วันเสาร์ที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ต่อแถววันสุดท้าย ล้นหลาม กราบพระบรมศพ (คลิป)

ร้องไห้อาลัยในหลวงร.9 เริ่มถอดนั่งร้านพระเมรุฯ ปิด 18 ถนนซ้อมริ้วขบวน

พสกนิกรหลั่งไหลเข้าถวายสักการะพระ บรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ล้นทะลักท้องสนามหลวง ในวันสุดท้าย ก่อนที่สำนักพระราชวังจะปิดพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาทเพื่อเตรียมพระราชพิธีบำเพ็ญกุศลเพื่อถวายพระราชกุศลครบรอบ 1 ปี วันสวรรคต ขณะที่หน่วยงานต่างๆ ทยอยออกมาตรการรองรับคลื่นมหาชนปิด ถนน 18 เส้น รอบพระบรมมหาราชวัง เพื่อซ้อมย่อยริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศฯ ด้าน “นายกฯ” จะ นำตักบาตรพระสงฆ์ 89 รูป บำเพ็ญกุศลถวายพระราชกุศลครบรอบ 1 ปี วันสวรรคตพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช 13 ต.ค. พร้อมกันทั่วประเทศ

หลังจากที่สำนักพระราชวังเปิดให้ประชาชนจากทั่วทุกสารทิศเข้าถวายสักการะพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บนพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง มาตั้งแต่วันที่ 29 ต.ค.2559 จนกระทั่งมาถึงเที่ยงคืนวันที่ 5 ต.ค.2560 อันเป็นวันสุดท้ายที่พสกนิกรทั่วหล้าจะได้เข้าถวายสักการะพระบรมศพ เบื้องหน้าพระบรมโกศ รวมเป็นเวลา 337 วันนั้น ปรากฏว่ามีประชาชนหลั่งไหลเข้ามาในพื้นที่ท้องสนามหลวง เพื่อรอคิวเข้ากราบพระบรมศพจนล้นทะลัก และแม้ต้องรอเป็นเวลากว่าครึ่งค่อนวันก็ไม่ได้ทำให้ความมุ่งมั่นอันที่จะได้แสดงความจงรักภักดีต่อ ในหลวงรัชกาลที่ 9 ลดน้อยลงแต่อย่างใด

หลั่งไหลกราบพระบรมศพวันสุดท้าย

ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตั้งแต่เวลา 03.00น.วันที่ 5 ต.ค. ที่บริเวณจุดคัดกรองวงเวียนรักษาดินแดน ซึ่งเป็น 1 ใน 2 จุด ที่สำนักพระราชวัง ขยายเวลาเปิดให้ประชาชนได้เดินทางเข้าถวายสักการะพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บนพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ภายในพระบรมมหา ราชวัง ได้ตลอด 24 ชั่วโมง พบว่าพสกนิกรจากทั่วประเทศหลั่งไหลกันมาเข้าคิวรอถวายบังคมพระบรมศพอย่างไม่ขาดสาย ส่วนใหญ่เตรียมร่มและเสื้อกันฝนติดตัวมาด้วย เนื่องจากติดตามข่าวจากกรมอุตุนิยมวิทยาว่า ในช่วงเวลานี้เขตกรุงเทพมหานครอาจมีฝน ทั้งนี้ ประชาชนที่เดินทางมาเฝ้ารอนั้นบางส่วนเป็นลูกเล็กเด็กแดง นักเรียน นักศึกษา บางรายอ่อน เพลีย ผู้ปกครองก็ถือโอกาสให้นอนพักบริเวณที่เจ้าหน้าที่จัดให้เพื่อรอถึงคิวตัวเอง อย่างไรก็ตาม ทุกคนที่เดินทางมานั้นต่างมีแววตาอันมุ่งมั่น ที่จะได้มาถวายสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทร มหาภูมิพลอดุลยเดช ร่วมกันเป็นครั้งสุดท้าย

