วันจันทร์ที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

บิ๊กตู่พกความปลื้ม กลับมาถึงไทยแล้ว

อวดเคมีตรงกับ ‘ทรัมป์’ คนไทยในสหรัฐก็เชียร์

“บิ๊กตู่” ปลื้มไม่หายโว “ทรัมป์” ให้เกียรติรอรับถึงประตูรถ เหน็บรัฐบาลก่อนยังไม่ได้รับเชิญ เคลิ้มคนไทยในสหรัฐฯเชียร์ลงเลือกตั้ง ตกปากรับคำหาคนมาตั้งพรรคก่อน ยันแม้ขรุขระแต่จะลุยตามโรดแม็ป“พรเพชร” ขออย่าระแวง สนช.คว่ำร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญ ลั่นปิดจ๊อบไม่เกินสิ้นปี 61 “สุรชัย” ห่วงตั้ง กมธ.ร่วมกระทบไทม์ไลน์ไม่นิ่ง “มีชัย” ออกตัวเกิดอุบัติเหตุหลัง กรธ.พ้นเก้าอี้ก็ตัวใครตัวมัน พท.ดักคอ “ประยุทธ์” อย่าพลิ้วเลื่อนอีก ปชป.จี้ผู้นำเลิกคลุมเครือ ไม่รักษาคำพูดจะพังเอง “มาร์ค” บี้กำหนดให้ชัดวันหย่อนบัตร หยุดส่งสัญญาณยื้อ “นิพิฏฐ์” แฉเล่ห์เตะถ่วงชง ก.ม.ลูกวันสุดท้ายก่อนเส้นตาย “ภูมิธรรม” โต้ข่าวลือเลื่อนลอย “ปู” ตั้งรัฐบาลพลัดถิ่น สับพวกจุดกระแสสุมไฟเกลียดชัง ศาลออกหมายจับอีกคดี “ปู” หลบหนีไปนอกประเทศ

กำหนดวันเลือกตั้งกลับมาเป็นประเด็นร้อนทางการเมืองอีกครั้ง หลังจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ยืนยันจะประกาศวันเลือกตั้งภายในปี 2561 ขณะที่ฝ่ายการเมืองเรียกร้องให้นายกฯกำหนดระยะเวลาให้ชัดเจน พร้อมดักคออย่าเลื่อนการเลือกตั้งออกไปอีก

“บิ๊กตู่” ปลื้มกำลังใจคนไทยในสหรัฐฯ

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 4 ต.ค. (ตามเวลา ท้องถิ่นช้ากว่าไทย 11 ชั่วโมง) ที่โรงแรมโฟร์ ซีซันส์ กรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา หลังเสร็จสิ้นภารกิจการเยือนสหรัฐฯเพื่อพบปะหารือกับนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ก่อนเดินทางกลับประเทศไทย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้พบปะกับคนไทยจากนิวยอร์ก นิวเจอร์ซีย์ รวมทั้งนักเรียนไทยและคนไทยที่พำนักอาศัยอยู่กรุงวอชิงตันกว่า 60 คน โดยได้รับมอบช่อดอกกุหลาบสีชมพูเพื่อเป็นกำลังใจ และร่วมถ่ายรูปอย่างเป็นกันเอง

โว “ทรัมป์” รอรับถึงหน้าประตูรถ

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ขอบคุณที่มาให้กำลังใจ ไม่เคยสนใจว่าจะยืนบนพรมแดง เพราะไม่ได้ทำให้สูงหรือหล่อขึ้น หากผู้นำสหรัฐฯไม่ให้เกียรติ คงไม่ออกมาต้อนรับ ไม่เดินมารอรับตั้งแต่หน้าประตูรถ ขนาดรัฐบาลที่แล้วยังไม่ได้รับเชิญ มีหลายคนวิพากษ์วิจารณ์บุคลิกผู้นำสหรัฐฯ ตนเป็นคนแบบหนึ่ง นายโดนัลด์ ทรัมป์ ก็เป็นคนอีกแบบหนึ่ง แต่มีเคมีบางอย่างที่ตรงกัน เช่น อาจพูดจาไม่เข้าหู หรือมีอารมณ์ร้อน ประธานาธิบดีสหรัฐฯดูเป็นนักเลงพอสมควร เห็นพ้องกันว่าทั้ง 2 คนต่างเป็นผู้นําที่ถูกสื่อสังคมออนไลน์เล่นงานอย่างหนักหน่วงเช่นเดียวกัน

แนะคนไทยเลือกผู้นำที่สมอง

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวอีกว่า ตนอยู่ทุกวันนี้ได้ เพราะคนไทยส่วนใหญ่ยังรับในตัวตนได้ ส่วนจะอยู่ต่อไปได้อีกแค่ไหนเป็นอีกเรื่องหนึ่ง ได้พูดกับนายโดนัลด์ ทรัมป์ ว่า การเป็นผู้นำที่โลกต้องการจะต้องเป็นผู้นำแห่งการเปลี่ยนแปลงในสิ่งที่เป็นประโยชน์ ไม่ใช่เราจะเปลี่ยนกันจนเละเทะ ตนไม่เคยดูถูกคนจน เพราะเป็นคนจนมาเช่นกัน ไม่ได้เป็นเศรษฐี คนไทยละเอียดอ่อนและอ่อนไหวง่าย รักแรงรักเร็วเกลียดเร็ว อินไปเกือบทุกเรื่อง เรื่องเศรษฐกิจตามข้อมูลและหลักเศรษฐศาสตร์ยืนยันว่าดีขึ้นจริงๆ

