีชาวัฒน์ ผกก.สน.พหลโยธิน ร่วมกันแถลงจับกุม 1.นายณรงค์ชัย หรือจั๊ว สวัสดิผล อายุ 32 ปี 2.นายชวลิต หรือริด เจริญผล อายุ 31 ปี 3.นายสุรศักดิ์ หรือกิ๊ก ศรีฑะวงศ์ อายุ 35 ปี 4. นายพงษ์ศักดิ์ หรือคริส ปิตศิริพันธ์ อายุ 31 ปี และ 5.นายกฤษดา หรือแวน อัตถาเวช อายุ 30 ปี พร้อมของกลางธนบัตรสกุลเยน 196 ล้านเยน คิดเป็นเงินไทยมูลค่าประมาณ 60 ล้านบาท รถเก๋งนิสสัน รุ่นอัลเมร่า สีดำ ทะเบียน ฆศ 1169 กรุงเทพมหานคร รถกระบะฟอร์ด เรนเจอร์ สีส้ม ทะเบียนป้ายแดง ส-5179 กรุงเทพมหานคร กระสอบป่าน เชือกฟาง จับกุมนายณรงค์ชัย ได้ที่บ้านพักย่านประชาชื่น จับกุม นายชวลิตและนายสุรศักดิ์ ได้ที่คอนโดแห่งหนึ่ง ย่านสุขสวัสดิ์ จับกุมนายพงษ์ศักดิ์ได้ที่โรงแรมโอเรียนเต็ล และจับกุมนายกฤษดา ได้ที่บ้านพักย่านทุ่งครุ กทม.

พล.ต.อ.จักรทิพย์กล่าวว่า สืบเนื่องจากนายภัทริศ หรือโตโต้ แต้รัตนชัย อายุ 34 ปี นักธุรกิจซื้อขายทองคำแท่งและส่งออกเครื่องประดับเพชรไปประเทศญี่ปุ่น แจ้งความกับพนักงานสอบสวน สน.พหลโยธิน ถูกกลุ่มคนร้าย 5-7 คน สวมหมวกไหมพรมสีดำปิดบังใบหน้า ใช้ปืนก่อเหตุปล้นเงินสด 196 ล้านเยน มูลค่าประมาณ 60 ล้านบาท ขณะที่ลูกจ้างของบริษัทกำลังขนเงินจำนวนดังกล่าวมาจาก ประเทศญี่ปุ่น มาเก็บไว้ในห้องพัก ที่รัชดา พาวิลเลี่ยน คอนโดมิเนียม ซอยรัชดาภิเษก 30 แยก 4 แขวงจันทรเกษม เขตจตุจักร กทม. โดยกลุ่มคนร้ายมาดักปล้นบริเวณลานจอดรถชั้น 5 ของคอนโดฯ เหตุเกิด เมื่อเวลา 23.10 น. วันที่ 2 ต.ค.

ผบ.ตร.กล่าวต่อว่า ฝ่ายสืบสวนได้ประชุมหารือกันเพื่อติดตามจับกุมคนร้ายจนได้เบาะแส กลุ่มคนร้ายได้นำรถกระบะฟอร์ด ที่คนร้ายใช้ขนเงินขับหลบหนี ไปจอดทิ้งไว้ที่ถนนเลียบ รฟม. ขาเข้า ใกล้กับแยกผังเมือง แขวงและเขตจตุจักร ให้เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานมาเก็บดีเอ็นเอและลายนิ้วมือแฝงตรวจสอบ ก่อนตรวจยึดไว้เป็นของกลาง สำหรับเงินผู้เสียหายทั้งหมด 60 ล้านบาท ตามยึดได้ที่บ้านนายกฤษดา ย่านทุ่งครุ อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ตำรวจจะต้องตรวจสอบเส้นทางการเงินของผู้เสียหาย ว่ามีการทำธุรกรรมถูกต้องหรือไม่ สำหรับคดีปล้นเงินเยนคดีนี้ คล้ายกับคดีปล้นที่ผ่านมาที่สามารถจับคนร้ายได้ ผู้ก่อเหตุมักเป็นคนในที่รู้รายละเอียด และความเคลื่อนไหวของผู้เสียหายเป็นอย่างดี

