วันศุกร์ที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

กรมชลฯ เดินหน้าแก้ปัญหาน้ำท่วม นำ 'บางระกำโมเดล-ลุ่มเจ้าพระยา' นำร่อง

กรมชลประทาน เดินหน้าแก้ไขปัญหาน้ำท่วม น้ำแล้งลุ่มน้ำชี เผยอาจนำแนวทางบางระกำโมเดล และการบริหารจัดการน้ำแบบลุ่มเจ้าพระยามาใช้แก้ปัญหา เตรียมเปิดรับฟังความเห็นบูรณาการร่วมกันแก้ปัญหา พร้อมสั่งลดการระบายน้ำเขื่อนลำปาวบรรเทาปัญหาน้ำท่วม และเก็บน้ำไว้ใช้ในฤดูแล้งปีหน้า

...

เมื่อวันที่ 5 ต.ค. 60 ดร.สมเกียรติ ประจำวงษ์ รองอธิบดี รักษาราชการแทนอธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยถึงสถานการณ์น้ำในพื้นที่ลุ่มน้ำชี ว่า ขณะนี้แหล่งกักเก็บน้ำในลุ่มน้ำชีทั้งขนาดใหญ่ ขนาดกลาง และขนาดเล็ก มีปริมาณน้ำค่อนข้างมาก เนื่องจากตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2560 เป็นต้นมา ได้มีพายุดีเปรสชันตาลัส เซินกา และพายุทกซูรี พัดผ่านทำให้ฝนตกหนักอย่างต่อเนื่อง ซึ่งกรมชลประทานร่วมกับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ได้วางแผนบริหารจัดการน้ำโดยกักเก็บน้ำไว้ในเขื่อนให้ได้มากที่สุด และชะลอการระบายเพื่อลดผลกระทบจากภาวะน้ำท่วม อย่างไรก็ตาม ในบ้างพื้นที่ยังคงมีน้ำท่วมอยู่บ้าง แต่คาดว่าจะเข้าสู่ภาวะปกติก่อนสิ้นเดือนตุลาคม 2560 นี้อย่างแน่นอน



สำหรับปริมาณน้ำล่าสุดของเขื่อนขนาดใหญ่ที่อยู่ในลุ่มน้ำชีทั้ง 3 แห่ง คือ เขื่อนอุบลรัตน์ จังหวัดขอนแก่น มีปริมาณน้ำ 1,992 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) ยังสามารถรับน้ำได้อีก 439 ล้าน ลบ.ม. เขื่อนลำปาว จังหวัดกาฬสินธุ์ มีปริมาณน้ำในอ่าง 1,689 ล้าน ลบ.ม. ยังสามารถรับน้ำได้อีก 291 ล้าน ลบ.ม. และเขื่อนจุฬาภรณ์ มีปริมาณน้ำในอ่าง 136 ล้าน ลบ.ม. ยังสามารถรับน้ำได้อีก 27 ล้าน ลบ.ม. ซึ่งกรมชลประทาน และ กฟผ.จะบริหารจัดการน้ำทั้งการระบาย และการกักเก็บน้ำให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน โดยจะคำนึงถึงปริมาณน้ำต้นทุนสำหรับใช้ในกิจกรรมต่างๆ ในช่วงฤดูแล้งปี 2561 ด้วย



"โดยเฉพาะที่เขื่อนลำปาว กรมชลประทานจะเก็บน้ำไว้ในเขื่อนมากขึ้น เพื่อให้มีปริมาณน้ำต้นทุนไว้ใช้ในช่วงฤดูแล้งปีหน้าอย่างพอเพียง และยังเป็นการช่วยบรรเทาปัญหาน้ำท่วมทางตอนล่างของลุ่มน้ำชี ในพื้นที่ อำเภอจังหาร อำเภอทุ่งเขาหลวง จังหวัดร้อยเอ็ด และอำเภอมหาชนะชัย จังหวัดยโสธร ซึ่งเป็นที่ลุ่มน้ำระบายน้ำได้ช้า โดยขณะนี้ได้สั่งการให้ลดการระบายน้ำเขื่อนลำปาวลงให้น้อยที่สุด" ดร.สมเกียรติ กล่าว



นอกจากนี้ ยังได้ให้เร่งระดมส่งเครื่องสูบน้ำช่วยที่พื้นที่ชุมชนเมืองขอนแก่น กาฬสินธุ์ มหาสารคาม ชัยภูมิ และร้อยเอ็ด พร้อมจัดทำแผนที่ทางน้ำสาธารณะ เพื่อเตรียมปรับการบริหารจัดการน้ำหลากในครั้งต่อไป อย่างไรก็ตาม ในการเร่งระบายน้ำนั้น ให้คำนึงถึงการวางแผนการปลูกพืชในฤดูแล้งช่วงปลายปีนี้ด้วย โดยจะต้องจัดสรรน้ำให้กับพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบน้ำท่วมเป็นอันดับแรก



รักษาราชการแทนอธิบดีกรมชลประทาน กล่าวต่อว่า สภาพของพื้นที่ของลุ่มน้ำชีที่มีความชันสูงในตอนบน และเป็นพื้นที่ลุ่มต่ำในตอนกลางและตอนล่าง ทำให้การระบายน้ำได้ช้า ทำให้เกิดปัญหาน้ำท่วมเป็นประจำ กรมชลประทานจึงได้สั่งการให้โครงการชลประทานร้อยเอ็ดหาแนวทางแก้ไขอย่างเร่งด่วน ทั้งในด้านการบริหารจัดการน้ำ ด้วยการพัฒนาแก้มลิง และปรับเปลี่ยนช่วงเวลาของการปลูกพืชเหมือนพื้นที่ลุ่มต่ำบางระกำ จังหวัดพิษณุโลก



นอกจากนี้ ก็จะมีการปรับปรุงเพิ่มประสิทธิภาพพนังกั้นน้ำฝั่งขวาของแม่น้ำชี ความยาว 60 กิโลเมตร และปรับปรุงประตูระบายน้ำ สถานีสูบน้ำเดิมให้มีความสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น โดยใช้งบประมาณรวม 990 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม จะต้องเปิดรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วนก่อน เพื่อที่จะบูรณาการร่วมกันแก้ปัญหา ซึ่งอาจจะต้องใช้รูปแบบของการบริหารจัดการเป็นระบบเหมือนลุ่มน้ำเจ้าพระยา



ทั้งนี้ ลุ่มน้ำชี มีพื้นที่ลุ่มน้ำรวม 49,477 ตารางกิโลเมตร ครอบคลุมพื้นที่ 13 จังหวัดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ 3 แห่ง คือ เขื่อนอุบลรัตน์ เขื่อนลำปาว และเขื่อนจุฬาภรณ์ อ่างเก็บน้ำขนาดกลาง 68 แห่ง นอกจากนั้นยังมีเขื่อนระบายน้ำ โครงการขนาดเล็ก แก้มลิง รวมทั้งหมด 2,284 แห่ง สามารถเก็บน้ำได้ 5,419 ล้านลูกบาศก์เมตร.