ก่อนรัฐบาลนี้เข้ามาจีดีพีโตไม่ถึง

ร้อยละ 1 คาดว่าปีหน้าจะเกินร้อยละ 3.5 เข้ามารับหน้าที่ตรงนี้ไม่ได้ต้องการอำนาจ ทุกๆรัฐบาลเข้ามาทำงานก็อยากอยู่ให้ครบ 4 ปี บางครั้งยิ่งพยายามอยากอยู่ก็อยู่ไม่ครบ พอทำงานครบ 2 ปีมานั่งคิดว่าทำอย่างไรจะให้อยู่ครบวาระ เตรียมหาเงิน เตรียมเลือกตั้ง เดี๋ยวก็ต้องเลือกตั้งอยู่แล้ว ขึ้นอยู่กับว่าจะเลือกใคร คนแบบไหน ถ้าเลือกคนนิสัยแบบตน คนอาจจะไม่ชอบ ถ้าเลือกแบบนิสัยใจดีๆ พูดจานิ่มนวล เลือกคนหล่อๆ สวยๆ ก็ไม่รู้ แต่อยากจะ ให้พิจารณาดูที่สมองด้วย ยอมรับว่าดูยากเรื่องมันสมอง แต่จะดูได้ในสิ่งที่พูดออกมานั้นรับได้หรือไม่ พูดถึงประเทศชาติอย่างไร แต่ถ้าพูดชมเชยปากหวานทุกคนสวย ทุกคนหล่อ ดีใจสวัสดีค่ะแล้วกลับบ้าน ไม่ใช่ตนแน่นอน ทุกอย่างเป็นเรื่องจริง แต่ตนไม่เคยดูถูกประเทศไทย

ขุดอดีตเตือนรัฐบาลแล้วไม่ฟัง

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวต่อว่า การพัฒนาการเมืองเป็นไปตามโรดแม็ป ต้องเป็นประชาธิปไตยตามหลักสากล ต้องมีการเลือกตั้ง แต่เราต้องคิดต่อว่าเลือกตั้งแล้วต้องได้รัฐบาลที่มีธรรมาภิบาลจะทำอย่างไร ไม่ใช่บางทีก็เลือกแต่พรรค เลือกแต่ นโยบายพรรค ดูดีแล้วทำได้หรือไม่ ต่อไปนี้คิดว่าจะต้องเลือกเป็นคนคนแล้ว ที่พูดแบบนี้ไม่ใช่ชี้นำทางการเมือง แต่คืออนาคตของประเทศไทย คนไทยที่ดีๆที่ไปร่วมชุมนุมต่างๆก็มีมาก แต่ถูกฝังชิปไปแล้ว ต้องหาวิธีแกะชิปออก ทุกอย่างอยู่ที่ผู้นำจะดีหรือเลว ไม่ควรไปฝังชิปคนให้เป็นอย่างโน้นอย่างนี้ ข้อมูลบางอย่างที่ออกทางโซเชียลมันไม่ใช่ คนที่เขียน วันๆไม่ทำอะไร นั่งเขียนด่าคนเล่นๆ มันๆ ทำให้สังคมเสียหาย แม้แต่อดีตนายกฯหรือพรรคการเมือง ตนยังไม่เคยด่าเขาตรงๆสักที มันเป็นเรื่องกฎหมาย บอกให้ทุกคนทำตามหน้าที่ไป องค์กรอิสระทำไป เขาก็ไม่สู้กันเองตามกฎหมายพยานก็มี อย่าไปเชื่อ ตนไม่ได้เป็นศัตรูกับเขา เคยทำงานกับเขามา เคยเสนอแนะข้อคิดดีๆ แต่อย่างว่า การเมืองก็คือการเมือง ตนเป็นเพียงทหารเขาไม่ค่อยฟังเท่าไหร่ แล้วปัญหาก็เกิดขึ้นมาจนถึงทุกวันนี้

ซัดทั้ง ปท.เดือดร้อนเพราะคนบางคน

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า วันนี้ตนไม่ต้องการให้คนไทยเกลียดชังกันมากเกินไป สิ่งที่พระราชินีทรงสอนเสมอว่าเวลาเจอคนไม่ดีหรือใครที่ทำไม่ดีต่อเรา เราก็เติมความดีให้กับเขามากๆ เพิ่มความรักให้กับเขาเดี๋ยวเขาก็ดีขึ้นมาเอง ถ่วงน้ำหนักเติมให้เขากลับมาเป็นคนดีให้ได้ แต่มันมีคนบางประเภทยิ่งเติมยิ่งต่ำลงไปอีก อย่างนี้ต้องปล่อยไป อย่าไปทะเลาะ วันนี้คนทั้งประเทศเดือดร้อนกับเรื่องไม่กี่เรื่อง ทั้งที่เป็นเรื่องของคนบางคนหรือบางกลุ่มที่ทำไม่ถูกต้องก็ไปสู้คดี แต่ทำให้เดือดร้อนไปหมดเพราะประเทศไทยมีการเสนอแต่เรื่องการเมือง ทีวีทุกช่อง ดาราเลิกกันก็ทำให้คนเดือดร้อนกันไปหมด แบบนี้คนไทยตื่นมาความสุขก็หายไปแล้ว เปิดทีวีมาต้องไปแบกความทุกข์ของคนอื่นไปด้วย เสนอข่าวฆ่ากันตายก็เสนอกันทุกวัน พอศาลตัดสินออกมาก็ไม่เชื่อศาล นี้คือระบบที่ล้มเหลว คนไทยต้องมีหลักคิดที่ถูกต้องมีเหตุมีผล มีความพอประมาณ มีภูมิคุ้มกันที่ดี จะเสพสื่อหรือโซเชียลมีเดียต้องมีภูมิคุ้มกันที่ดี

ถึงขรุขระต้องทำตามโรดแม็ป

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ปีหน้าได้ประกาศเลือกตั้งแน่นอน โรดแม็ปจะขรุขระหรือไม่ขรุขระก็ช่าง แต่มันจำเป็น ถ้าจะประกาศเลือกตั้งเลือกไปก็เท่านั้น แต่มันอยู่ที่ประชาชนเราแล้วว่าจะทำอย่างไร อย่าไปใช้ความรุนแรง เรื่องนี้เป็นเรื่องรัฐธรรมนูญ เพราะต้องประกาศในปี 61 ตามเวลา ถ้ากฎหมายเสร็จจะประมาณปลายเดือน พ.ย.61 ทั้งหมดอยู่ที่คนไทยตัดสินใจว่าจะอยู่กันอย่างไรต่อไป และจะทำให้ต่างชาติยอมรับ พอประกาศวันเลือกตั้งไม่ว่าจะวันอะไรก็แล้วแต่ ต้องใช้เวลาอีก 150 วัน คืออีก 3 เดือน 5 เดือน เป็นเรื่องของพรรคการเมือง การลงบัญชี การส่งคนลงสมัครรับเลือกตั้ง การหาเสียง พอเสร็จแล้วได้ ส.ส.ต้องตรวจสอบใบเหลืองใบแดง จัดตั้งรัฐบาล ตั้งสภาทั้ง ส.ว.-ส.ส.กว่ากระบวนการจะเสร็จไม่ว่าเลือกตั้งวันนี้แล้วรัฐบาลจะมาเลยมันไม่ใช่ เรียกว่าเริ่มต้นกระบวนการเลือกตั้ง คือประกาศวันเลือกตั้ง มันมีกฎหมายอยู่ ทำเสร็จมา 240 วัน ต้องทูลเกล้าฯอีก 90 วัน ลงมาแล้วประกาศใช้มีผลเมื่อไหร่ถึงจะมาทำต่อได้ทั้งหมด มีอีกตั้งหลายอย่าง รวมถึงการเลือกตั้งท้องถิ่นที่หยุดไว้อีก ที่กระทรวงมหาดไทยต้องดำเนินการ ถ้าเลือกตั้งตอนนี้เละไปอีก แต่อยากให้ลองเลือกตั้งดูจะได้ดูว่าออกมาอย่างไร