พสกนิกรแน่น–แถวยาวเหยียด

กระทั่งฟ้าสาง ในท้องสนามหลวงยิ่งเห็นภาพได้อย่างชัดเจนถึงจำนวนประชาชนที่นั่งรอคิวอยู่ภายในเต็นท์พักคอยสองฝั่งถนนราชดำเนินในและบริเวณหน้ากระทรวงกลาโหม เนืองแน่นไปด้วย ผู้แต่งชุดดำ มีทั้งผู้ใหญ่และเด็ก นอกจากนี้ ยังพบว่าที่จุดคัดกรองบริเวณโรงแรมรัตนโกสินทร์ ปลายแถวของประชาชนที่มารอนั้นอยู่ที่บริเวณถนนราชดำเนินกลาง เลยโรงแรมรัตนโกสินทร์ไปหลายร้อยเมตร ส่วนอีกด้านหนึ่งที่จุดคัดกรองด้านวงเวียนรักษาดินแดน ผู้คนยืนเข้าแถวตอนเรียงสี่ ยาวไปจดบริเวณสวนสราญรมย์ โดยมีทหาร เทศกิจ กลุ่มจิตอาสา คอยจัดระเบียบในการเข้ากราบ รวมถึงเข้ามาช่วยดูแลอำนวยความสะดวกแก่ผู้รอคิว คอยแจกทั้งอาหาร น้ำ และยาดม อย่างไม่รู้เหน็ดเหนื่อย

เพิ่งได้โอกาสพาลูกชายมาครั้งแรก

ในส่วนของความรู้สึกของประชาชนที่มาเข้าแถวรอแสดงความอาลัยพระบรมศพในวันสุดท้ายนั้น นางเฉลิมขวัญ บุญมณี อายุ 38 ปี แม่บ้านชาว กทม. กล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือว่า มาเข้าคิวที่บริเวณหน้าโรงแรมรัตนโกสินทร์ตั้งแต่เช้าตรู่ เพราะเกรงว่าจะมีคนมาเข้าแถวจำนวนมาก วันนี้ถือว่าเป็นวันสุดท้ายที่จะได้เข้ากราบพ่อหลวง และเป็นครั้งแรกที่ตนและลูกชายมาเข้ากราบ ที่ผ่านมาไม่สามารถมาได้เพราะต้องดูแลเด็กเล็กและคนแก่ที่บ้าน ครั้งนี้ได้นำลูกชายคนเล็กไปฝากไว้กับญาติ พาลูกชายคนโตมาด้วยกัน เพราะอยากให้เขาได้กราบในหลวง เพื่อเป็นสิริมงคลแก่ตัวของเขา รู้สึกใจหายมาก ที่พวกเราจะไม่ได้พบกับพระองค์ท่านอีกต่อไปแล้ว แต่ได้สอนลูกให้นำคำสั่งสอนของพระองค์มาใช้ในชีวิตต่อไป

ขอกราบในหลวง ร.9 จนวินาทีสุดท้าย

ขณะที่นางสุวรรณา เคนน้ำเที่ยง อายุ 63 ปี ชาวหนองแขม กทม. เคยเข้ากราบพระบรมศพ 500 ครั้ง กล่าวว่า เดินทางมาต่อแถวเข้ากราบพระบรมศพตั้งแต่ 01.00 น. วันที่ 4 ต.ค.ที่ผ่านมา รอบแรกได้เข้ากราบเวลาประมาณ 13.30 น. จากนั้นได้เวียนมาต่อแถวใหม่ และตั้งใจว่าตลอด 2 วันสุดท้ายนี้ จะเวียนเข้ากราบพระบรมศพให้ได้มากที่สุด และขอเข้ากราบจนวินาทีสุดท้าย เช่นเดียวกับนางจันทา มหิปซิงห์ อายุ 64 ปี อาชีพค้าขายกล่าวว่า เดินทางมาจากบ้านที่ย่านถนนรัชดา มาเข้าคิวที่จุดคัดกรองแถววงเวียนรักษาดินแดน ครั้งนี้เป็นครั้งที่ 3 แล้วที่ได้มีโอกาสมาเข้ากราบพระบรมศพ แม้ว่าจะต้องรอนานหลายชั่วโมงก็ไม่ย่อท้อ เพราะพระองค์ทรงเหน็ดเหนื่อยมามากกว่าพวกเรา รู้สึกใจหายที่จากนี้ไปจะไม่ได้เห็นพระราชาผู้ทรงธรรมอีกต่อไป นางจันทาร่ำไห้พร้อมกับยกมือไหว้ท่วมศีรษะ

