วันอาทิตย์ที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

รวบหนุ่มตระเวนฉกกล้องช่างภาพตามอีเวนต์ ช่อง7โดนด้วย เลนส์ค่าเกือบล้าน

จนมุมแล้วหนุ่มแสบ! ตระเวนขโมยกล้องช่างภาพตามงาน “อีเวนต์-แข่งกีฬาในห้าง” ก่อนส่งขายร้านค้าย่านสะพานเหล็ก ตำรวจปทุมวันขยายผลค้นบ้านพัก เจออีกเลนส์กล้องถ่ายทอดสด ช่อง 7 มูลค่า 7.5 แสนบาท สอบประวัติหมายจับเพียบ

เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 5 ต.ค. พล.ต.ต.ดุสิต สมศักดิ์ ผบก.น.6 พ.ต.อ.ภพธร จิตต์หมั่น ผกก.สน.ปทุมวัน พ.ต.ท.อาทิตย์ ซิ้มเจริญ รองผกก.สส.สน.ปทุมวัน พ.ต.ต.เอกรินทร์ อุปเวช สว.สส.สน.ปทุมวัน ร่วมจับกุมตัวนายเกรียงไกร ทรัพย์มากมี อายุ 43 ปี ผู้ต้องหาลักทรัพย์ พร้อมของกลางเสื้อผ้าที่ใส่ในวันก่อเหตุ เลนส์กล้องวิดีโอ ตั๋วโรงรับจำนำ หลังก่อเหตุลักกล้องวิดีโอและอุปกรณ์กล้องตามงานแถลงข่าว ซึ่งล่าสุดได้ก่อเหตุลักเลนส์กล้องถ่ายทอดสด มูลค่า 7.5 แสนบาท ของโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7 ภายในงานแข่งขันกีฬาวอลเลย์บอล แชมป์กีฬา 7 สี อุดมศึกษา 2017 เมื่อวันที่ 30 ก.ย.ที่ผ่านมา

พ.ต.อ.ภพธร เปิดเผยว่า สืบเนื่องจากตำรวจได้รับแจ้งว่ามีคนร้ายตระเวนก่อเหตุลักทรัพย์ในหลายท้องที่ ต่อมาเมื่อวันที่ 25 ก.ย. นายกฤษ (สงวนชื่อและนามสกุล) ผู้เสียหายได้เดินทางเข้าแจ้งความหลังกล้องถ่ายภาพหายไปในงานแถลงข่าวที่จัดขึ้นในห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งย่านราชประสงค์ จากนั้นทางตำรวจจึงตรวจสอบกล้องวงจรปิดพบเห็นเป็นชายไทย อายุประมาณ 40 ปี สวมหมวกปิดบังใบหน้าแต่งกายปะปนกับคนที่มาร่วมงานมีพฤติกรรมเดินเข้า-ออกภายในงาน และจุดที่กล้องหายหลายครั้ง จึงได้ขออนุมัติหมายจับตามภาพวงจรปิด ก่อนจะสืบสวนทราบว่านายเกรียงไกร อาศัยอยู่ในเขตบ้านพักของกรมราชทัณฑ์ เรือนจำคลองเปรม จึงนำกำลังเข้าจับกุม และขยายผลไปยังบ้านพักพบ เลนส์กล้องยี่ห้อ fujinon มูลค่า 7.5 แสนบาทของช่างภาพช่อง 7 ที่หายไปหลังจากการถ่ายทอดสดวอลเลย์บอล ก่อนหน้านี้ทางช่างภาพผู้เสียหายไปแจ้งความในท้องที่ สภ.นนทบุรี

ทางนายกฤษ ผู้เสียหายรายแรก กล่าวว่า ตนนั้นประกอบอาชีพช่างภาพอิสระ ซึ่งในวันเกิดเหตุได้ถูกว่าจ้างให้ไปถ่ายงานอีเวนต์ในห้างสรรพสินค้าที่เกิดเหตุ ตนได้วางกล้องไว้ที่โต๊ะภายในงาน ก่อนจะเดินไปเข้าห้องน้ำ เมื่อกลับมาพบว่ากล้องที่วางไว้นั้นได้หายไปแล้ว จึงรีบเดินทางไปแจ้งความไว้และนำภาพที่จับไว้ได้จากกล้องวงจรปิดแชร์ผ่านโซเชียลให้ช่วยติดตามตัวคนร้ายมารับโทษ