แย้มอยากให้อยู่ต่อต้องทำตาม ก.ม.

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวด้วยว่า ตำแหน่งนายกฯไม่ใช่ตำแหน่งที่อยู่สบาย ถ้าจะอยู่สบายก็ได้โก้ๆยิ้มสวยๆพูดหวานๆ ถ้าอยู่แล้วทำงานแบบพวกเราแบบวันนี้ จะรู้ว่ามันไม่น่าพิสมัยเลย เป็นข้าราชการยังพอพูดกับผู้บังคับบัญชาได้ แต่พอมาเป็นการเมืองแล้วคนละแบบ ถ้าตนจะต้องอยู่ต่อไปก็ไม่รู้เหมือนกัน เพราะต้องเป็นการเมืองหรือไม่ ซึ่งจะต้องทำให้ได้ ถ้าภาคประชาชนอยากให้ตนเข้าไป มันก็มีอย่างเดียวกฎหมายมันก็มีอยู่ ถ้าถามว่าตนอยากได้อำนาจหรือสืบทอดอำนาจไหม ไม่อยากเลย แต่ถูกด่าทุกวันว่าไม่ดูแลประเทศชาติ ก็ทนไม่ได้กับพฤติกรรมร้ายๆ หลายอย่าง ตนอยู่กับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และ รมว.กลาโหม และ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย เป็นผู้ใต้บังคับบัญชามาก่อนรู้ว่าเป็นอย่างไร วันนี้สื่อไปจับประเด็นเอาเรื่องตรงนี้ตรงโน้นมาโยงกันไปหมดจนเสียไปหมดทุกคน หลายอย่างต้องรับแทนตนเผชิญหน้าตรงนั้นตรงนี้ แต่ถ้าเปิดรับทุกคนไม่ได้ ปัญหาจะกลับมาที่ตนทั้งหมด จะทำงานไม่ได้ ทุกคนต้องเข้าใจอย่าไปขาดความเชื่อมั่นใน ครม.ทำงานทุกคน ทำทุกอย่างและการจะเปลี่ยนแปลงหน่วยงาน ข้าราชการมันยาก ข้าราชการมีล้านกว่าคนต้องมีวินัย แต่การเมืองเข้ามาล้วงได้ จึงเป็นสิ่งที่ต้องหาภูมิคุ้มกันให้กับข้าราชการ รัฐวิสาหกิจก็ปรับใหม่ทั้งหมด

รับปากกองเชียร์หาคนมาตั้งพรรค

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คนไทยที่เข้าพบได้ยกมือและถามว่า จะลงเลือกตั้งหรือไม่ จะได้บินกลับไปลงคะแนนให้ พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า “เดี๋ยว หาคนมาเป็นพรรคก่อน” เมื่อถูกถามย้ำว่า “แน่นะ” พล.อ.ประยุทธ์ตอบกลับทันทีว่า “จ้ะ” จากนั้นคนไทยคนเดิมได้ถามอีกว่า จะทำอย่างไรให้ท่านอยู่นานๆ พล.อ.ประยุทธ์ ตอบว่า มีหลายคนบอกว่า ตนร้องเพลงคืนความสุข เมื่อไหร่จะคืนความสุขเสียที ขอบคุณและขอให้คอยดูว่าจะเกิดอะไรขึ้นนะ แต่ตอนนี้พูดไม่ได้ ต่อจากนั้นมีคนไทยอีกคนได้กล่าวกับ พล.อ.ประยุทธ์ว่า “ดีใจที่ท่านเข้ามาบริหารประเทศ อยากให้บริหารต่อไป พร้อมยื่นเอกสารข้อเสนอเรื่องปฏิรูปตำรวจกับข้อเสนอต่างๆ ให้กับนายกฯ ขณะที่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ตำรวจคือข้าราชการของเราต้องมองสองมุม ทั้งตำรวจและประชาชนด้วย ถ้าต่างคนต่างเคารพซึ่งกันและกันจะเบาลงทันที หลังจากนั้น พล.อ.ประยุทธ์ ได้เดินไปจับไม้จับมือ และถ่ายรูปร่วมกัน มีบางคนได้ตะโกนบอก “ขอให้อยู่นานๆ เป็นนายกฯ ไปตลอดกาล”

กระทั่งเวลา 12.20 น. พล.อ.ประยุทธ์และคณะ เดินทางออกจากท่าอากาศยานนานาชาติ ดัลเลส กรุงวอชิงตัน โดยสายการบินนิปปอนแอร์เวย์ เที่ยวบินที่ NH1 ใช้เวลาเดินทางประมาณ 14 ชั่วโมง ไปยังท่าอากาศยานนานาชาตินาริตะ กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น เพื่อเดินทางต่อด้วยสายการบินไทยเที่ยวบินที่ TG 677 จากญี่ปุ่นถึงท่าอากาศยานสุวรรณภูมิในเวลา 21.55 น. วันที่ 5 ต.ค.

“พรเพชร” ขออย่าระแวง สนช.

