วันอาทิตย์ที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ดัชนีเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือน ก.ย.พุ่งปรี๊ด คนไทยมีความหวังเศรษฐกิจดีขึ้น

นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยถึงดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือน ก.ย.60 ที่สำรวจจากประชาชนตัวอย่าง 2,259 คนทั่วประเทศว่า อยู่ที่ 75.0 เพิ่มจาก 74.5 ในเดือน ส.ค.60 ซึ่งปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 2 ส่วนดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคในปัจจุบันอยู่ที่ 50.5 ลดจาก 51.6 ลดลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 5 และดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคในอนาคตอยู่ที่ 85.5 เพิ่มจาก 84.2 เพิ่มขึ้นติดต่อกันเป็นเดือนที่ 2 ขณะที่ดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับเศรษฐกิจโดยรวมอยู่ที่ 62.5 เพิ่มจาก 62.4 ดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับโอกาสในการหางานอยู่ที่ 69.8 เพิ่มจาก 69.7 และดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับรายได้ในอนาคตอยู่ที่ 92.7 เพิ่มจาก 91.5

ทั้งนี้ สาเหตุที่ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคปรับตัวดีขึ้น มาจากผู้บริโภคมีความหวังว่าเศรษฐกิจไทยในอนาคตจะปรับตัวดีขึ้น ตามการส่งออกและการท่องเที่ยวที่จะฟื้นตัวดีขึ้น การลงทุนของภาครัฐที่จะเกิดขึ้นในช่วงครึ่งหลังของปี และผู้บริโภคส่วนใหญ่เริ่มคลายกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ทางการเมืองในปัจจุบัน รวมถึงเห็นว่าสถานการณ์ทางการเมืองในอนาคตน่าจะมีเสถียรภาพมากขึ้น แต่อย่างไรก็ตามความเชื่อมั่นของผู้บริโภคยังฟื้นตัวไม่มากนัก เนื่องจากยังมีความกังวลเกี่ยวกับราคาพืชผลเกษตรที่ทรงตัวในระดับต่ำ เช่น ข้าว ยางพารา มันสำปะหลัง ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ปาล์มน้ำมัน สับปะรดโรงงาน เป็นต้น ทำให้กำลังซื้อไม่คล่องตัว และรู้สึกว่าเศรษฐกิจในปัจจุบันยังไม่ฟื้นตัว

“จากผลสำรวจพบว่า ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคในปัจจุบันที่ลดลง 5 เดือนติดต่อกันเป็นเรื่องที่น่ากังวลมาก เพราะปัจจัยหลักมาจากราคาสินค้าเกษตรที่เป็นรายได้หลักของเกษตรกรยังไม่ดีขึ้น ทำให้กำลังซื้อในต่างจังหวัดไม่ดี ผู้ประกอบการในต่างจังหวัดขายของไม่ได้ รัฐบาลต้องทำให้มีเงินหมุนเวียนลงไปยังส่วนภูมิภาคมากขึ้น เพื่อทดแทนราคาสินค้าเกษตรที่ตกต่ำ โดยต้อง พยายามทำให้มีการจ้างงานเกิดขึ้น เพื่อให้เกิดการจับจ่ายใช้สอยในพื้นที่ เพราะถ้าปล่อยไว้แบบนี้ จะทำให้เศรษฐกิจไทยเติบโตไม่โดดเด่น”

นายธนวรรธน์กล่าวว่า ประเมินว่าดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคน่าจะฟื้นตัวดีขึ้นในไตรมาส 4 เพราะคนเริ่มมั่นใจเศรษฐกิจในอนาคตว่าจะดีขึ้น.