วันก่อนปิด ยอดคนทะลัก 9.6 หมื่น

อย่างไรก็ดี สำนักพระราชวังสรุปยอดรวมประชาชนที่เดินทางมากราบสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บนพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง เมื่อวันที่ 4 ต.ค. ตั้งแต่เวลา 00.01 น. จนถึงเวลา 24.00 น. มีจำนวนทั้งสิ้น 96,150 คน รวม 336 วัน มี 12,628,642 คน และประชาชนถวายเงินเพื่อร่วมบำเพ็ญพระราชกุศลเป็นเงิน 6,437,999.25 บาท รวม 336 วัน เป็นเงินทั้งสิ้น 882,528,282.01 บาท

ถอดนั่งร้านพระเมรุมาศก่อน 10 ต.ค.

ส่วนความคืบหน้าการก่อสร้างพระเมรุมาศ ล่าสุด นายพงษ์ศาสตร์ ปรียะพานิช ผู้ควบคุมงานนั่งร้านพระเมรุมาศกล่าวว่า ในวันที่ 6 ต.ค. มีการระดมทีมช่างกว่า 100 คน ทยอยรื้อนั่งร้านพระเมรุมาศในส่วนที่เป็นโครงสร้างภายในออก ยังคงเหลือนั่งร้านส่วนโครงสร้างหลักบางๆยึดความมั่นคงของพระเมรุมาศเอาไว้ เพื่อใช้ในพระราชพิธียกพระนพปฎลมหาเศวตฉัตร วันที่ 18 ต.ค. นี้ นั่งร้านส่วนใหญ่เป็นการต่อไปป์แคมป์ หรือท่อเหล็กกลมขนาดยาวมาก ดังนั้น กระบวนการรื้อจะต้องค่อยเป็นค่อยไป คำนึงถึงความปลอดภัยสูงสุด ทั้งต่อเจ้าหน้าที่และประติมากรรม ที่ได้ติดตั้งไว้โดยรอบทั้งหมด ไม่ให้เกิดความเสียหาย ขณะเดียวกันในส่วนอาคารประกอบ ทั้งซ่างและหอเปลื้อง จะถอดนั่งร้านออกทั้งหมดให้แล้วเสร็จก่อนวันที่ 10 ต.ค.นี้

แจ้งปิดถนนรอบพระบรมมหาราชวัง

สำหรับการเตรียมมาตรการต่างๆในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถ บพิตรนั้น วันเดียวกัน กองอำนวยการร่วมงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร (กอร.ราชพิธี) ได้แจ้งปิดถนน 18 เส้นทาง เพื่อซ้อมย่อยริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ในวันเสาร์ที่ 7 ต.ค.นี้ โดย กอร.พระราชพิธีฯชี้แจงว่า ตำรวจนครบาลจะปิดถนนชั้นใน 18 เส้นทาง ได้แก่ ถนนราชดำเนิน ถนนสนามไชย ถนนหลักเมือง ถนนกัลยาณไมตรี ถนนเจริญกรุง ถนนพระพิพิธ ถนนท้ายวัง ถนนมหาราช (ข้างพระบรมมหาราชวัง) ถนนมหาราช (ข้างวัดมหาธาตุฯ) ถนนพระจันทร์ ถนนเศรษฐการ ถนนเชตุพน ถนนพระยาเพชร ถนนหน้าพระลาน ถนนหน้าพระธาตุ ถนนราชินี ถนนพระอาทิตย์ และซอยสราญรมย์ ตั้งแต่เวลา 22.00 น. ของวันที่ 6 ต.ค.เป็นต้นไป จนเสร็จสิ้นการซ้อม โดยประชาชนที่จะเข้าชมการซ้อมริ้วขบวนฯ กรุณาแต่งกายชุดสุภาพสีดำ และนำบัตรประจำตัวประชาชน มาแสดงที่จุดคัดกรอง เพื่อเข้าพื้นที่ท้องสนามหลวง สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่สายด่วน 1441 กอร.พระราชพิธีฯ