ที่รัฐสภา นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) กล่าวถึงกรอบเวลาพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญของ สนช.ว่า การจัดทำร่างกฎหมายลูกทุกฉบับมีกำหนดเวลาชัดเจนว่า คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ต้องส่งมาให้ สนช.ภายใน 240 วัน และ สนช.มีเวลาพิจารณาภายใน 60 วัน เมื่อพ้นจาก สนช.แล้วต้องส่งร่างกฎหมายให้องค์กรอิสระที่เกี่ยวข้องและ กรธ.พิจารณาว่าเห็นด้วยหรือจะตั้งคณะ กรรมาธิการร่วม 3 ฝ่ายหรือไม่ สนช.ตั้งใจว่าจะทำให้เร็วที่สุด แต่ไม่ได้หมายความจะทำลวกๆ ออกกฎหมายให้ขัดรัฐธรรมนูญแล้วไปยื่นคำร้องให้กฎหมายเป็นโมฆะและมาเขียนใหม่ยุ่งวุ่นวายไปหมดคงไม่ได้ สนช.ต้องรับผิดชอบทำทุกอย่างไม่ให้มีปัญหา อย่าไปหวาดระแวงว่าจะไปคว่ำอะไร ส่วนไทม์ไลน์ที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้า คสช.ระบุว่าจะประกาศวันเลือกตั้งในปี 2561 เหมือนส่งสัญญาณมาที่ประธาน สนช.ว่ากฎหมายลูกทั้งหลายทำให้เสร็จเรียบร้อยภายในสิ้นปี 2561 เพื่อประกาศวันเลือกตั้งได้

ก.ม.ลูกไม่ควรเสร็จช้ากว่าสิ้นปี 61

เมื่อถามว่า ถ้ากฎหมายลูกเสร็จปลายปี 2561 การเลือกตั้งจะเกิดขึ้นช่วงต้นปี 2562 ใช่หรือไม่ นายพรเพชรตอบว่า ตามรัฐธรรมนูญกำหนดให้การเลือกตั้งเกิดขึ้นภายใน 150 วันนับแต่วันที่ร่างกฎหมายเกี่ยวกับการเลือกตั้งประกาศใช้ ถ้าเป็นไปตามที่คิดไว้ตรงกัน กฎหมายลูกไม่ควรช้ากว่าสิ้นปี 2561 กฎหมายการเลือกตั้ง 4 ฉบับ ช้าที่สุดอย่างไรก็ต้องก่อนสิ้นปี 2561 บางอย่างตนไปพูดกระทบคนอื่นไม่ได้ ต้องเร่งในส่วนที่ สนช.รับผิดชอบ เช่น พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยกรรมการการเลือกตั้ง ไม่รู้ว่า กกต.ยื่นไปหรือยัง ได้แต่หวังว่าเราทำดีไปแล้ว ศาลรัฐธรรมนูญคงไม่วินิจฉัยว่าขัดรัฐธรรมนูญ ถ้าศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าขัดรัฐธรรมนูญขึ้นมาจะทำอย่างไร จะเกี่ยวกับตนที่ดูกฎหมายไม่ดี แต่ว่ามันมีปัจจัย ถ้าเกิดขึ้นอย่างนี้จะทำอย่างไร

ห่วง กมธ.ร่วมฉุดโรดแม็ปไม่นิ่ง

นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธาน สนช. กล่าวว่า ร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญจะเสร็จสิ้นขั้นตอนของ กรธ.ใน 240 วัน ช่วงต้นเดือน ธ.ค.60 เข้าสู่ขั้นตอนของ สนช.อีก 60 วัน แต่ต้องดูกลไกพิเศษจะมีการโต้แย้งจากหน่วยงานหรือองค์กรอิสระจนเวลาอาจไม่นิ่ง ถ้าตั้งกรรมาธิการ 3 ฝ่าย และทุกขั้นตอนใช้เวลาเต็มที่ทุกอย่าง เวลาอาจเขยิบออกไปได้ เมื่อถามว่า หากรวมระยะเวลาทุกอย่าง เช่น การตั้งกรรมาธิการร่วม 3 ฝ่าย การยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความ จะทำให้การร่างกฎหมายลูกเสร็จปลายเดือน พ.ย.2561 ได้หรือไม่ นายสุรชัยตอบว่า ยังไม่ได้นับจะไปถึงเดือน พ.ย.2561 หรือไม่ อย่าเพิ่งไปซีเรียสเรื่องระยะเวลา ถึงอย่างไรการเลือกตั้งต้องเกิดขึ้นแน่ เมื่อถามว่า การเลือกตั้งจะมีขึ้นปี 2562 ใช่ไหม นายสุรชัยตอบว่า ไม่ทราบ เพราะนายกฯบอกว่าจะประกาศอีกทีตอนปี 2561 ขึ้นอยู่กับร่างกฎหมายลูก 10 ฉบับ จะเสร็จเมื่อใด ถึงตอนนั้นไม่ต้องรอนายกฯประกาศ เราก็นับกันเองได้

“มีชัย” ชี้อุบัติเหตุเกิดก็ตัวใครตัวมัน

ด้านนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) กล่าวถึงกรณีที่นายกฯยืนยันว่าจะประกาศวันเลือกตั้งภายหลังจากกฎหมายลูกเสร็จในเดือน พ.ย.2561 ว่า ต้องไปถามนายกฯ ตนตอบได้เฉพาะของ กรธ.ที่ต้องทำกฎหมายลูกให้เสร็จภายใน 240 วัน หรือก่อนวันที่ 1 ธ.ค.60 พอส่งครบทุกฉบับรอให้ สนช.พิจารณา ส่วนจะมีอุบัติเหตุทำให้กระบวนการร่างลากยาวไปถึงเดือน พ.ย.2561 ตามที่ พล.อ.ประยุทธ์ระบุหรือไม่ไม่มีใครรู้หรอก หมอดูอีทีก็ตายไปแล้ว จะไปถามคงไม่ได้ อย่าไปกังวล วันนี้ยังไม่เกิดขึ้น ถ้ามีอุบัติเหตุทำให้กฎหมายไม่สามารถประกาศใช้ได้ต้องกลับมาให้ กรธ.แก้ ตอนนั้นไม่มีกรอบเวลา รัฐธรรมนูญไม่กำหนดไว้ ถ้าเกิดขึ้นจริงขึ้นอยู่ว่าต้องแก้บางจุดหรือว่าร่างใหม่ จึงบอกไม่ได้ในตอนนี้ เพราะไม่รู้ว่ามันจะเกิดอะไรขึ้น ถ้า กรธ.ยังอยู่ก็ส่งกลับมาให้ กรธ.แก้ไข แต่ถ้า กรธ. ไม่อยู่แล้ว ก็ตัวใครตัวมัน ถ้ากฎหมายลูกประกาศใช้ครบทั้ง 10 ฉบับ กรธ.ไม่อยู่แล้ว สมมติว่าศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าขัดรัฐธรรมนูญก็ไม่เกี่ยวกับกรธ.เพราะไม่อยู่แล้ว

