วันเสาร์ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

'มาร์ค' จวกรัฐ ! ทบทวนแนวคิดรีดเก็บภาษีน้ำชาวไร่-ชาวนา

"อภิสิทธิ์" จวกรัฐเปิดช่องทางเก็บภาษีน้ำ ย้ำพูดให้ชัด แนะรัฐช่วยคนจนโอนเงินผ่านบัญชีง่าย

เมื่อวันที่ 5 ต.ค.60 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีการจัดเก็บภาษีการใช้น้ำ ตามร่าง พ.ร.บ.ทรัพยากรน้ำที่อยู่ระหว่างการพิจารณาของ สนช.ว่า กรณีนี้รัฐบาลเป็นผู้เสนอกฎหมายเข้าไปสู่สภา กฎหมายนั้นเปิดทางให้เก็บค่าน้ำได้ จริงอยู่รัฐบาลอาจจะบอกว่า ไม่ได้มีความคิดจะไปเก็บเกษตรกรรายย่อย แต่ก็ไม่เคยพูดออกมาชัดๆ เช่นกัน ในช่วงที่เสนอกฎหมายนี้เข้าไป จะไปอ้างว่าต้องไปดูกฎหมายลูกอีกที ทั้งที่ความจริง ถ้าทำเจตนารมณ์ให้ชัดเจนแล้ว ถ้าเจตนารมณ์นี้มันมีตั้งแต่ต้น ปัญหานี้ก็จะไม่เกิด และถ้าไม่มีการพูดคัดค้านเรื่องเหล่านี้ขึ้นมา กฎหมายที่ออกมาและกฎกระทรวงที่จะตามมา จะมีการเก็บภาษีค่าน้ำใครบ้าง ก็ยังไม่มีใครทราบจริงๆ เพราะยังไม่ทราบถึงหลักเกณฑ์การแบ่งเกณฑ์ของคนใช้น้ำ กรณีการเก็บจากผู้ประกอบการขนาดใหญ่ เก็บจากภาคอุตสาหกรรมหรือโรงงาน และสนามกอล์ฟ คงไม่มีใครคัดค้าน หรือแม้กระทั่งเกษตรขนาดใหญ่ที่ไม่ใช่ชาวไร่ชาวนาทั่วไป แต่ที่มันยอมรับกันไม่ได้ในขณะนี้คือเรื่องของการจะเก็บจากเกษตรกรรายย่อย รัฐบาลก็ต้องขันแข็งในการที่จะปฏิเสธว่าไม่ทำ และควรกลับไปทบทวน เพราะบางทีเราปล่อยน้ำไปท่วมพื้นที่เขาด้วยซ้ำ แล้วบางทียังชดเชยไม่ค่อยคุ้มค่าด้วย



นอกจากนี้ นายอภิสิทธิ์ ยังกล่าวถึงกรณีรัฐบาลแก้ไขปัญหาช่วยเหลือคนจน โดยการแจกบัตรคนจนว่า ตนสนับสนุนนโยบายการช่วยคนจน โดยรัฐจะต้องมีหลักเกณฑ์เกี่ยวกับสวัสดิการบางอย่าง แต่บางครั้งการพยายามทำการแยกแยะประชาชน โดยกำหนดขั้นตอนต่างๆ อาจทำให้เกิดปัญหามากกว่า เช่น ให้คนรายได้ไม่ถึงแสน ไม่ถึงสามหมื่นต่อปี ให้เขา 300 บาทต่อเดือน หากเป็นตนจะโอนเงินให้เขาดีกว่า เพราะการต้อง 1. ค่าทำบัตร 2. ค่าทำเครื่องรูดบัตร ต้องเสียงบฯ จัดทำอีก 3. การต้องมาจัดสรรว่าร้านค้าไหนจะสามารถไปรูดบัตรได้ ทั้งที่บางชุมชน บางตำบล ยังไม่มีร้านที่มีเครื่องรูดบัตร ก็ต้องไปใช้สิทธิ์ต่างตำบล มีร้านสะดวกซื้ออาจมีความพร้อมก็จะดึงเอาลูกค้าคนยากจนไปหมด ปรากฏว่าร้านโชห่วยเข้าโครงการไม่ได้ หรือเครื่องรูดไปอยู่ที่ผู้นำชุมชน จะยิ่งหนักเข้าไปอีก ตนจึงติงตั้งแต่ต้นว่า การช่วยเหลือคนยากคนจน-ดี การมีหลักเกณฑ์-ดี แต่ควรทำให้มันง่าย ไม่ใช่เกิดปัญหาในข้อปฏิบัติ รวมทั้งการใช้สิทธิ์ต่างๆ เช่น ชาวบ้านในต่างจังหวัดจำนวนมากอาจไม่ได้ใช้สิทธิ์เรื่องรถเมล์ รถไฟ รถไฟฟ้า ขณะที่ กทม.และปริมณฑล ก็ยังติดปัญหาเรื่องบัตรไม่พร้อม ตนจึงเกรงว่า 1. ปัญหาทางปฏิบัติเหล่านี้จะเกิดขึ้นเป็นระยะ 2. ปีหน้าต้องมาจัดใหม่ว่า ใครจน ใครไม่จน ก็เกิดปัญหาบัตรเก่า บัตรใหม่ หรือต้องคืนบัตรเก่าให้ใคร ทำไมไม่โอนเงินให้เขาไปเลย ง่ายที่สุด ไม่ต้องมากำหนดเงื่อนไขอะไรให้มันวุ่นวายยุ่งยากแบบนี้