ขณะเดียวกันนายพิษณุ โคตรบุรี อายุ 33 ปี พนักงานบริษัทเอกชนแห่งหนึ่งและเป็นผู้เสียหายเช่นเดียวกัน เปิดเผยว่า สำหรับของที่ตนโดนลักทรัพย์ไปนั้นเป็นกล้องดิจิตอลและโน้ตบุ๊ก ซึ่งเหตุเกิดเมื่อวันที่ 21 พ.ค. ที่ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ตนได้เข้าไปถ่ายภาพบรรยากาศภายในงานที่จัดขึ้นในฮอลล์ก่อนที่กล้องและโน้ตบุ๊กจะหายไป เมื่อตรวจสอบกล้องวงจรปิดภายในงานพบเห็นคนร้ายเป็นชายทำทีเดินเข้ามาในงานก่อนหน้านี้เป็นเวลา 2 วัน ซึ่งลักษณะเหมือนกับมาดูลาดเลาไว้ก่อนล่วงหน้า ก่อนที่วันสุดท้ายที่จัดงานและกำลังเก็บของกลับบ้านนั้นพบเห็นคนร้ายสวมหมวกสีฟ้า ปิดบังใบหน้า และไม่มองขึ้นมาด้านบนเพื่อหนีการถูกกล้องวงจรปิดจับภาพ ได้ เดินเข้ามาในจุดที่พวกตนอยู่ ก่อนดึงกระเป๋าที่ใส่กล้อง โน้ตบ๊กและไอแพด มูลค่ารวม 1 แสนบาทออกไป จึงได้แจ้งความไว้ที่ สน.ลุมพินี ก่อนทราบว่าคนร้ายถูกจับได้ที่ สน.ปทุมวัน จึงเดินทางมาชี้ตัวเบื้องต้นพบหลักฐานเป็นหมวกใบสีฟ้าซึ่งตรงกับวันที่ก่อเหตุ

จากการสอบสวน นางเอ (นามสมมติ) พนักงานบริษัทแห่งหนึ่งและเป็นภรรยาผู้ต้องหา ให้การว่า ตนทราบเรื่องว่าสามีเคยก่อเหตุในลักษณะนี้มาก่อน ถูกตำรวจ สน.หัวหมาก ดำเนินคดีเมื่อ 2 ปี หลังจากนั้นตนไม่ทราบว่าสามีจะมาก่อเหตุซ้ำอีก เพราะทุกเช้าจะสามีจะออกไปส่งตนเพื่อทำงานและจะมาเจอกันอีกทีในช่วงเย็น เคยเห็นสามีเอากล้องกลับมาที่บ้านด้วย เมื่อตนถามสามีก็บอกว่าซื้อมาด้วยน้ำพักน้ำแรง กระทั่งช่วงเช้าที่ผ่านมาสามีของตนถูกตำรวจจับกุมจึงทราบว่ามาก่อเหตุซ้ำขึ้นอีก

พ.ต.อ.ภพธร เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบประวัติคนร้ายเคยก่อเหตุในลักษณะนี้มาแล้วหลายครั้งและมีหมายจับในท้องที่ สน.ปทุมวัน 2 หมาย สน.ประชาชื่น 1 หมาย และสน.บางซื่อ 1 หมาย ในข้อหาลักทรัพย์ ทั้งยังเคยถูกดำเนินคดีในข้อหาเดียวกันเมื่อ 2 ปีที่แล้ว ส่วนทรัพย์สินที่ได้จะนำไปขายที่ร้านแห่งหนึ่งในห้างสรรพสินค้าย่านปทุมวัน เงินที่ได้ก็จะนำไปใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน

ด้าน พล.ต.ต.ดุสิต เปิดเผยว่า คนร้ายมีความเชี่ยวชาญในการก่อเหตุ และลงมือมาหลายครั้ง และจากการสอบสวนทราบว่า คนร้ายจะลงมือตอนที่ผู้เสียหายเผลอหรือกำลังเก็บของ ลงมือ และสาเหตุที่เลือกกล้องเพราะว่าเป็นส่วนที่สามารถแยกชิ้นส่วนหากลักไปก็ไม่ผิดสังเกต ซึ่งคนร้ายได้นำบัตรประชาชนของผู้เสียหายไปใช้เป็นหลักฐานในการจำนำทรัพย์สินที่ได้ไปด้วย อย่างไรก็ตามจากการตรวจสอบพบว่าคนร้ายนำของไปขายให้ร้านค้าย่านปทุมวันและสะพานเหล็ก เพื่อนำเงินไปใช้จ่ายและเล่นการพนัน อยากให้ประชาชนทุกคนระมัดระวังทรัพย์สินและของมีค่า เพื่อป้องกันคนร้ายก่อเหตุ โดยทางร้านที่รับซื้อก็ต้องโดนข้อหาลักทรัพย์หรือรับของโจรอีกด้วย จึงควรระมัดระวังในการรับซื้อสินค้า

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ควบคุมตัวพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สน.ปทุมวัน เพื่อแจ้งข้อหา “ลักทรัพย์ในเวลากลางคืน” หลังจากนี้จะทำการสอบสวนเพิ่มเติมว่าผู้ต้องหาก่อเหตุเพิ่มเติมอีกหรือไม่ และผู้เสียหายบางส่วนที่ทราบข่าวได้ทยอยเดินทางเข้าชี้ตัวผู้ต้องหาเพื่อทำการอายัดข้อหาเพิ่มเติมต่อไป.