“วิษณุ” ติงอย่าสมมติสิ่งที่ยังไม่เสร็จ

เมื่อเวลา 14.30 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯให้สัมภาษณ์กรณีหากตั้งกรรมาธิการร่วมพิจารณากฎหมายลูกระหว่าง กรธ. กับ สนช.จะทำให้โรดแม็ปต้องขยับหรือไม่ว่า ไม่ขอตอบเรื่องยังไม่เสร็จ หากจะสมมติอะไรสมมติได้หลายอย่าง เช่น มีความเห็นต่างแล้วตีตกกฎหมายลูก ต้องดูว่าตีตกตรงไหน แล้วหยิบตรงนั้นมาแก้ไข ถ้าตีตกหลายมาตราต้องเสียเวลาร่างใหม่ หวังว่าคงไม่ถึงขนาดนั้น เวลาพูดโรดแม็ปขอให้พูดที่เป็นเหตุการณ์ว่าอะไรจะเกิด ถ้าเอาวัน ว. เวลา น. ตอบไม่ได้ ตัวแปรมันเยอะ เมื่อถามว่า ตามโรดแม็ปหากใช้เต็มเวลาจะได้รัฐบาลใหม่ปี 62 หรือไม่ นายวิษณุ ตอบว่า น่าจะปลายปี 61 หรือต้นปี 62 เหตุที่เป็นปลายปี 61 เพราะเมื่อเลือกตั้งเสร็จและประกาศผลภายใน 60 วัน เปิดสภาฯเลือกนายกฯได้ม้วนเดียวจบก็เร็ว แต่ถ้ามีใบแดงเยอะ เปิดสภาไม่ได้ต้องยืดเวลาออกไป เมื่อถามถึงกรณียื่นศาลรัฐธรรมนูญตีความ นายวิษณุกล่าวว่า เป็นตัวแปรที่ไม่ได้อยู่ในโรดแม็ป ถ้าส่งต้องเลี้ยวไปศาลรัฐธรรมนูญ นานเท่าไหร่ไม่รู้ ไม่มีกรอบเวลากำหนด ถ้าไม่ส่งก็กราบบังคมทูลฯ

พท.ดักคอ “บิ๊กตู่” อย่าพลิ้วเลื่อนอีก

วันเดียวกัน นายพิชัย นริพทะพันธุ์ อดีต รมว.พลังงาน และแกนนำพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ยินดี ที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ได้พบกับนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ที่ทำเนียบขาว และได้ยืนยันว่าปีหน้าประเทศไทยจะมีการเลือกตั้งแน่นอน โดยจะประกาศกำหนดวันเลือกตั้ง สร้างความมั่นใจให้กับประชาคมโลก หวังว่าคราวนี้จะไม่มีการเลื่อนอีกเพราะจะส่งผลเสียต่อความเชื่อมั่นอย่างมาก ทั้งนี้ การค้าการลงทุนกับสหรัฐฯ มีความสำคัญกับไทยอย่างมากเพราะเป็นคู่ค้าสำคัญ โดยประเทศไทยได้เปรียบดุลการค้ากับสหรัฐฯ ในปริมาณที่สูงทุกปี และพรรคเพื่อไทยก็จะคิดนโยบายเพื่อต่อยอดการค้าการลงทุนกับสหรัฐฯให้เพิ่มขึ้น

ปชป.เตือนผู้นำเลิกคลุมเครือ

นายวิรัตน์ กัลยาศิริ หัวหน้าทีมกฎหมายพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า เมื่อนายกฯไปให้คำมั่นสัญญาเรื่องการเลือกตั้งกับนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ผู้นำมหาอำนาจโลกแล้ว ต้องกลับมาจัดการเรื่องภายในประเทศให้ชัดเจน ต้องรีบเร่งออกกฎหมายลูกให้เสร็จโดยเร็วเป็นระบบกว่าที่ผ่านมา จากนั้นชี้แจงกฎหมายให้ประชาชนเข้าใจการใช้ระบบไพรมารีโหวต เพราะซับซ้อนต้องใช้เวลาเตรียมตัว ผู้มีอำนาจต้องส่งสัญญาณให้ชัดเจนไม่คลุมเครือ การประกาศวันเลือกตั้งล่วงหน้าจะเป็นประโยชน์ต่อทุกฝ่าย สร้างเครดิตให้รัฐบาล หากให้สัมภาษณ์ไปคนละทิศทางทำให้สับสน กระทบเศรษฐกิจให้แย่ลงไปอีก อย่าสักแต่พูด คิดถึงผลกระทบด้วย

“นิพิฏฐ์” แฉวิธีหน่วงกาบัตร

นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า เชื่อว่าเขามีวิธีการหน่วงระยะเวลาจัดการเลือกตั้งให้ยืดออกไป อาจจะเสนอกฎหมายลูกในวันสุดท้ายที่กรอบรัฐธรรมนูญกำหนดคือวันที่ 240 สนช.พิจารณาเต็มเวลาตามคือ 60 วัน อาจมีความเห็นแย้งให้ตั้งคณะกรรมาธิการพิจารณาร่วมเพื่อปรับแก้ต้องใช้เวลาอีกราว 1 เดือน จึงค่อยส่งร่างให้นายกฯ พิจารณาจะส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความ สามารถหน่วงเวลาออกไปได้และฝ่ายการเมืองอย่าไปเรียกร้องให้เลือกตั้ง เพราะจะเลือกตั้งช้าหรือเร็ว มี 3 ปัจจัยคือ 1.เงื่อนเวลาตามรัฐธรรมนูญกำหนดอยู่ที่ว่า กรธ.และ สนช.จะเลือกใช้เวลาตามกรอบนั้นให้ยาวหรือสั้น 2.สถานการณ์การเมือง หรือความต้องการของประชาชน 3.รัฐบาล คสช.ต้องประเมินตัวเองว่าจะอยู่ในอำนาจยาว ส่งผลดีหรือผลร้ายต่อรัฐบาล คสช.เองหรือไม่

