วันเสาร์ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

มาร์ค บี้ รบ. กำหนดวันลต.ให้ชัด จี้ แจงปมค้าขายกับอเมริกา

อภิสิทธิ์ บี้ รัฐบาล กำหนดวันเลือกตั้งให้ชัด ลั่น ไทยเสียเวลากับความขัดแย้งนานมากแล้ว จี้ รบ.แจงปมทำสัญญาซื้อ ขายกับอเมริกา ส่วนตัว รับ เป็นห่วงเรื่อง เนื้อหมู หวั่นกระทบเกษตรกรในประเทศ 

วันที่ 5 ต.ค. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และอดีตนายกฯ ให้สัมภาษณ์ในรายการ 101 องศาข่าว ทางสถานีวิทยุ เอฟเอ็ม 101 ถึงกรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้าคสช.ระบุว่า จะประกาศวันเลือกตั้งปีหน้านั้น ว่า ที่ผ่านมา รัฐบาล คสช. เป็นผู้กำหนดตารางเวลาเองทุกอย่าง เพื่อประโยชน์หลายอย่าง 1. ความเชื่อมั่น ทั้งของคนไทยและนานาชาติ เพราะความไม่เชื่อมั่น ไม่แน่นอน เป็นตัวที่ฉุดรั้งเศรษฐกิจ ตนสัมผัสกับนักลงทุนต่างชาติที่เขายังจำเป็นต้องรอ เขาบอกว่า เขายังไม่สามารถที่จะเจรจาพูดคุยถึงเรื่องของการเพิ่มพูนการค้าอะไรได้ จนกว่าจะมีการเลือกตั้ง 2.การทำงานของคนภายในประเทศ ถ้าจะบอกว่า ไม่สามารถบอกหรือกำหนดวันได้ว่า วันที่เท่าไหร่ เดือนนั้น ปีนั้น ซึ่งมีการตั้งข้อสังเกตว่า เห็นตอนไปญี่ปุ่น บอกจะเลือกปี 59 ไปยูเอ็นก็บอกจะเลือกปี 60 ตอนนี้ก็ 61 ปีหน้าอีก

แต่หลังจากนี้ ถ้าจะบอกว่า กฎหมายลูกไม่ผ่าน ก็ดูไม่สมเหตุสมผล เพราะกฎหมายต้องเขียนตามกรอบของรัฐธรรมนูญ ซึ่งคนที่ทำกฎหมายทั้งหมดอยู่ในแม่น้ำ 5 สาย ที่สามารถทำให้มันราบรื่นได้ ตนจึงบอกว่า อย่าส่งสัญญาณอะไรที่เกี่ยวข้องกับการที่จะเลื่อน หรือจะยื้อ หรืออะไรอีก มีแต่จะสร้างปัญหา และสุ่มเสี่ยงต่อความขัดแย้งในอนาคต ไม่ต้องไปสนใจด้วยซ้ำว่า จะไปพูดที่สหรัฐอเมริกา หรือที่ไหน เอาให้มันชัดๆ ไปเลย เพราะการกำกวมมันไม่เป็นผลดีกับใคร ตอนนี้อยากเห็นรัฐบาลในปีที่เหลืออยู่ เร่งแก้ปัญหาของประชาชน ทำให้คนมั่นใจว่า เลือกตั้งแล้วไม่วุ่นวาย ใครมาเป็นรัฐบาลก็จะสามารถแก้ปัญหาของประชาชนได้อย่างต่อเนื่อง มาช่วยกันทำแบบนี้ดีกว่า อย่าไปสร้างเงื่อนไขอะไรให้มันต้องวุ่นวายกันอีกเลย ประเทศไทยเสียเวลากับเรื่องความขัดแย้งทางการเมืองมานานมากแล้ว.



นายอภิสิทธิ์ ยังให้สัมภาษณ์ในรายการ 101 องศาข่าว ทางสถานีวิทยุ เอฟเอ็ม 101 ถึงกรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้าคสช.กล่าวถึงกรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้าคสช. เดินทางไปพบนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ว่า เป็นการส่งสัญญาณว่า สหรัฐอเมริกายังให้ความสำคัญของประเทศไทย ซึ่งค่าใช้จ่ายบางส่วนคงออกให้ แต่ก็คงไม่ใช่ทั้งหมด ส่วนการขายสินค้าต่างๆ ให้ไทย ตนได้เตือนแล้ว เพราะประธานาธิบดีทรัมป์ มีนโยบายชัดว่า อเมริกาต้องมาก่อน ซึ่งประเทศไทยถูกขึ้นบัญชีจะต้องมาพิจารณา เพราะว่า เกินดุลกับทางสหรัฐอเมริกา จึงจ้องจับตาทั้งเรื่องอาวุธ และเรื่องหมู และทราบว่า มีเรื่องถ่านหิน เรื่อง เฮลิคอปเตอร์ จึงต้องรอให้รัฐบาลชี้แจง ซึ่งตนกังวลเรื่องเนื้อหมู ที่จะกระทบต่อเกษตรกร และต้องถามว่า ประโยชน์ที่เราจะได้รับเป็นรูปธรรม เขายอมรับเราดีขึ้น หรือไม่ ทั้งการจัดลำดับชั้นประเทศไทย กรณีการค้ามนุษย์ หรือเรื่องทรัพย์สินทางปัญญา จึงต้องรอดู.