งด-ลดงานบันเทิงในช่วงพระราชพิธี

ที่กระทรวงมหาดไทย นายฉัตรชัย พรหมเลิศ ปลัดกระทรวงมหาดไทย แถลงว่า ตามที่สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีได้แจ้งการดำเนินการเรื่องต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับงานพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ซึ่งมีความเกี่ยวข้องกับแนวทางการปฏิบัติของสถานบริการ หรือสถานประกอบการที่เปิดให้บริการในลักษณะที่คล้ายกับสถานบริการ ในช่วงเดือน ต.ค.นี้ เพื่อให้การปฏิบัติเป็นไปด้วยความเรียบร้อย และเป็นไปในแนวทางเดียวกัน กระทรวงมหาดไทย ได้แจ้งให้ทุกจังหวัดขอความร่วมมือผู้ประกอบการสถานบริการตาม พ.ร.บ.สถานบริการและสถานประกอบการที่เปิดให้บริการในลักษณะที่คล้ายกับสถานบริการ งดหรือลดกิจกรรมบันเทิง เช่น การแสดงดนตรี หรือการเต้นรำ ในช่วงเดือน ต.ค.ตามช่วงเวลาและรูปแบบที่เหมาะสม โดยคำนึงถึงความรู้สึกของประชาชน และสำหรับกรณีการจัดกิจกรรมงานรื่นเริงต่างๆ ขอให้ชะลอไว้ก่อน สำหรับการจัดงานหรือกิจกรรมที่ได้มีการเตรียมการไว้ก่อนแล้ว เช่น งานมงคลสมรส ยังสามารถจัดได้ตามปกติ โดยขอให้จัดในสถานที่ปิด

ตั้งศูนย์อำนวยการรองรับนักท่องเที่ยว

ด้านการรับมือนักท่องเที่ยวต่างชาติในช่วงงานพระราชพิธีฯ นายพงษ์ภาณุ เศวตรุนทร์ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยว่า กระทรวงฯ จัดตั้งศูนย์อำนวยการร่วมรองรับนักท่องเที่ยวในช่วงงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช (ศอร.ทท.) มีหน้าที่กำกับดูแลและประชาสัมพันธ์ข้อมูลแก่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐ เอกชน และนักท่องเที่ยว โดยมีอาสาสมัครจากหน่วยงานในสังกัดกระทรวงประจำศูนย์อำนวยการร่วมฯระหว่างวันที่ 6-29 ต.ค.นี้ ณ สำนักงานปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ถนนราชดำเนินนอก ขณะเดียวกัน ได้สร้างลิงค์ http://www.mots. go.th/ king_r9/index_king_r9.php จากหน้าเว็บไซต์ กระทรวงฯไปยัง Web Page ที่มีข้อมูลสำคัญต่างๆที่นักท่องเที่ยวจำเป็นต้องทราบ หรือเป็นข้อปฏิบัติในช่วงงานพระราชพิธีฯ ข้อมูลการเดินทาง ทั้งทางรถ ทางเรือ และแผนที่การจราจร รวมทั้งข้อแนะนำและการปฏิบัติตัวสำหรับนักท่องเที่ยว รวมถึงจัดทำแผ่นป้ายประชาสัมพันธ์สำหรับนักท่องเที่ยว แจกให้โรงแรมหรือที่พักบริเวณที่จัดงานพระราชพิธีฯ บริเวณใกล้เคียง จุดตรวจคนเข้าเมือง สนามบินดอนเมือง และสนามบินสุวรรณภูมิ โดยแผ่นป้ายจะมีข้อความประชาสัมพันธ์พร้อม QR Code เพื่อให้นักท่องเที่ยวสามารถสแกนเพื่อรับข้อมูลข่าวสารได้ทันที และขอความร่วมมือจากบริษัทนำเที่ยว และมัคคุเทศก์ ทั้งในและต่างประเทศ ประชาสัมพันธ์ข้อมูลแก่นักท่องเที่ยวด้วย