จวกไม่รักษาคำพูดจะพังเอง

นายนิพนธ์ วิสิษฐยุทธศาสตร์ อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธาน สนช.ออกมาระบุว่า การยกร่างกฎหมายลูกหมวดเลือกตั้งจะทำเสร็จในปลายปี 2561 ว่า ไม่ตรงกับที่กำหนดในโรดแม็ปตามรัฐธรรมนูญ หากเขาอยู่ได้ก็อยู่ไป การที่เขาคิดจะลากอยู่ยาว คงกลัวการเช็กบิลย้อนหลังจากฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดหรือไม่ จะเลือกตั้งเมื่อไหร่ก็แล้วแต่เขา พูดแล้วไม่รักษาคำพูดก็เสียตัวเขาเอง

ทวง คสช.จริงใจต้องรีบปลดล็อก

นายสาธิต ปิตุเตชะ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ถ้าลงพื้นที่ไปถามประชาชนส่วนใหญ่ไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 อยากให้เลือกตั้ง เป็นจุดเริ่มต้นของความหวังว่าปากท้องที่เคยฝืดเคืองจะดีขึ้น หากนายกฯไม่ทำตามสัญญาจะทำลายความหวังของประชาชน สุดท้ายย้อนกลับมาทำลายความน่าเชื่อถือในตัวนายกฯเอง ถ้า คสช.จริงใจจะพาบ้านเมืองไปสู่การเลือกตั้งจริงๆ ต้องส่งสัญญาณปลดล็อกคำสั่ง คสช.ให้พรรคการเมืองเคลื่อนไหวได้แล้ว อย่าพูดเพียงว่ายังไม่ถึงเวลา

“มาร์ค” บี้พูดให้ชัดหยุดส่งสัญญาณยื้อ

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์กล่าวในรายการ 101 องศาข่าวทางสถานีวิทยุ เอฟเอ็ม 101 ว่า กรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช.ประกาศวันเลือกตั้งปีหน้า ที่สหรัฐฯ ตอนไปญี่ปุ่นบอกจะเลือกตั้งปี 59 ไปยูเอ็นก็บอกเลือกปี 60 ตอนนี้ก็ปี 61 หลังจากนี้ถ้าจะบอกว่ากฎหมายลูกไม่ผ่าน ดูไม่สมเหตุสมผล เพราะเขียนตามกรอบของรัฐธรรมนูญ คนทำกฎหมายทั้งหมดอยู่ในแม่น้ำ 5 สาย สามารถทำให้ราบรื่นได้ จึงบอกว่าอย่าส่งสัญญาณอะไรที่เกี่ยวข้องกับการจะเลื่อนหรือจะยื้อหรืออะไรอีก มีแต่จะสร้างปัญหา สุ่มเสี่ยงต่อความขัดแย้งในอนาคต ไม่ต้องไปสนใจด้วยซ้ำว่าจะไปพูดที่สหรัฐฯหรือที่ไหน เอาให้ชัดๆไปเลย การกำกวมไม่เป็นผลดีกับใคร

จี้แจงซื้อหมู-อาวุธจากมะกัน

นายอภิสิทธิ์กล่าวอีกว่า กรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. เดินทางไปพบนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ที่มีนโยบาย ชัดว่าอเมริกาต้องมาก่อน ประเทศไทยถูกขึ้นบัญชีที่จะต้องพิจารณา เพราะเกินดุลกับทางสหรัฐฯ จึงจ้องจับตาทั้งเรื่องอาวุธ เรื่องหมู ทราบว่ามีเรื่องถ่านหิน เรื่องเฮลิคอปเตอร์ต้องรอให้รัฐบาลชี้แจง ตนกังวลเรื่องเนื้อหมูจะกระทบต่อเกษตรกร ต้องถามว่าประโยชน์ ที่จะได้รับเป็นรูปธรรม เขายอมรับเราดีขึ้นหรือไม่ ทั้งจัดลำดับเรื่องการค้ามนุษย์ หรือเรื่องทรัพย์สินทางปัญญา จึงต้องรอดู

ร้องทบทวนนำเข้าถ่านหิน

ด้านนายศรีสุวรรณ จรรยา นายกสมาคมต่อต้าน สภาวะโลกร้อน กล่าวว่า สมาคมฯได้ออกแถลงการณ์เรียกร้องให้นายกฯและ SCG ทบทวนการซื้อถ่านหินจากสหรัฐฯ กรณีผู้บริหาร SCG เตรียมลงนามจัดซื้อถ่านหินจากสหรัฐฯ 2 ฉบับ 155,000 ตัน เพื่อผลิตปูนซีเมนต์ อ้างว่าเป็นถ่านหินที่มีคุณภาพดีและคุ้มค่า ต่อการลงทุน ทำให้สังคมไทยผิดหวังต่อ SCG ทำให้เห็นชัดเจนว่า SCG เป็นบริษัทที่นิยมถ่านหิน พลังงานก่อปัญหาสภาวะโลกร้อน ครั้งนี้เป็นข้อพิสูจน์ชัดเจนว่า แท้จริงแล้วเป็นบรรษัทเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมจริงหรือไม่ การสนับสนุนของนายกฯยังสะท้อนให้เห็นถึงการดำเนินนโยบายที่ขัดหรือแย้งต่อปฏิญญาปารีสว่าด้วยการป้องกันปัญหาโลกร้อนที่ประเทศไทยได้ให้สัตยาบันแล้วด้วย สมาคมฯขอเรียกร้องไปยังนายกฯและ SCG ให้ทบทวนการเตรียมลงนามดังกล่าว รวมทั้งหยุดใช้ถ่านหินจากแหล่งต่างๆทั่วโลก เพื่อรักษาภาพลักษณ์ของนายกฯและ SCG ต่อไป