อย่างไรก็ตาม จากการสอบสวนนายณรงค์ชัย หรือจั๊ว สวัสดิผล ผู้ต้องหารับสารภาพว่า นามสกุลเหมือนกับ เสธ.แดง พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล เพราะพ่อกับ เสธ.แดง เป็นเพื่อนสนิทกัน เลยเอานามสกุล เสธ.แดงมาใช้ โดยนายณรงค์ชัยเป็นพนักงานของนายภัทริศ หรือโตโต้ เจ้าของบริษัท ทำงานมา 2 ปี เคยขนเงินให้นายภัทริศจากต่างประเทศมาแล้ว 4 ครั้ง ครั้งละประมาณ 60 ล้านบาท ครั้งนี้จึงวางแผนลงมือก่อเหตุร่วมกับพวกรวม 7 คน ปล้นเงินเจ้านาย ทีมที่ร่วมปล้น มีนายชวลิต และนายสุรศักดิ์ เป็นอดีตพนักงาน ส่วนที่หลบหนีอีก 2 คน คือ นายนัฐพงศ์ หรือต้น ธัญญะตุ่น อายุ 33 ปี นายศรายุทธ หรือไก่ ฤทธิชัยนุวัฒน์ อายุ 31 ปี ทำหน้าที่เป็นคนขับรถ รับทีมปล้นจากจตุจักรมาส่งที่คอนโด สาเหตุที่ปล้นเนื่องจากมีหนี้สินต้องผ่อนบ้าน ขณะที่นายนัฐพงศ์ คู่เขยของนายณรงค์ชัย มีหนี้สินเหมือนกัน

มีรายงานว่า นายณรงค์ชัย หรือจั๊ว วางแผนปล้นเป็นเวลากว่า 1 เดือน ให้นายศรายุทธ หรือไก่ มาเช่าห้องเลขที่ 172 ชั้น 23 ที่รัชดา พาวิลเลี่ยน เมื่อวันที่ 1 ก.ย.60 เพื่อใช้เป็นที่ประชุมวางแผนปล้นกว่า 10 ครั้ง โดยนายณรงค์ชัย หัวหน้าแก๊งเป็นคนรับเงินมาจากญี่ปุ่น แล้วขอแยกตัวกลับหลังลงเครื่องบินที่สุวรรณภูมิ โดยมอบเงินให้พนักงานของนายภัทริศนำเงินไปเก็บที่รัชดา พาวิลเลี่ยน แล้วให้ลูกน้องไปปล้น นายชวลิตทำหน้าที่เป็นผู้ประสานงานและก่อเหตุที่ลานจอดรถชั้น 5 นายสุรศักดิ์ร่วมวางแผนและขับรถไปรอลานจอดรถชั้นใต้ดินย่านอาร์ซีเอ นายพงษ์ศักดิ์ทำหน้าที่ขับรถฟอร์ดสีส้ม และพกปืนบีบีกัน นายกฤษดาทำหน้าที่ขับรถอัลเมร่าสีดำ ทะเบียน ฆศ 1169 กรุงเทพมหานคร ไปรับกลุ่ม ผู้ก่อเหตุหลังจากเอารถกระบะฟอร์ดไปทิ้ง แล้วพาส่งที่ย่านอาร์ซีเอ

มีรายงานด้วยว่า ขณะนี้ชุดสืบสวนอยู่ระหว่างติดตามหาปืนที่ใช้ก่อเหตุ โดยผู้ต้องหาทั้ง 5 คน ต่างซัดทอดผู้ต้องหา 2 คน ที่ยังจับกุมไม่ได้ว่าเป็นคนเอาไปทิ้งทำลายหลักฐาน จากการสืบสวนยังเชื่อว่ามีผู้เกี่ยวข้องอีก อยู่ระหว่างขยายผล หลังการแถลงข่าวเสร็จ นายภัทริศ หรือโตโต้ ผู้เสียหายและเจ้าของเงิน นำแจกันดอกไม้มามอบให้ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. พร้อมกล่าวว่า ต้องขอขอบคุณเจ้าหน้าที่ตำรวจทุกนายที่ช่วยจับกุมคนร้ายได้หมด

อย่างไรก็ตาม ผู้ต้องหาทั้ง 5 คนถูกแจ้งข้อหา ปล้นทรัพย์โดยมีและใช้อาวุธปืน โดยใช้ยานพาหนะเพื่อกระทำความผิดหรือพาทรัพย์นั้นไปหรือเพื่อให้พ้นจากการจับกุม ร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่นเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายแก่กายหรือจิตใจ ร่วมกันมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ร่วมกันพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร หรือร่วมกันรับของโจร นำตัวส่งพนักงานสอบสวน สน.พหลโยธิน ดำเนินคดี โดยเวลา 10.00 น. วันที่ 6 ต.ค. พนักงานสอบสวนจะควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้ง 5 คน ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพที่จุดเกิดเหตุ ก่อนนำตัวไปฝากขังศาลอาญาต่อไป