นายพล ทบ.รับพระราชทานชุดจิตอาสา

อีกด้านหนึ่งที่กองบัญชาการกองทัพบก พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผบ.ทบ.เป็นประธานในพิธีรับพระราชทานเครื่องแต่งกายจิตอาสาเฉพาะกิจงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ จำนวน117 นาย ซึ่งในจำนวนนี้มีทั้ง ผบ.ทบ. 5 เสือ ทบ. นายทหารชั้นยศนายพลที่รับราชการ และนายทหารชั้นนายพลที่เกษียณอายุราชแล้ว 28 นาย โดยสิ่งของพระราชทาน ประกอบด้วย เสื้อยืดคอโปโลสีดำ หมวกแก๊ป ผ้าพันคอ

นายกฯนำตักบาตร 13 ต.ค.นี้

ส่วนที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล นางพัชราภรณ์ อินทรียงค์ ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยหลังเป็นประธานการประชุมการจัดพิธีบำเพ็ญกุศลเพื่อถวายพระราชกุศลครบรอบ 1 ปี วันสวรรคต พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพล อดุลยเดช บรมนาถบพิตร ว่า สำนักพระราชวังมีหมายกำหนดการพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลครบรอบ 1 ปี วันสวรรคตพระบาทสมเด็จพระปรมินทร มหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ระหว่างวันที่ 13-14 ตุลาคม ซึ่งสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จะเสด็จ พระราชดำเนินไปในการพระราชพิธีฯ วันที่ 13 ต.ค.เวลา 17.00 น. และวันที่ 14 ต.ค. เวลา 10.30 น. ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ทั้งนี้ ในเวลา 07.00 น.วันที่ 13 ต.ค. จะมีการเจริญพระพุทธมนต์และสวดคาถาพิเศษ “ปรมินทมหาภูมิพละอตุลยะเตชะมหาราชัสสะ ปัตติทานคาถา” ซึ่งแต่งและแปลโดยสมเด็จพระวันรัต วัดบวรนิเวศวิหาร และเพื่อเป็นการน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นอันหาที่สุดมิได้ ในวันดังกล่าว รัฐบาลจัดพิธีบำเพ็ญกุศลเพื่อถวายพระราชกุศลครบรอบ 1 ปี วันสวรรคตพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ที่ทำเนียบรัฐบาล โดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นประธาน ในเวลา 07.00 น. เป็นพิธีเจริญพระพุทธมนต์พระสงฆ์ 10 รูป ที่ตึกสันติไมตรี หลังนอก เวลา 07.40 น. พิธีทำบุญตักบาตรพระสงฆ์ 89 รูป ที่บริเวณด้านหน้าตึกสันติไมตรี จึงขอเชิญชวนส่วนราชการทั้งในส่วนกลางส่วนภูมิภาค และประชาชนทั่วประเทศ ร่วมจัดพิธีทำบุญตักบาตรเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลโดยพร้อมเพรียง