“บิ๊กเจี๊ยบ” เผยยังไม่คิดซื้อ ฮ.คอบร้า

พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผบ.ทบ. กล่าวถึงการจัดหาเฮลิคอปเตอร์โจมตีจากสหรัฐฯ รุ่นคอบร้า เพื่อทดแทนเครื่องเก่าจำนวน 6 ลำ ว่า เครื่องเก่าหมด อายุนานแล้ว ต้นสังกัดทำเรื่องเสนอมาให้กองทัพบกอยู่ระหว่างการกำหนดยังไม่ไปถึงไหน และยังไม่คิดจะซื้ออะไร อาจไม่ทันยุคที่ตนเป็น ผบ.ทบ. เพราะยังไม่ผ่านคณะกรรมการกำหนดมาตรฐานยุทโธปกรณ์กองทัพบก (กมย.ทบ.) ฉะนั้น อย่าไปให้ความหวัง ยังอีกนาน ส่วนการที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯได้หารือกับประธานาธิบดีสหรัฐฯ การจัดซื้ออาวุธเป็นเพียงฝากเรื่องไปหารือเท่านั้น ว่าเขาจะขายให้เราหรือไม่ ซึ่งไม่ได้มีอะไรเพราะโครงการจัดซื้อยังไม่มี

“ป๋า” ภูมิใจสร้างเด็กไทยเป็นคนดี

เมื่อเวลา 10.30 น. ที่สโมสรทหารบก ถนนวิภาวดี พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ เป็นประธานพิธีเปิดโครงการสานใจไทย สู่ใจใต้ รุ่นที่ 31 พล.อ.เปรมกล่าวตอนหนึ่งว่า วันนี้ เป็นวันที่พวกเราควรภาคภูมิใจว่า พวกเราได้พร้อมเพรียง กันมาทำงาน เพราะเกิดมาต้องตอบแทนบุญคุณแผ่นดินอีก ขอจดจำในความเอื้อเฟื้อของผู้ใหญ่ กระทรวง ทบวง กรม รวมถึง ผบ.เหล่าทัพต่างๆ ขอให้ภูมิใจ ทุกท่านมีส่วนร่วมสร้างเด็กให้เติบโตขึ้นมาเป็นคนดีตามที่เราปรารถนา สิ่งสำคัญที่จะต้องทำคือ ต้องรักษาความเป็นไทยไว้ให้ได้ มีความเป็นธรรมต่อชาติบ้านเมืองของเรา ภูมิใจที่เห็นพวกเรามุ่งมั่น ทุ่มเท และพยายามสร้างโครงการนี้ให้ยืนยง มั่นคง

เพิ่มเบี้ยคนแก่รายได้น้อยอีก 100 บาท

เมื่อเวลา 10.00 น. ที่รัฐสภา มีการประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) มีนายพรเพชร วิชิต-ชลชัย ประธาน สนช.ทำหน้าที่ประธานการประชุม เพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ผู้สูงอายุ (ฉบับที่...) พ.ศ. ...ตามที่ ครม.เสนอมา มีสาระสำคัญคือ การจ่ายเงินสงเคราะห์โดยนำเงินจากกองทุนภาษีบาปร้อยละ 2 จำนวน 4,000 ล้านบาทต่อปี มาเพิ่มเป็นเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป และต้องเป็นผู้สูงอายุที่มีรายได้น้อยที่ขึ้นทะเบียนสวัสดิการแห่งรัฐ โดยจะให้เบี้ยยังชีพเพิ่มขึ้นอีกเดือนละ 100 บาทต่อเดือน อาทิ จากเดิมคนที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไปและมีรายได้น้อย จากที่เคยได้เบี้ยยังชีพ 600 บาท เพิ่มเป็น 700 บาท อายุ 70 ปี จากเดิมได้ 700 บาท เพิ่มเป็น 800 บาท โดยจะมีผู้สูงอายุเกิน 60 ปี และไปขึ้นทะเบียนเป็นผู้มีรายได้น้อยได้รับสิทธิกว่า 3 ล้านคน ที่ประชุมมีมติรับหลักการร่าง พ.ร.บ.ผู้สูงอายุ ด้วยคะแนน 205 ต่อ 1 เสียง งดออกเสียง 4 ตั้งคณะกรรมาธิการ 19 คน กำหนดเวลาพิจารณา 45 วัน

ผบ.ทบ.ชี้คิดไปเอง “ปู” ตั้ง รบ.พลัดถิ่น

อีกเรื่องเมื่อเวลา 13.00 น. ที่สโมสรทหารบก ถนนวิภาวดีฯ พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผบ.ทบ.กล่าวถึงกรณีกระแสข่าวว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ขอลี้ภัยการเมืองและตั้งรัฐบาลพลัดถิ่นที่ประเทศอังกฤษ ว่า ขณะนี้ตนไม่ทราบ และยังไม่มีข้อมูลในเรื่องดังกล่าวและทุกอย่างคิดกันไปเองทั้งหมด ส่วนกรณีที่มีการตั้งข้อสังเกตว่าหาก น.ส.ยิ่งลักษณ์ลี้ภัยได้จริงจะตอกย้ำว่าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้การสนับสนุนในการหลบหนีหรือไม่นั้น พล.อ.เฉลิมชัยกล่าวว่า ไม่ทราบ ไม่รู้

กต.ไม่สามารถยืนยันได้ลี้ภัยแล้ว

น.ส.บุษฎี สันติพิทักษ์ อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวถึงความคืบหน้าการเพิกถอนหนังสือเดินทางของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯว่า กระทรวงการต่างประเทศได้รับหนังสือจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติแล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาดำเนินการตามระเบียบกระทรวงการต่างประเทศว่าด้วยการออกหนังสือเดินทาง พ.ศ.2548 เมื่อถามว่ามีข้อมูลใดๆเกี่ยวกับข่าวที่ว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ได้รับเอกสารรับรองสิทธิขั้นพื้นฐานจากอังกฤษในการขอลี้ภัยแล้ว น.ส.บุษฎีกล่าวว่า กระทรวงไม่สามารถยืนยันเกี่ยวกับเอกสารรับรองสิทธิตามที่กล่าวอ้างถึง ทั้งนี้ การให้สิทธิ หรือเอกสารเดินทางประเภทใดกับบุคคลใดเป็นอำนาจของประเทศนั้นๆ

