วันอาทิตย์ที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ครอบครัวผมยากจน! เปิดใจ 'แฟร้ง'นักเตะเด็กดอย สู่ทีมเยาวชนเลสเตอร์

สายตาที่จริงจัง บวกกับน้ำเสียงที่จริงใจ ได้แทนความรู้สึกทั้งหมดที่มีของ 'แฟร้ง' สุวิจักขณ์ มูลแก้ว เด็กหนุ่มเมืองเหนือจากรั้วโรงเรียนวชิราลัย ที่หอบความฝันจากดอยสูงมุ่งสู่การเป็นนักเตะมืออาชีพ โชว์ฟอร์มอย่างน่าพอใจ จนทำให้ได้รับคัดเลือกเป็น 1 ใน 16 แข้งเยาวชนเลสเตอร์ ในโครงการ Fox Hunt รุ่นที่ 2 และยังได้เดินทางลัดฟ้าไปฝึกทักษะที่ประเทศอังกฤษ

วันนี้ไทยรัฐออนไลน์จะมาเจาะลึกชีวิตและความคิดของเด็กหนุ่มคนนี้ พร้อมเปิดใจถึงอาการป่วยของคุณแม่ที่เป็นแรงผลักดันให้เขาสู้บนถนนสายนี้อย่างไม่ย่อท้อ ...

เริ่มเล่นฟุตบอลตั้งแต่เมื่อไร?

เริ่มเล่นตั้งแต่อนุบาล 2 ครับ เล่นกับเพื่อนๆ ในหมู่บ้าน ครั้งแรกที่ได้รู้ว่าถูกคัดเลือก รู้สึกดีใจแล้วก็ตื่นเต้นครับ เหมือนความฝันเลย ผมอยากทำตามความฝันมานานแล้ว ผมไม่เคยคิดหรือฝันว่าจะมีชีวิตแบบนี้ครับ ตอนเด็กๆ ก็ฝันแค่ว่าอยากเป็นนักฟุตบอลมืออาชีพ แล้วตอนนี้ก็ได้โอกาสนั้นแล้ว

เตรียมความพร้อมยังไงก่อนจะไป/พอไปถึงแล้วภาพแตกต่างจากที่เราคิดไว้ไหม

กลับไปบ้านผมก็วิ่งทุกวัน เช้า-เย็น เล่นฟิตเนสบ้างครับ พอไปถึงที่นั่นก็แตกต่างจากที่ผมคิดเยอะ อย่างอากาศที่นั่นก็หนาว สภาพสังคมก็ต้องปรับตัว เราเป็นคนไทยไปอยู่ที่นั่นก็ต้องพูดภาษาอังกฤษด้วย ถามว่าปรับตัวยังไง เขาก็มีครูไทยไปสอนภาษาอังกฤษครับ 1-2 ปีผมก็พอเข้าใจแล้วครับ

ฝึกซ้อมหนักแค่ไหน/ที่นั่นมีกฎเกณฑ์อะไรเป็นพิเศษ

ก็ต้องตั้งใจซ้อม เล่นให้เต็มที่ โชว์ฟอร์มตัวเองออกมาเยอะๆ ให้โค้ชเห็น

ระยะเวลา 2 ปีครึ่งที่อยู่ที่นั่น ทำอะไรบ้างและให้อะไรกับคุณบ้าง

เล่นฟุตบอลไปด้วยเรียนไปด้วย พอมีเวลาว่างก็เล่นฟิตเนสครับ ไปที่นั่นก็ได้ฝึกภาษา ได้เล่นฟุตบอลที่ผมชอบ ได้เยอะแยะเลยครับ (ยิ้ม)

สิ่งที่ยากที่สุดเมื่อไปอยู่ที่นั่นคือการเรียนและพูดภาษาอังกฤษ แฟร้งบอกอย่างนั้น

ผมว่าภาษาอังกฤษครับ แต่ก็มีครูไปสอน ผมก็พอพูดภาษาอังกฤษได้ สื่อสารได้ ถามว่าก่อนหน้านี้เคยท้อไหม ก็ท้อครับ แต่ผมอยากทำอนาคตของผมให้เป็นจริงมากกว่า

และเมื่อเราถามถึงตรงนี้ว่าท้อแล้วเล่าให้ใครฟัง หนุ่มแฟร้งถึงกับเสียงสั่นเครือทันที ตอบเราด้วยน้ำเสียงเครือๆ ว่า พ่อกับแม่ ทำให้เขาสู้และมีวันนี้ เป็นกำลังใจสำคัญของเขา

'ก็โทรหาพ่อแม่ หาพี่บ้าง เขาก็บอกให้สู้ๆ ไม่ต้องท้อ ให้อดทนครับ ผมก็บอกว่าไม่ต้องห่วงผมจะทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด'

ตลอดเวลาที่อยู่ที่นั่น มีเหตุการณ์ประทับใจอะไรบ้าง?

ได้ดูฟุตบอลฟีฟ่าที่สนามคิงเพาเวอร์ครับ ได้ดูว่าทีมมืออาชีพเขาเล่นกันยังไงครับ ได้ดูสดๆ ข้างสนามเลย

และเมื่อเราถามว่าก่อนที่แฟร้ง จะเดินทางมาสู่จุดนี้ได้ เจอกับอะไรมาบ้าง แฟร้งเล่าให้เราฟังแบบไม่อายเลยว่า 

เยอะครับ ฝึกหนัก มีรายการแข่งมาตลอด ก็โชว์ฟอร์มให้โค้ชได้เห็น ครอบครัวผมยากจน อยู่บนดอย พอผมมีโอกาสได้มาเรียนที่เขาสนับสนุนเรื่องกีฬา ผมได้โอกาสตรงนี้ก็จะทำให้ดีที่สุด 

ทราบว่าคุณแม่ป่วย?

แม่ผมเป็นเนื้องอกในสมอง อาการตอนนี้ก็ดีขึ้นแล้ว พูดได้แต่เดินไม่ได้ ตอนกลางวันผมก็เอาน้ำให้แม่ ป้อนข้าวแม่ทุกวันครับ ก็ขอให้แม่หายไวๆ กลับมาเป็นเหมือนเดิม (น้ำตาคลอ) แม่มีพ่อคอยดูแลอยู่ แต่หลังจากที่ผมเข้าโครงการนี้แล้วก็ได้มีโอกาสดูแลแม่น้อยลง แต่ก็บอกแม่ให้สู้ๆ

หลังจากกลับมาวางแผนในชีวิตไว้อย่างไรบ้าง

อยากสร้างบ้าน นำเงินมาเลี้ยงดูพ่อแม่ครับ อยากทำอะไรให้พ่อแม่ภูมิใจ

ทั้งนี้ แฟร้งเล่าถึงความฝันให้เราฟังในอนาคตว่าอยากไปให้ไกลมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ คือการไปเล่นในลีกยุโรป นั่นเอง

ไทยรัฐออนไลน์ ขอเป็นกำลังใจส่วนเล็กๆให้น้องแฟร้งและครอบครัวด้วย ขอให้คุณแม่หายป่วยไวๆ ส่วนน้องแฟร้ง อนาคตนักฟุตบอลลีกยุโรปไม่ไกลเกินเอื้อม.