ชวนชาวไทยมุสลิมร่วมจงรักภักดี

นอกจากนี้ สำนักจุฬาราชมนตรี โดยนายอาศิส พิทักษ์คุมพล จุฬาราชมนตรี มีประกาศจุฬาราชมนตรี เรื่องแนวทางปฏิบัติสำหรับราชการและประชาชนชาวไทยที่นับถือศาสนาอิสลาม ในการพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระ ปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ที่มีกำหนดในวันที่ 25-29 ต.ค.2560 ว่า สำนักจุฬาราชมนตรี ขอเชิญชวนชาวไทยมุสลิมทุกคนแสดงความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ และน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ดังนี้ 1.ในการพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ บทบัญญัติศาสนาอิสลามมิได้มีข้อห้ามไปปรากฏตัว หรือร่วมแสดงความอาลัยในพระราชพิธี ยกเว้นร่วมประกอบพิธีกรรมทางศาสนาและความเชื่อ ได้แก่ การจัดดอกไม้จันทน์ การถวายหรือวางดอกไม้จันทน์ ณ พระเมรุมาศ หรืออำนวยความสะดวกเกี่ยวกับดอกไม้ จันทน์ เพื่อนำไปยังพระเมรุมาศ ทั้งส่วนกลางและส่วนจังหวัด ดังกล่าวนี้ถือเป็นพิธีกรรมความเชื่อเฉพาะศาสนาที่บทบัญญัติศาสนาอิสลามไม่อนุญาตให้เข้าร่วมได้

มัสยิดทั่วประเทศนำเสนอคุตบะห์

2.ในฐานะพสกนิกรชาวไทยมุสลิมที่เทิดทูนและมีความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ จึงขอเชิญชวนให้ปฏิบัติตามแนวทางดังนี้ 2.1 ร่วมปฏิบัติในกิจกรรมที่มิได้เป็นพิธีทางศาสนา ได้แก่ แสดงตนเป็นจิตอาสาให้บริการประชาชน ทั้งในส่วนกลางและส่วนจังหวัด 2.2 จัดกิจกรรมเพื่อสาธารณประโยชน์ 2.3 จัดกิจกรรมการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เพื่อเจริญรอยตามและสืบสานพระราชปณิธานในพระอัจฉริยภาพของพระองค์ 2.4 ให้มัสยิดทั่วราชอาณาจักร ได้นำเสนอคุตบะห์ (ธรรมกถา) เกี่ยวกับพระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพล อดุลยเดช ในวันที่ 27 ต.ค.นี้ 2.5 การแต่งกายในห้วงเวลาข้างต้น ข้าราชการให้แต่งกายตามระเบียบข้าราชการ กำหนด ประชาชนแต่งกายสุภาพแบบธรรมดาไม่ฉูดฉาด

เข้ามาต่อเนื่องกว่า 7 หมื่นคน

ต่อมาเมื่อเวลา 20.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ยังคงมีประชาชนจากทั่วสารทิศแต่งกายด้วยชุดไว้ทุกข์สีดำทยอยเข้าแถวผ่านจุดคัดกรองบริเวณโรงแรมรัตนโกสินทร์ และบริเวณวงเวียนรักษาดินแดน เพื่อมารอถวายบังคมพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช กันอย่างต่อเนื่อง ก่อนที่สำนักพระราชวังจะปิดให้เข้าถวายบังคมพระบรมศพฯ ในเวลา 24.00 น. ของคืนวันที่ 5 ต.ค.ท่ามกลางมาตรการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวดของเจ้าหน้าที่ และมีจิตอาสาจากหน่วยงานต่างๆมาสลับสับเปลี่ยนคอยอำนวยความสะดวกให้กับประชาชนที่อยู่ระหว่างการรอคอย ตลอดเวลา ทั้งนี้ สำนักพระราชวังได้สรุปยอดรวมประชาชนที่เดินทางมา ถวายสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระ ปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บนพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ในวันที่ 5 ต.ค. ตั้งแต่เวลา 00.01 น. จนถึงเวลา 18.00 น. ว่า มีจำนวนทั้งสิ้น 70,978 คน