ออกหมายจับหนีไปนอกอีกคดี

ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร.กล่าวว่า เมื่อวันที่ 4 ต.ค. ศาลอาญากรุงเทพใต้ อนุมัติหมายจับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ เพิ่มเติมในข้อหาเข้าออกราชอาณาจักรไม่เป็นไปตามช่องทางที่ถูกต้องตามกฎหมาย หลังหลบหนีคดีทุจริตโครงการรับจำนำข้าว หลังจากนี้จะส่งประกาศสืบจับไปยังตำรวจทั่วประเทศ รวมถึงด่านตรวจคนเข้าเมืองทุกด่าน ส่วนการดำเนินคดีกับบุคคลที่พาหลบหนี อยู่ระหว่างรวบรวมหลักฐานดำเนินคดีกับบุคคลที่เกี่ยวข้อง ส่วนการประสานตำรวจสากลขอหมายแดงให้สอบถาม พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. เนื่องจากเสนอเรื่องไปตามขั้นตอนแล้ว

พท.โต้ไม่จริงข่าวลือเลื่อนลอย

นายภูมิธรรม เวชยชัย รักษาการเลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ตามที่มีกระแสข่าวเกี่ยวกับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ เรื่องการจัดตั้งรัฐบาลพลัดถิ่น ปรากฏอยู่ในสื่อบางฉบับและอ้างว่าเป็นแหล่งข่าวไม่ปรากฏมีตัวบุคคลยืนยันที่ชัดเจนถือเป็นกระแสข่าวเลื่อนลอยขาดข้อเท็จจริงรองรับ ขอยืนยันว่าเรายังไม่ได้รับข่าวคราวใดๆในเรื่องดังกล่าวจากอดีตนายกฯ ซึ่งกระแสข่าวที่มีการปรากฏตัวของอดีตนายกฯด้วยรูปถ่ายในสถานที่ต่างๆล้วนเป็นภาพเก่าในอดีตหรือบางครั้งเป็นภาพตัดต่อที่นำมาทำให้เกิดการเข้าใจผิดได้ หากจะมีการชี้แจง น.ส.ยิ่งลักษณ์น่าจะเป็นผู้ออกมาชี้แจงเอง ไม่ควรจะมีใครอ้างอิงคาดการณ์หรือชี้แจงแทนได้

ซัดอย่าจุดกระแสเกลียดชัง

นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รักษาการรองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า กระแสข่าว น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี อาจได้รับอนุญาตให้ลี้ภัยอยู่ในอังกฤษ และอาจเปิดเกมตั้งรัฐบาลพลัดถิ่นต่อสู้กับรัฐบาล ขอยืนยันว่าข่าวนี้เป็นเท็จ ไม่มีมูลความจริง พรรคเพื่อไทยเห็นว่าไม่มีใครจะไปเคลื่อนไหวใดๆ สมาชิกพรรคเพื่อไทยทุกคนอยากเห็นบ้านเมืองสงบ เดินหน้าปรองดองสมานฉันท์ ไม่ทราบว่าคนที่ปล่อยข่าวออกมามีเจตนาอย่างไร อย่าจุดกระแสให้เกิดความเกลียดชังหรือไม่ไว้วางใจระหว่างกัน บรรยากาศของบ้านเมืองในยามนี้ ทุกฝ่ายควรร่วมด้วยช่วยกัน พรรคยืนยันอีกครั้งว่าไม่มีกรณีหรือการดำเนินการตั้งรัฐบาลพลัดถิ่นตามที่ถูกจุดกระแสขึ้นมา

“อุ๊งอิ๊ง” โพสต์ “ทักษิณ” อยู่ดูไบ

น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หรืออุ๊งอิ๊ง บุตรสาวนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯโพสต์เฟซบุ๊กเป็นภาพนายทักษิณ พร้อมข้อความว่า “กลับมาพักผ่อนสบายๆอยู่ที่บ้านดูไบ รู้สึกคิดถึงลูกๆและหลานๆแล้ว” พ่อโทร.มาพูดแบบนี้ แง คิดถึงเหมือนกันค่ะตาตา เดี๋ยวไปหาอีกนะคะ”

“บิ๊กตู่” จะอดทนงดโต้การเมือง

เมื่อเวลา 22.20 น. ที่ห้องรับรอง สนามบิน สุวรรณภูมิ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. ให้สัมภาษณ์ภายหลังเดินทางกลับ จากการเยือนสหรัฐฯว่า กลับมาอย่างปลอดภัยทุกอย่างเป็นไปด้วยความเรียบร้อย สิ่งใดก็ตามที่ต้องดำเนินการต่อ เราจะดำเนินการต่อไป ขออย่าพูดจาอะไรให้เสียหาย ประเทศไทยคือประเทศไทย เราไปบ้านเขาเมืองใครก็มีอัธยาศัยที่ดีต่อกัน ดังนั้นอย่าเขียนอะไรให้เสียหาย ต้องขอบคุณคนไทยที่ติดตามการทำงานของรัฐบาลและนายกฯครั้งนี้ ถือว่าไปพบมิตรประเทศที่มีความสัมพันธ์ยาวนาน เป็นมิตรที่ดีกันต่อไปตราบนานเท่านาน เช่นเดียวกับ ประเทศอื่นๆที่เราเป็นมิตรด้วยกับทุกประเทศ ไม่อยากให้มองว่าเราไปสนิทกับคนโน้นคนนี้ เพราะการค้าขาย การลงทุนต้องทำกับทุกประเทศ ขอย้ำว่า บางอย่างเป็นเรื่องละเอียดอ่อน การจะพูดจาอะไรออกไป ไม่จำเป็นต้องพูดทุกวัน จะทำให้เกิดความ วุ่นวาย จากนี้ไปขออย่างเดียวคือให้ประเทศมีเสถียรภาพ ต่อไปจะพยายามอดทน ไม่ไปสู้รบกับใคร โดยเฉพาะในทางการเมือง ใครอยากจะพูดอะไร ก็พูดไป อยากจะถามอะไรก็ถามมา ถ้าอยากจะตอบก็จะตอบ หากไม่อยากตอบจะไม่ตอบ เพราะไม่ไหว แล้ว เรื่องเหล่านี้มันบั่นทอนจิตใจ ขอบคุณคนไทยที่รักและติดตาม ส่วนใครไม่ติดตามก็ช่างเขา